ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

ถ้ำองบะ

ราว 2,200 ปีก่อน (ยุคโลหะ)

ถ้ำหินปูนกลางป่าศรีสวัสดิ์ที่เก็บโลงไม้รูปเรือและกลองมโหระทึกแบบดองซอนไว้นับพันปี

ที่ตั้งห่างจากอำเภอศรีสวัสดิ์ไปทางตะวันตกราว 10 กม. จังหวัดกาญจนบุรี ลุ่มน้ำแควใหญ่ตอนบน
ลักษณะถ้ำหินปูน ยาวราว 150 เมตร ปากถ้ำสูงราว 5 เมตร
ยุคสมัยยุคโลหะ (สำริดและเหล็ก)
ค่าอายุคาร์บอน2,180±100 ปีมาแล้ว จากไม้โลงศพ
ของเด่นโลงไม้รูปเรือราว 90 โลง กลองมโหระทึก เครื่องมือเหล็ก ลูกปัด
ผู้ขุดค้นคณะสำรวจไทย-เดนมาร์ก
รายงานหลักรายงานคณะไทย-เดนมาร์ก บรรณาธิการโดยแปร์ โซเรนเซน พ.ศ. 2531
ชนิดไม้โลงศพไม้ในสกุลพะยูง (Dalbergia)

01ที่ตั้งและภูมิประเทศ

ถ้ำองบะอยู่ในเขตอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ราว 10 กิโลเมตรทางตะวันตกของตัวอำเภอ ในหุบเขาหินปูนทางตอนบนของแม่น้ำแควใหญ่ ไม่ไกลจากย่านเหมืองแร่ตะกั่วบ่อใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งแร่สำคัญของภาคตะวันตก

ปากถ้ำสูงประมาณ 5 เมตร ภายในเป็นโถงกว้างและสูงราว 10–15 เมตร ทอดลึกไปกว่าร้อยเมตร โถงที่แห้งและมืดเช่นนี้ช่วยถนอมไม้และกระดูกไว้ได้นานกว่าในที่โล่ง ชาวบ้านโบราณจึงเลือกใช้ถ้ำเป็นสถานที่วางศพผู้ตาย

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
กลองมโหระทึกแบบดองซอน

กลองสำริดจากวัฒนธรรมเวียดนามเหนือ พบคู่กับโลงศพของผู้มีฐานะ

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
โลงไม้รูปเรือ

โลงศพทำจากซุงรูปเรือ อายุราว 2,200 ปี

เก็บรักษา/ชมได้ที่: ถ้ำองบะ อำเภอศรีสวัสดิ์ดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือถ้ำองบะ จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

โดยประมาณ พิกัดคลาดเคลื่อนได้ราว 1 กิโลเมตร ถ้ำอยู่ในป่าลึกห่างตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ราว 10 กิโลเมตร ทางเข้าเป็นเส้นทางเหมืองเก่า ควรนำทางไปตัวอำเภอศรีสวัสดิ์ แล้วติดต่อผู้นำทางท้องถิ่น

ถ้ำองบะ อ.ศรีสวัสดิ์ (พิกัดโดยประมาณ)ไม่มีหมุดสถานที่ใน Google Maps แอปจะแสดงเป็นพิกัด
14.683330, 98.950000
14°40′60.0″N 98°57′00.0″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02การค้นพบ

ราว พ.ศ. 2501–2502 มีผู้พบกลองมโหระทึกสำริดในถ้ำองบะ ข่าวนี้ทำให้นักโบราณคดีสนใจ แต่ก่อนที่จะมีการศึกษาอย่างเป็นระบบ ถ้ำก็ถูกลักลอบขุดหาของมีค่าไปไม่น้อย

คณะสำรวจก่อนประวัติศาสตร์ไทย-เดนมาร์ก ซึ่งมีแปร์ โซเรนเซนเป็นผู้นำ เข้ามาสำรวจในช่วง พ.ศ. 2503–2505 และกลับมาขุดค้นอีกครั้งราว พ.ศ. 2508–2509 พวกเขาพบว่าโลงศพทุกโลงถูกทำลายเสียหายจากการลักลอบขุดแล้ว เหลือเพียงกระดูกกระจัดกระจาย แต่ข้อมูลที่เก็บได้ยังเพียงพอจะบอกเรื่องราวสำคัญ

ในความมืดของถ้ำองบะ โลงรูปเรือนับสิบลำจอดนิ่งอยู่ราวกับรอพาเจ้าของข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งของชีวิต

03รายงานของโซเรนเซนและสิ่งที่บันทึกไว้

ผลการสำรวจถ้ำองบะใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะตีพิมพ์ครบ แปร์ โซเรนเซน เป็นบรรณาธิการรายงานชุดการขุดค้นในประเทศไทยของคณะไทย-เดนมาร์ก และเล่มที่ว่าด้วยของที่พบบนผิวดินและการขุดค้นขนาดเล็ก ซึ่งรวมข้อมูลถ้ำองบะไว้ ออกโดยสำนักพิมพ์เคอร์ซันในลอนดอนเมื่อ พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) ปีต่อมาพรชัย สุจิตต์ เขียนบทวิจารณ์ลงวารสารสยามสมาคม ชื่นชมคุณค่าทางวิชาการ แต่ก็ชี้ว่าคำเรียกกลุ่มวัฒนธรรมบางคำยังต้องทำให้ชัดขึ้น

รายงานให้รหัสวัตถุจากถ้ำขึ้นต้นด้วย OB เช่น กลองมโหระทึกที่แตกหักสี่ใบซึ่งเก็บได้จากผิวดิน มีรหัส OB.86 ถึง OB.89 โซเรนเซนจัดกลองกลุ่มนี้เป็นกลองแบบเฮเกอร์ 1 สายพันธุ์ท้องถิ่นของยูนนาน ซึ่งแพร่ลงมาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงราว 400 ปีก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ. 200

ของแปลกอีกอย่างคือเศษภาชนะดินเผาสองชิ้นที่เขียนสีแดงและดำเป็นแถบกว้างเฉียงมาบรรจบกัน ลวดลายแบบนี้ไม่เคยพบในที่อื่นของไทย ถ่านที่พบร่วมกันให้อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล จึงเป็นอีกหลักฐานว่าถ้ำถูกใช้มาตั้งแต่ก่อนช่วงอายุของโลงไม้

ตัวเลขจำนวนกลองที่ต่างกันในเอกสารมีที่มาจากเรื่องนี้ รายงานปี พ.ศ. 2531 บรรยายกลองสี่ใบที่เป็นของพบบนผิวดิน ขณะที่งานศึกษาเรื่องกลองเฮเกอร์ 1 ในไทยอ้างงานของโซเรนเซนปี พ.ศ. 2522 ว่าพบกลองรวมหกใบใกล้โลงศพ

04สิ่งที่พบ

ของที่โดดเด่นที่สุดคือโลงไม้ราว 90 โลง ทำจากลำต้นไม้ผ่าครึ่งแล้วขุดเป็นรางคล้ายเรือขุด ปิดด้วยแผ่นไม้อีกแผ่น ปลายทั้งสองข้างแกะเป็นหัวสัตว์แบบเรียบง่าย บางโลงมีส่วนยื่นคล้ายเขาซึ่งอาจใช้เป็นที่จับเวลายก การวิเคราะห์เนื้อไม้ชี้ว่าเป็นไม้ในสกุลพะยูงและชิงชัน

ใกล้โลงศพพบกลองมโหระทึกสำริดแบบเฮเกอร์ 1 ซึ่งเป็นแบบเดียวกับกลองวัฒนธรรมดองซอนในเวียดนามตอนเหนือและยูนนาน จำนวนกลองที่ระบุในเอกสารต่างกันไป บางฉบับนับกลองที่สภาพไม่สมบูรณ์ได้ 4 ใบ บางฉบับระบุ 6 ใบ นอกจากนี้ยังพบกำไล เครื่องมือเหล็ก ลูกปัด และภาชนะดินเผา

ในชั้นที่เก่ากว่าพบร่องรอยการฝังศพยุคหินใหม่ด้วย รวมถึงห่วงหินและหัวหอกแบนทำจากหินชนวน แสดงว่าถ้ำแห่งนี้ถูกใช้เป็นที่ฝังศพหลายยุคต่อเนื่องกัน

05กลองมโหระทึกกับจุดยุทธศาสตร์บนสายน้ำ

งานศึกษาเรื่องกลองแบบเฮเกอร์ 1 ในไทยระบุแหล่งที่พบกลองไว้สี่จุด คือดอนตาลบนเกาะกลางแม่น้ำโขงใกล้มุกดาหาร บ้านชีทวนตรงที่แม่น้ำมูลกับชีบรรจบกัน บ้านนาโพธิ์ใต้ตรงที่ลำน้ำสายหนึ่งไหลลงแม่น้ำโขง และถ้ำองบะในลุ่มแควใหญ่ตอนบน ซึ่งพบกลองมากที่สุดคือหกใบ

ผู้ศึกษาสังเกตว่าทุกจุดอยู่ในตำแหน่งที่การเดินทางทางน้ำต้องสะดุด เช่น แก่ง น้ำตก หรือปากแม่น้ำ คนที่ควบคุมจุดเหล่านี้จึงควบคุมการขนส่งสินค้าได้ด้วย ข้อสังเกตนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมกลองราคาแพงจึงมาอยู่ในหุบเขาที่ห่างไกล

ที่ถ้ำองบะ กลองวางอยู่ใกล้โลงศพของผู้ที่น่าจะมีฐานะสูง นักวิชาการจึงแทบไม่สงสัยว่ากลองทำหน้าที่เป็นของอุทิศให้ผู้ตาย เมื่อรวมกับทำเลใกล้แหล่งแร่ตะกั่ว ภาพที่ได้คือชุมชนบนพื้นที่สูงที่มั่งคั่งจากทรัพยากรและเส้นทางการค้า

06ความสำคัญ

ไม้จากโลงศพให้ค่าอายุคาร์บอนราว 2,180±100 ปีมาแล้ว ซึ่งตรงกับช่วงที่กลองมโหระทึกแพร่กระจายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้ำองบะจึงเป็นหลักฐานว่าชุมชนในป่าเขาตะวันตกของไทยได้เข้าไปอยู่ในเครือข่ายแลกเปลี่ยนสินค้าระยะไกลแล้ว

กลองมโหระทึกเป็นของมีค่าและหายาก การที่กลองถูกวางไว้ใกล้โลงศพทำให้นักวิชาการเชื่อว่าผู้ที่ถูกฝังในถ้ำนี้เป็นคนที่มีฐานะสูงในสังคม ที่ตั้งใกล้แหล่งแร่ตะกั่วก็ชวนให้คิดว่าความมั่งคั่งของชุมชนอาจมาจากการควบคุมทรัพยากรแร่

โลงไม้รูปเรือแบบเดียวกันยังพบในถ้ำอีกหลายแห่งในกาญจนบุรีและแม่ฮ่องสอน ถ้ำองบะจึงเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญสำหรับเข้าใจประเพณีการฝังศพในถ้ำของคนบนพื้นที่สูงทางตะวันตก

07เทียบกับโลงไม้ในแม่ฮ่องสอน

ประเพณีวางศพในโลงไม้ในถ้ำไม่ได้มีแค่ที่กาญจนบุรี ในอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็พบโลงไม้จำนวนมากในถ้ำและเพิงผา เช่น ถ้ำบ่อไคร้และเพิงผาบ้านไร่ ซึ่งโครงการวิจัยของรัศมี ชูทรงเดช ศึกษามาอย่างต่อเนื่อง

โลงไม้ที่แม่ฮ่องสอนทำจากไม้สัก ค่าอายุคาร์บอนจากถ้ำหลายแห่งในปางมะผ้าอยู่ระหว่างราว 2,080 ถึง 1,240 ปีมาแล้ว ส่วนโลงไม้ที่ถ้ำองบะทำจากไม้ในสกุลพะยูงและให้อายุราว 2,180 ปีมาแล้ว จึงเก่ากว่าหรือใกล้เคียงกับรุ่นแรกของแม่ฮ่องสอน

งานศึกษาใน พ.ศ. 2550 ใช้วงปีไม้จัดลำดับหัวโลงไม้สักที่แม่ฮ่องสอน แบ่งรูปแบบหัวโลงได้ 12 แบบ ตั้งแต่แบบเรียบไม่มีหน้าไปจนถึงแบบแกะคล้ายหัวสัตว์ ผลที่น่าสนใจคือหลายแบบถูกใช้ในเวลาเดียวกัน ผู้วิจัยจึงเสนอว่ารูปแบบหัวโลงอาจบอกฐานะหรือกลุ่มชาติพันธุ์ของผู้ตาย มากกว่าบอกว่าโลงเก่าหรือใหม่ ข้อเสนอนี้ช่วยให้มองโลงไม้ที่ถ้ำองบะในมุมใหม่ด้วย

08ข้อถกเถียง

นักวิชาการยังเห็นต่างกันว่ากลองมโหระทึกในถ้ำองบะผลิตที่ไหน กลุ่มหนึ่งเห็นว่าเป็นของนำเข้าจากแหล่งผลิตทางเหนือ เช่น เวียดนามตอนเหนือหรือยูนนาน อีกกลุ่มชี้ว่าดินแดนไทยเองก็มีช่างหล่อกลองในยุคเดียวกัน ประเด็นนี้ต้องใช้การวิเคราะห์ส่วนผสมโลหะจึงจะตอบได้ชัดขึ้น

ความหมายของโลงรูปเรือก็ยังเปิดกว้าง บางคนเสนอว่าเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องเรือที่พาวิญญาณไปสู่โลกหลังความตาย ขณะที่บางคนเห็นว่าอาจเป็นรูปแบบที่สะดวกต่อการทำจากท่อนซุงเท่านั้น และเนื่องจากถ้ำถูกลักลอบขุดก่อนการศึกษา ข้อมูลเรื่องว่าของชิ้นใดอยู่คู่กับศพใดจึงสูญหายไปมาก

09ถ้ำองบะในปัจจุบัน

ถ้ำองบะยังคงอยู่ในพื้นที่ป่าเขาของอำเภอศรีสวัสดิ์ สภาพการเข้าถึงไม่สะดวกนัก เหมาะกับผู้ที่เดินทางพร้อมผู้นำทางท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่

สำหรับผู้ที่อยากเห็นตัวอย่างโลงไม้รูปเรือและกลองมโหระทึกจากภาคตะวันตก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า มีนิทรรศการเรื่องการฝังศพในโลงไม้ในเขตภูเขาตะวันตก ส่วนโบราณวัตถุบางส่วนจากการขุดค้นของคณะไทย-เดนมาร์กเคยถูกนำไปศึกษาที่ประเทศเดนมาร์ก

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ยุคหินใหม่การฝังศพยุคแรก

พบร่องรอยการฝังศพพร้อมห่วงหินและหัวหอกหินชนวน

ราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 ก่อน ค.ศ.ภาชนะเขียนสีแดงดำ

เศษภาชนะเขียนสีแบบที่ไม่พบที่อื่นในไทย กำหนดอายุจากถ่าน

ราว 400 ปีก่อน ค.ศ.–ค.ศ. 200ยุคกลองเฮเกอร์ 1

ช่วงที่กลองแบบยูนนานแพร่ลงสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามการจัดแบบของโซเรนเซน

ราว 2,200 ปีก่อนยุคโลงไม้และกลองมโหระทึก

ไม้โลงศพให้ค่าอายุคาร์บอน 2,180±100 ปีมาแล้ว

ราว 2,080–1,240 ปีก่อนโลงไม้ที่ปางมะผ้า

ประเพณีโลงไม้ในถ้ำทางเหนือของภาคตะวันตกดำเนินต่อมาอีกหลายร้อยปี

ราว พ.ศ. 2501–2502ค.ศ. 1958–1959พบกลองมโหระทึก

กลองสำริดแบบดองซอนถูกพบในถ้ำ

ก่อนการขุดค้นการลักลอบขุด

โลงศพเสียหายและของมีค่าสูญหายไปจำนวนมาก

พ.ศ. 2503–2505ค.ศ. 1960–1962คณะไทย-เดนมาร์กสำรวจ

บันทึกโลงไม้และกลองในถ้ำ

ราว พ.ศ. 2508–2509ค.ศ. 1965–1966ขุดค้นอีกครั้ง

เก็บข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องโลงไม้กว่า 90 โลง

พ.ศ. 2522ค.ศ. 1979บทความเรื่องกลอง

โซเรนเซนเผยแพร่เรื่องกลองหกใบจากถ้ำองบะ

พ.ศ. 2531ค.ศ. 1988ตีพิมพ์รายงาน

รายงานของคณะไทย-เดนมาร์กที่รวมข้อมูลถ้ำองบะออกที่ลอนดอน

พ.ศ. 2532ค.ศ. 1989บทวิจารณ์ใน JSS

พรชัย สุจิตต์ วิจารณ์รายงานในวารสารสยามสมาคม

พ.ศ. 2550ค.ศ. 2007ศึกษาโลงไม้ด้วยวงปีไม้

งานวิจัยแบ่งหัวโลงไม้สักที่แม่ฮ่องสอนได้ 12 แบบ

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

ถ้ำองบะอยู่ในเขตป่าเขาของอำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ทางตอนบนของลุ่มแม่น้ำแควใหญ่ การเข้าถึงต้องเดินทางด้วยรถและเดินป่า ควรติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้นำทางก่อนเข้าไป ผู้ที่ต้องการดูตัวอย่างโลงไม้และเรื่องราวการฝังศพในถ้ำภาคตะวันตก ไปชมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: มโหระทึกไม่ใช่แค่เครื่องดนตรี

กลองมโหระทึกถูกใช้ในพิธีกรรม เช่น ขอฝน และเป็นเครื่องแสดงฐานะ บนหน้ากลองมักมีรูปกบนั่งอยู่ ซึ่งเชื่อมโยงกับความอุดมสมบูรณ์และฝน

รู้หรือไม่: ไม้ทนพันปี

โลงศพในถ้ำองบะทำจากไม้เนื้อแข็งในสกุลเดียวกับพะยูง ซึ่งทนต่อการผุพัง ประกอบกับถ้ำที่แห้ง จึงรอดมาได้กว่าสองพันปี

รู้หรือไม่: กลองอยู่ตรงจุดที่เรือต้องหยุด

แหล่งที่พบกลองมโหระทึกแบบเฮเกอร์ 1 ในไทยล้วนอยู่ใกล้แก่ง น้ำตก หรือปากแม่น้ำ ซึ่งเป็นจุดคุมเส้นทางขนส่ง

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ถ้ำองบะเก่าแค่ไหน
ไม้โลงศพให้ค่าอายุราว 2,180 ปีมาแล้ว แต่ถ้ำถูกใช้ก่อนหน้านั้นด้วย เพราะพบร่องรอยการฝังศพยุคหินใหม่และเศษภาชนะเขียนสีอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล
ถ้ำองบะพบกลองมโหระทึกกี่ใบ
เอกสารให้ตัวเลขต่างกัน รายงานปี พ.ศ. 2531 บรรยายกลองแตกหักสี่ใบที่เก็บจากผิวดิน ส่วนงานศึกษาเรื่องกลองที่อ้างงานปี พ.ศ. 2522 ของโซเรนเซนระบุว่ามีหกใบ
ทำไมต้องวางศพในโลงรูปเรือในถ้ำ
ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด บางท่านเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องเรือนำวิญญาณ บางท่านมองว่าเป็นรูปทรงที่ทำจากท่อนซุงได้ง่าย ส่วนถ้ำที่แห้งก็ช่วยรักษาร่างและโลงไว้ได้นาน
โลงไม้ที่ถ้ำองบะเหมือนที่แม่ฮ่องสอนไหม
ทั้งสองแห่งเป็นโลงไม้ขุดจากท่อนซุงวางในถ้ำ แต่ใช้ไม้ต่างชนิดกัน ที่องบะเป็นไม้สกุลพะยูง ที่แม่ฮ่องสอนเป็นไม้สัก และโลงที่แม่ฮ่องสอนส่วนใหญ่อายุอ่อนกว่า
ไปชมถ้ำองบะได้ไหม
ถ้ำอยู่ในป่าเขาของอำเภอศรีสวัสดิ์และเข้าถึงยาก ควรไปกับผู้นำทางหรือเจ้าหน้าที่ ผู้ที่อยากเห็นโลงไม้และกลองแบบเดียวกันสามารถชมนิทรรศการที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Journal of the Siam Society vol. 77 Reviews (Ban Kao and Ongbah reports)
  2. Bulletin of the Indo-Pacific Prehistory Association: Heger I drums
  3. ScienceAsia 33 (2007): log coffins in western Thailand
  4. Tham Ong Bah - KA0161 - Grottomap
  5. มโหระทึก ไม่ใช่เครื่องดนตรี - ศิลปวัฒนธรรม
  6. Teak log coffin head styles in northern Thailand (ScienceAsia 2007)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา