01ที่ตั้งริมฝั่งอันดามัน
แหล่งโบราณคดีภูเขาทองอยู่ในอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ทางฝั่งตะวันตกของคอคอดกระ พื้นที่นี้หันหน้าออกสู่ทะเลอันดามัน มีลำคลองและป่าชายเลนที่เรือขนาดเล็กเข้าออกได้ ทำเลแบบนี้เหมาะกับการเป็นจุดจอดเรือของพ่อค้าที่ข้ามมหาสมุทรอินเดียมา
ไม่ไกลจากภูเขาทองมีแหล่งบางกล้วยนอก ซึ่งพบโบราณวัตถุคล้ายกัน นักวิชาการจึงมองว่าทั้งสองแห่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนท่าเรือกลุ่มเดียวกัน ส่วนที่ปากคลองกล้วย บ้านบางกล้วย ตำบลกำพวน ยังพบซากเรือไม้โบราณจมอยู่ในโคลนอีกด้วย
หลักฐานหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้น
ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons
เศษภาชนะที่จารึกคำในภาษาทมิฬ ราวพุทธศตวรรษที่ 7
เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดูภาพถ่ายจริง ↗ลูกปัดทองคำเทคนิคเม็ดทองจิ๋ว ฝีมือช่างชั้นสูง
เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดูภาพถ่ายจริง ↗แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่
จุดกะพริบคือภูเขาทอง ระนอง จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน
GPSพิกัดและการนำทาง
แม่นยำปานกลาง เป็นแหล่งเปิดโล่ง ไม่มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
9.379661, 98.415018พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด
02การค้นพบและการขุดค้น
เดิมชาวบ้านพบลูกปัดและเศษภาชนะในพื้นที่มานาน และมีการลักลอบขุดหาลูกปัดไปขายไม่น้อย งานทางวิชาการเริ่มจริงจังราว พ.ศ. 2548 เมื่อคณะนักโบราณคดีไทย-ฝรั่งเศส นำโดยเบเรนิซ เบลลินา นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ร่วมกับนักโบราณคดีไทย เข้ามาสำรวจ
หลังจากนั้นมีการสำรวจและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมในช่วง พ.ศ. 2549–2550 และ 2552 กรมศิลปากรขุดค้นขนาดเล็กใน พ.ศ. 2554 บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ จากสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต เป็นผู้ศึกษาแหล่งนี้อย่างต่อเนื่อง และเสนอว่าภูเขาทองคือเมืองท่าที่เก่าที่สุดแห่งหนึ่งของดินแดนที่เรียกกันว่าสุวรรณภูมิ
สำหรับบางกล้วยนอก ยังไม่เคยมีการขุดค้นแบบควบคุมชั้นดิน ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากการสำรวจผิวดินและของที่ชาวบ้านพบ
เศษหม้อใบเดียวที่มีตัวอักษรทมิฬเพียงสามตัว บอกเราว่าเมื่อสองพันปีก่อน มีคนจากอินเดียใต้มาเดินอยู่บนชายฝั่งระนอง
03สิ่งที่พบ: จารึกทมิฬ ของโรมัน และกระจกจีน
ของที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเศษภาชนะดินเผาที่มีตัวอักษรสามตัว ไอราวตัม มหาเทวัน ผู้เชี่ยวชาญจารึกทมิฬ ยืนยันว่าเป็นภาษาทมิฬเขียนด้วยอักษรทมิฬ-พราหมี อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 2 เขาเสนอว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของคำที่แปลว่านักบวช
ที่ภูเขาทองยังพบหินคาร์เนเลียนแกะเป็นรูปสัตว์กำลังวิ่ง เศษภาชนะแก้วโมเสกที่ส่วนผสมทางเคมีตรงกับแก้วจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน และภาชนะดินเผาอินเดียแบบลายกลิ้ง (rouletted ware) จำนวนมาก
หลักฐานจากฝั่งตะวันออกก็มี ได้แก่ เศษภาชนะจีนสมัยราชวงศ์ฮั่น และชิ้นส่วนกระจกสำริดจีนสมัยฮั่นตะวันออก ซึ่งอยู่ในช่วง พ.ศ. 568–763 (ค.ศ. 25–220) นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการผลิตลูกปัดแก้วและหิน ตราประทับอักษรพราหมี และสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา
04ของจากโลกเมดิเตอร์เรเนียนทีละชิ้น
ชิ้นที่ได้รับการพิสูจน์ชัดที่สุดคือเศษชามแก้วโมเสกสีเขียวใสที่มีเส้นเกลียวสีเหลืองทึบฝังอยู่ในเนื้อ เศษนี้น่าจะมาจากส่วนโค้งด้านข้างของชาม ผลวิเคราะห์ส่วนผสมยืนยันว่าเป็นแก้วจากแถบเมดิเตอร์เรเนียน อายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 1 ก่อน ค.ศ. ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1 ปัจจุบันอยู่ที่สำนักศิลปากรที่ 15 อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
หัวแหวนหินคาร์เนเลียนรูปสัตว์กำลังวิ่งจากภูเขาทองมีขนาดเล็กมากและแกะแบบเรียบง่าย จึงกำหนดอายุให้แน่นอนไม่ได้ ส่วนที่บางกล้วยนอกพบหัวแหวนหินซาร์โดนิกซ์รูปม้ากำลังเดินยกขาหน้า งานแกะละเอียดจนนักวิชาการเห็นว่าน่าจะทำในโลกโรมัน อายุราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1 ก่อน ค.ศ. ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 1 แม้บางลักษณะจะชวนให้คิดว่าอาจมาจากโรงงานทางตะวันออกของจักรวรรดิก็ได้
บางกล้วยนอกยังมีเศษภาพสลักนูนบนหินซาร์โดนิกซ์ หรือที่เรียกว่าคามีโอ เหลือเพียงครึ่งล่างของชายสองคน ซึ่งตีความว่าเป็นซาเทอร์และอาจเป็นเทพบัคคัส ของชิ้นนี้และหัวแหวนรูปม้าอยู่ในความครอบครองของมูลนิธิเอกชน Suthiratana Foundation ซึ่งหมายความว่าของเหล่านี้มาจากการเก็บจากชาวบ้าน ไม่ได้มาจากหลุมขุดค้น
05จารึกทมิฬและตราทองคำ: ร่องรอยของผู้คน
เศษภาชนะจารึกจากภูเขาทองมีตัวอักษรเหลืออยู่เพียงสามตัว อ่านได้ว่า ตุ ระ โอ ไอราวตัม มหาเทวัน เสนอว่าน่าจะเป็นส่วนต้นของคำทมิฬ ตุระโวน ซึ่งแปลว่านักบวชหรือผู้สละโลก การค้นพบนี้มาจากงานของคณะไทย-ฝรั่งเศสที่มีเบเรนิซ เบลลินา จากศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์แห่งชาติฝรั่งเศส และประอร ศิลาพันธุ์ (Praon Silapanth) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และมีการเผยแพร่ข่าวใน พ.ศ. 2549
ถ้าการอ่านนี้ถูกต้อง ก็แปลว่าบนชายฝั่งระนองเมื่อราว 1,900 ปีก่อน มีนักบวชหรือผู้คนที่พูดภาษาทมิฬอยู่ด้วย และเขียนชื่อหรือคำบอกความเป็นเจ้าของลงบนภาชนะ เหมือนกับที่พบบนภาชนะในแหล่งท่าเรือของอินเดียใต้และศรีลังกา อย่างไรก็ดีตัวอักษรสามตัวเป็นข้อมูลที่น้อยมาก การตีความว่าเป็นคำใดจึงยังเป็นเพียงข้อเสนอ
ที่บางกล้วยนอกยังพบตราหรือเหรียญห้อยคอทองคำที่มีจารึกอักษรพราหมีคู่กับสัญลักษณ์ที่เก่ากว่า และที่ภูเขาทองพบตราประทับอักษรพราหมีกับสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา ของเหล่านี้บอกว่าชุมชนชายฝั่งนี้มีผู้รู้หนังสือ มีพ่อค้าที่ใช้ตราปิดผนึกสินค้า และน่าจะรู้จักพุทธศาสนาตั้งแต่ระยะแรก ๆ ของการติดต่อกับอินเดีย
06เครื่องปั้นดินเผาอินเดีย ลูกปัด และการกำหนดอายุ
ภาชนะดินเผาที่บอกการติดต่อกับอินเดียได้ดีคือภาชนะลายกลิ้ง ซึ่งมีลายจุดหรือขีดเป็นวงรอบที่ทำด้วยลูกกลิ้ง และภาชนะแบบมีปุ่มที่ก้นด้านใน ภาชนะทั้งสองแบบพบมากตามเมืองท่าในอินเดีย ภาชนะเหล่านี้พบทั้งที่ภูเขาทองและในบริเวณใกล้ซากเรือที่ปากคลองกล้วย จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่กรมศิลปากรสันนิษฐานว่าเรือลำนั้นอาจเกี่ยวข้องกับอินเดีย
ภูเขาทองยังเป็นแหล่งผลิตลูกปัดด้วย พบทั้งลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน และลูกปัดทองคำ ลูกปัดแก้วหน้าคนและลูกปัดแก้วโมเสกเป็นกลุ่มที่โดดเด่น ส่วนเครื่องประดับหินแข็งมีรูปแบบคล้ายกับที่พบที่เขาสามแก้วในชุมพร ซึ่งบอกว่าช่างทั้งสองฝั่งคาบสมุทรน่าจะอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน
ข้อควรรู้คือภูเขาทองยังไม่มีค่าอายุจากการหาคาร์บอนกัมมันตรังสี อายุของแหล่งในช่วงปลาย 1,000 ปีก่อน ค.ศ. ถึงคริสต์ศตวรรษที่ 3–4 จึงได้จากการเทียบรูปแบบโบราณวัตถุกับแหล่งที่รู้อายุแล้ว เช่น เขาสามแก้ว และแหล่งในอินเดีย ค่าอายุ 2,120 และ 2,140 ปีที่ได้จากไม้เรือปากคลองกล้วยบอกอายุของไม้เรือเท่านั้น และใช้แทนอายุของเมืองท่าโดยตรงไม่ได้
07เรือโบราณที่ปากคลองกล้วย
ปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 ชาวประมงพบไม้เรือโผล่จากโคลนที่ปากคลองกล้วย กองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร เริ่มขุดค้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2562 ตัวเรือยาวราว 19 เมตร กว้างราว 4.5 เมตร แผ่นไม้ต่อกันด้วยเดือยและรูเดือย
ผลการหาอายุตัวอย่างไม้ด้วยวิธี AMS ได้ค่าราว 2,120 และ 2,140 ปี ทำให้มีการเสนอว่าเป็นเรือโบราณร่วมสมัยกับเมืองท่าภูเขาทอง แต่ค่าอายุของไม้บอกอายุของต้นไม้ที่นำมาใช้ ไม่ได้บอกปีที่เรือจมโดยตรง เรื่องนี้จึงยังต้องรอผลการศึกษาเพิ่มเติม
08ความสำคัญและข้อถกเถียง
ภูเขาทองช่วยยืนยันว่าเมื่อราว 2,000 ปีก่อน ชายฝั่งอันดามันของไทยเป็นจุดที่พ่อค้าชาวอินเดียใต้ ชาวพื้นเมือง และสินค้าจากจีนกับโลกโรมันมาบรรจบกัน แหล่งนี้น่าจะเป็นปลายทางฝั่งตะวันตกของเส้นทางข้ามคาบสมุทร ซึ่งเชื่อมไปยังเขาสามแก้วและชายฝั่งอ่าวไทยผ่านเส้นทางภูเขาทอง–ทุ่งตะโก ในจังหวัดชุมพร
อย่างไรก็ดี การขุดค้นที่ภูเขาทองยังมีขนาดเล็ก และบางกล้วยนอกยังไม่เคยขุดค้นอย่างเป็นระบบ นักวิชาการจึงยังสรุปไม่ได้ชัดว่าแหล่งนี้มีบทบาทใหญ่เพียงใด การเรียกภูเขาทองว่าเมืองท่าแรกของสุวรรณภูมิเป็นข้อเสนอที่ผูกกับการตีความคำว่าสุวรรณภูมิ ซึ่งนักวิชาการยังเห็นต่างกันอยู่ว่าหมายถึงดินแดนใด
09ภูเขาทองในวันนี้
พื้นที่แหล่งโบราณคดีส่วนใหญ่เป็นที่ดินของชาวบ้านและสวน ไม่มีอุทยานประวัติศาสตร์หรือโบราณสถานให้ชม ร่องรอยที่เห็นได้คือเนินดินและหลุมที่เกิดจากการขุดหาลูกปัด
โบราณวัตถุบางส่วนจากภูเขาทองและบางกล้วยนอกอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ส่วนซากเรือที่ปากคลองกล้วยยังคงอยู่ในขั้นตอนศึกษาและอนุรักษ์ การปกป้องแหล่งจากการลักลอบขุดจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุดของที่นี่
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
พ่อค้าจากอินเดียเริ่มเข้ามาติดต่อชายฝั่งอันดามัน
อายุของเศษชามแก้วสีเขียวลายเกลียวเหลือง
ของแบบโรมันจากบางกล้วยนอก
อายุโดยประมาณของเศษภาชนะที่มีอักษรทมิฬ
ช่วงเวลาของกระจกสำริดจีนที่พบที่ภูเขาทอง
ร่องรอยการอยู่อาศัยและการค้าลดลง
คณะไทย-ฝรั่งเศสเข้าสำรวจ
ไอราวตัม มหาเทวัน ยืนยันว่าเป็นอักษรทมิฬ-พราหมี
คณะไทย-ฝรั่งเศสศึกษาภูเขาทองและบางกล้วยนอก
การขุดค้นขนาดเล็กที่ภูเขาทอง
ชาวประมงพบซากเรือที่ปากคลองกล้วยปลายเดือนสิงหาคม
กองโบราณคดีใต้น้ำเริ่มขุดค้นซากเรือ
บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ตีพิมพ์ข้อเสนอว่าภูเขาทองเป็นเมืองท่าที่เก่าที่สุดของสุวรรณภูมิ
ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้
แหล่งโบราณคดีภูเขาทองและบางกล้วยนอกอยู่ในอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง พื้นที่เป็นที่ดินเอกชนและไม่มีการจัดแสดงในที่ตั้ง ผู้สนใจควรติดต่อสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต ก่อนเข้าพื้นที่ และไม่ควรเก็บหรือซื้อลูกปัดจากแหล่ง เพราะโบราณวัตถุเป็นสมบัติของชาติ
ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่
ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: จารึกสามตัวอักษร
เศษภาชนะจารึกที่ภูเขาทองมีตัวอักษรเพียงสามตัว แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่ามีผู้ใช้ภาษาทมิฬอยู่ในคาบสมุทรไทยราวคริสต์ศตวรรษที่ 2
รู้หรือไม่: สองฝั่งโลกมาพบกัน
ที่แหล่งเดียวกันพบทั้งแก้วโมเสกจากแถบเมดิเตอร์เรเนียนและกระจกสำริดจากจีนสมัยฮั่น
รู้หรือไม่: ชื่อเหมือนแต่คนละที่
ภูเขาทองระนองเป็นคนละแห่งกับภูเขาทองที่วัดสระเกศในกรุงเทพฯ และเจดีย์ภูเขาทองที่อยุธยา
รู้หรือไม่: เรือที่เย็บด้วยเดือยไม้
เรือปากคลองกล้วยใช้วิธีเจาะช่องในแผ่นไม้แล้วสอดเดือยไม้ยึดเข้าด้วยกัน แผ่นไม้หนาราว 10–15 เซนติเมตร
ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย
ภูเขาทองระนองเป็นภูเขาจริงหรือไม่
มีหลักฐานว่าคนอินเดียมาอยู่ที่นี่จริงหรือไม่
ทำไมเรียกว่าเมืองท่าแรกของสุวรรณภูมิ
เรือที่ปากคลองกล้วยเป็นเรืออินเดียหรือไม่
ไปชมโบราณวัตถุจากภูเขาทองได้ที่ไหน
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (1)
บทความเหล่านี้พูดถึงภูเขาทอง ระนอง อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- ศิลปวัฒนธรรม: กองโบราณคดีใต้น้ำขุดซากเรือโบราณที่ปากคลองกล้วย ระนอง
- Southeast Asian Archaeology: Tamil-Brahmi inscription on pottery found in Thailand
- Favereau: Cultural Dynamics in the Early Multi-ethnic Ports of the Upper Thai-Malay Peninsula
- Borell, Bellina & Boonyarit: Contacts with the Mediterranean World
- ดำรงวิชาการ: การศึกษาเส้นทางข้ามคาบสมุทรภาคใต้ตอนบน
- KoreaScience: article on early port cities of the Thai-Malay Peninsula
- Bead Research: Southeast Asia bibliography
- วารสารลุ่มน้ำโขง: บทวิจารณ์ Before Siam
- วารสาร JLC: ตราประทับและลูกปัดจากเขาสามแก้ว
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา