01ลังกาสุกะในบันทึกราชวงศ์เหลียง
รัฐแรก ๆ บนคาบสมุทรภาคใต้ที่มีชื่อปรากฏชัดในเอกสารคือลังกาสุกะ จดหมายเหตุราชวงศ์เหลียงของจีนเรียกรัฐนี้ว่า หลังหยาซิ่ว และบรรยายว่าชาวเมืองนุ่งผ้าพันตัว ส่วนกษัตริย์และขุนนางสวมผ้าสีแดงคลุมไหล่ คาดเข็มขัดทอง และใส่ต่างหูทอง
เมื่อ พ.ศ. 1058 (ค.ศ. 515) พระเจ้าภคทัตต์แห่งลังกาสุกะส่งทูตไปถวายพระราชสาส์นแด่จักรพรรดิเหลียงอู่ตี้ และส่งทูตตามไปอีกใน พ.ศ. 1066, 1074 และ 1111 (ค.ศ. 523, 531 และ 568) บันทึกจีนยังเล่าว่าบิดาของพระองค์เคยถูกขับออกจากเมืองจนต้องหนีไปอินเดีย แต่งงานกับพระธิดาของกษัตริย์ที่นั่น แล้วกลับมาครองเมืองในภายหลัง
เรื่องเล่านี้สะท้อนความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างชนชั้นนำบนคาบสมุทรกับอินเดีย ส่วนตำนานพื้นเมืองฝั่งมลายูอย่างฮิกายัตเมอรงมหาวังสาก็เล่าถึงลังกาสุกะในแบบของตน ซึ่งควรอ่านในฐานะตำนาน
แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่
02เมืองโบราณยะรัง
นักวิชาการจำนวนมากเชื่อว่าศูนย์กลางของลังกาสุกะอยู่ที่เมืองโบราณยะรัง ในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ห่างจากตัวเมืองปัตตานีลงไปทางใต้ราว 15 กิโลเมตร แต่ความเชื่อมโยงนี้ยังเป็นข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
เมืองโบราณยะรังประกอบด้วยกลุ่มเมืองสามกลุ่มที่ซ้อนทับกัน คือ บ้านวัด บ้านจาเละ และบ้านประแว มีพัฒนาการสำคัญตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยที่ร่วมสมัยกับอยุธยา กรมศิลปากรขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานที่นี่ในช่วง พ.ศ. 2531–2537
สิ่งที่พบมีทั้งฐานสถูปอิฐ พระพิมพ์ดินเผา ลูกปัดแก้ว ศิวลึงค์ และจารึกอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต แสดงว่าชุมชนนี้นับถือทั้งพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู และเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้าทางทะเล
รัฐชายฝั่งภาคใต้ส่งต่อทั้งสินค้าและศรัทธา จากเรือสินค้าที่ไชยาไปจนถึงพระสังฆราชที่สุโขทัย
03ศรีวิชัย: อาณาจักรทางทะเลที่ถูกค้นพบใหม่
ชื่อศรีวิชัยแทบถูกลืมไปจากความทรงจำ จนกระทั่ง พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ยอร์ช เซเดส์ นำจารึกภาษามลายูโบราณ จารึกภาษาสันสกฤตจากภาคใต้ของไทย เอกสารทมิฬ และบันทึกจีนมาปะติดปะต่อ แล้วเสนอว่าศรีวิชัยเป็นชื่อรัฐที่รุ่งเรืองตั้งแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ 12 ถึงพุทธศตวรรษที่ 18
หลักฐานเก่าที่สุดที่ระบุชื่อศรีวิชัยคือจารึกเกดูกันบูกิต พ.ศ. 1225 (ค.ศ. 682) ที่ปาเล็มบัง ก่อนหน้านั้นภิกษุอี้จิงชาวจีนได้แวะพักที่นี่ใน พ.ศ. 1214 (ค.ศ. 671) และบันทึกว่ามีพระภิกษุศึกษาพระธรรมอยู่เป็นจำนวนมาก
ความมั่งคั่งของศรีวิชัยมาจากการควบคุมช่องแคบมะละกาและช่องแคบซุนดา ซึ่งเป็นทางผ่านของเรือระหว่างอินเดียกับจีน ศรีวิชัยรุ่งเรืองยาวนานจนกระทั่ง พ.ศ. 1568 (ค.ศ. 1025) เมื่อพระเจ้าราเชนทรโจฬะแห่งอินเดียใต้ยกทัพเรือมาโจมตีเมืองท่าสำคัญ อำนาจของศรีวิชัยจึงเริ่มเสื่อมลง
04ศูนย์กลางอยู่ที่ปาเล็มบังหรือไชยา
เซเดส์เสนอว่าศูนย์กลางของศรีวิชัยอยู่ที่ปาเล็มบังทางตอนใต้ของเกาะสุมาตรา แต่นักวิชาการบางท่าน เช่น อาร์. ซี. มาชุมดาร์ และควอริช เวลส์ เสนอว่าศูนย์กลางน่าจะอยู่บนคาบสมุทรมลายู
ในประเทศไทย หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี และธรรมทาส พานิช เสนอว่าศูนย์กลางของศรีวิชัยอยู่ที่ไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยอ้างความงามและความหนาแน่นของโบราณวัตถุศิลปะศรีวิชัยที่ไชยา รวมถึงความคล้ายกันของชื่อสถานที่ ข้อเสนอนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ผู้สนใจประวัติศาสตร์ภาคใต้
อย่างไรก็ตาม การขุดค้นของคณะอินโดนีเซียและฝรั่งเศสที่ปาเล็มบังระหว่าง พ.ศ. 2532–2539 พบหลักฐานการตั้งถิ่นฐานหนาแน่นและจารึกภาษามลายูโบราณจำนวนมาก นักวิชาการส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงยอมรับว่าปาเล็มบังคือศูนย์กลางในระยะแรก
แนวคิดล่าสุดมองว่าศรีวิชัยเป็นเครือข่ายพันธมิตรของเมืองท่าที่มีอิสระพอสมควร มากกว่าจะเป็นจักรวรรดิที่ปกครองจากศูนย์กลางเดียว มุมมองนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใดไชยาและนครศรีธรรมราชจึงมีศิลปะแบบศรีวิชัยที่งดงาม แม้ว่าราชธานีจะอยู่ที่อื่น
05จารึกวัดเสมาเมือง และศิลปะมหายานที่ไชยา
หลักฐานสำคัญที่สุดของศรีวิชัยในแผ่นดินไทยคือจารึกวัดเสมาเมือง นครศรีธรรมราช หรือที่ชาวตะวันตกเรียกว่าจารึกลิกอร์ ด้านแรกเขียนด้วยอักษรหลังปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ลงศักราชตรงกับ พ.ศ. 1318 (ค.ศ. 775) สรรเสริญพระเจ้ากรุงศรีวิชัยที่โปรดให้พระเถระชื่อชยันตะสร้างปราสาทอิฐสามหลังถวายพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์สององค์
อีกด้านหนึ่งของจารึกกล่าวถึงกษัตริย์ราชวงศ์ไศเลนทร์แห่งชวา ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีอำนาจดั่งพระวิษณุ นักวิชาการยังถกเถียงกันว่าทั้งสองด้านเขียนในเวลาเดียวกันหรือไม่ และกษัตริย์ในด้านที่สองคือใคร ปัจจุบันจารึกนี้เก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ศิลปะที่สะท้อนพุทธศาสนามหายานชัดเจนที่สุดคือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด ซึ่งพบเมื่อ พ.ศ. 2448 (ค.ศ. 1905) ที่วัดพระบรมธาตุไชยา สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนำมาถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้จะเหลือเพียงพระวรกายท่อนบนสูง 63 เซนติเมตร แต่ถือเป็นประติมากรรมที่งดงามที่สุดชิ้นหนึ่งของไทย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 (คริสต์ศตวรรษที่ 7–8)
06พระบรมธาตุไชยา: เจดีย์ที่ยังถกเถียงเรื่องอายุ
พระบรมธาตุไชยาเป็นเจดีย์ทรงปราสาทก่ออิฐ มีฐานสี่เหลี่ยมยกเก็จ และมีสถูปจำลองประดับบนหลังคาแต่ละชั้น รูปแบบนี้คล้ายกับจันทิในชวาภาคกลาง เช่น จันทิปะวนและจันทิเมนดุต นักวิชาการส่วนใหญ่จึงกำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 13–15 (คริสต์ศตวรรษที่ 8–10)
งานวิจัยในระยะหลังเสนอมุมมองต่างออกไป โดยเห็นว่าองค์เจดีย์อาจสร้างครั้งแรกราวพุทธศตวรรษที่ 12–13 ในรูปแบบศิลปะจาม แล้วจึงได้รับการปรับปรุงในสมัยศรีวิชัยราวพุทธศตวรรษที่ 14–15 ข้อเสนอนี้ยังต้องรอการพิสูจน์เพิ่มเติม
เจดีย์องค์นี้เดิมน่าจะเป็นศาสนสถานมหายาน ภายหลังจึงกลายเป็นเจดีย์ในพุทธศาสนาเถรวาท กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2479 และบูรณะครั้งใหญ่ใน พ.ศ. 2521–2523
07ตามพรลิงค์และพระเจ้าจันทรภาณุ
เมื่อศรีวิชัยอ่อนแอลงหลังสงครามกับโจฬะ รัฐบนคาบสมุทรหลายแห่งก็มีบทบาทเด่นขึ้น หนึ่งในนั้นคือตามพรลิงค์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่บริเวณนครศรีธรรมราช ชื่อนี้แปลว่าลึงค์สีทองแดง จีนเรียกรัฐนี้ด้วยชื่อหลายแบบ เช่น ตันหลิวเหมย และตันหม่าหลิง ตามพรลิงค์ส่งทูตไปราชสำนักซ่งใน พ.ศ. 1544, 1559 และ 1613 (ค.ศ. 1001, 1016 และ 1070)
ตามพรลิงค์รุ่งเรืองที่สุดในสมัยพระเจ้าจันทรภาณุ แห่งราชวงศ์ปทุมวงศ์ จารึกภาษาสันสกฤตที่วัดหัวเวียง ไชยา ลงศักราชตรงกับ พ.ศ. 1773 (ค.ศ. 1230) ยกย่องพระองค์ว่าเป็นศรีธรรมราช
คัมภีร์จูฬวงศ์ของลังกาบันทึกว่า ใน พ.ศ. 1790 (ค.ศ. 1247) พระเจ้าจันทรภาณุยกทัพข้ามทะเลไปยังลังกา ทหารของพระองค์ใช้ลูกดอกอาบยาพิษ แต่ถูกเจ้าชายวีรพาหุตีแตกกลับไป นักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าเป้าหมายคือพระเขี้ยวแก้วและพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมาพระองค์ไปตั้งมั่นทางเหนือของเกาะแถบจาฟนา
พระเจ้าจันทรภาณุยกทัพไปลังกาอีกครั้งในช่วงราว พ.ศ. 1801–1805 แต่กองทัพปาณฑยะจากอินเดียใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรของลังกาได้ปราบพระองค์ลง นักวิชาการยังเห็นไม่ตรงกันเรื่องปีที่แน่นอนของสงครามครั้งหลัง และเรื่องที่ว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ในสนามรบหรือไม่ การยกทัพข้ามมหาสมุทรของรัฐในอุษาคเนย์ไปไกลถึงลังกาเช่นนี้เป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์
08จากนครศรีธรรมราชสู่สุโขทัย
แม้สงครามจะล้มเหลว แต่การติดต่อกับลังกาทำให้พุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์หลั่งไหลเข้ามาที่นครศรีธรรมราช พระภิกษุและผู้คนจากลังกาเดินทางเข้ามา และพุทธศาสนาแบบใหม่นี้ค่อย ๆ แทนที่มหายานและศาสนาฮินดูในภาคใต้
ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง ซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์ราว พ.ศ. 1835 (ค.ศ. 1292) บันทึกว่าที่สุโขทัยมีพระมหาเถรสังฆราชผู้รอบรู้พระไตรปิฎก ซึ่งเดินทางมาจากเมืองนครศรีธรรมราช นี่คือหลักฐานว่านครศรีธรรมราชได้กลายเป็นประตูที่ส่งต่อพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ไปยังรัฐไทยที่กำลังเกิดใหม่ทางเหนือ
นักประวัติศาสตร์บางท่านถกเถียงว่าศิลาจารึกหลักนี้ทำขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหงจริงหรือไม่ แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร สายสัมพันธ์ระหว่างนครศรีธรรมราชกับสุโขทัยก็สะท้อนว่า รัฐชายฝั่งภาคใต้ไม่ได้เป็นเพียงทางผ่านของสินค้า แต่ยังเป็นทางผ่านของความคิดและศาสนาที่หล่อหลอมสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
พระเจ้าภคทัตต์ส่งทูตไปราชสำนักเหลียง
ภิกษุจีนบันทึกว่ามีพระภิกษุศึกษาพระธรรมจำนวนมาก
หลักฐานเก่าที่สุดที่ระบุชื่อศรีวิชัย ที่ปาเล็มบัง
กษัตริย์ศรีวิชัยโปรดให้สร้างปราสาทอิฐสามหลังที่นครศรีธรรมราช
ตามพรลิงค์ส่งทูตไปราชสำนักซ่ง
พระเจ้าราเชนทรโจฬะยกทัพเรือโจมตีเมืองท่าศรีวิชัย
จารึกที่วัดหัวเวียง ไชยา ยกย่องพระองค์ว่าศรีธรรมราช
พระเจ้าจันทรภาณุบุกลังกาแต่ถูกตีแตก
กองทัพปาณฑยะปราบกองทัพตามพรลิงค์
กล่าวถึงพระสังฆราชจากนครศรีธรรมราชที่สุโขทัย
พบที่วัดพระบรมธาตุไชยา แล้วนำมากรุงเทพฯ
บทความที่ทำให้โลกรู้จักศรีวิชัยในฐานะรัฐ
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: เมืองลอยน้ำ
นักวิชาการเชื่อว่าบ้านเรือนในราชธานีศรีวิชัยที่ปาเล็มบังจำนวนมากเป็นแพหรือเรือนไม้ริมน้ำ ซึ่งผุพังไปตามเวลา นี่คือเหตุผลหนึ่งที่หลักฐานโบราณคดีของศรีวิชัยหาได้ยาก และเปิดช่องให้ถกเถียงเรื่องที่ตั้งมาอย่างยาวนาน
รู้หรือไม่: ท่านพุทธทาสกับไชยา
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรจากไชยาเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านพุทธทาสภิกขุ ชาวไชยา สนใจศึกษาโบราณคดีของภาคใต้ ทั้งท่านและธรรมทาส พานิช ผู้เป็นน้องชาย มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้เรื่องศรีวิชัยในไทย
รู้หรือไม่: ทูตสวมผ้าแดง
บันทึกราชวงศ์เหลียงเล่าว่ากษัตริย์ลังกาสุกะและขุนนางสวมผ้าสีแดงคลุมบ่า คาดเข็มขัดทองและใส่ต่างหูทอง เป็นภาพบรรยายเครื่องแต่งกายของชนชั้นนำบนคาบสมุทรที่เก่าแก่ที่สุดภาพหนึ่ง
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (13)
บทความเหล่านี้พูดถึงลังกาสุกะ ศรีวิชัย และตามพรลิงค์ อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Langkasuka (Wikipedia)
- Bhagadatta (Langkasuka) (Wikipedia)
- ศิลปวัฒนธรรม: งานโบราณคดีในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
- Manguin, George Cœdès and Śrīvijaya (JSS 2025)
- ฐานข้อมูลจารึก ศมส.: จารึกวัดเสมาเมือง
- Avalokiteshvara of Chaiya (Wikipedia)
- SAC Southeast Asian Arts: Phra Borommathat Chaiya
- การวิเคราะห์ใหม่: สถาปัตยกรรมพระบรมธาตุไชยา
- Tambralinga (Wikipedia)
- ศิลปวัฒนธรรม: อาณาจักรศรีวิชัย (นครศรีธรรมราช) สลายตัวเมื่อใด
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา