ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

ภูพระบาท

ราว 3,000 ปีก่อน ถึงสมัยล้านช้าง

ภูเขาหินทรายแห่งอุดรธานีที่เพิงหินรูปร่างแปลกถูกเปลี่ยนเป็นศาสนสถานล้อมด้วยใบเสมาสมัยทวารวดี จนได้เป็นมรดกโลกใน พ.ศ. 2567

ที่ตั้งตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี
ชื่อมรดกโลกภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี
ขึ้นทะเบียน27 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) เกณฑ์ (iii) และ (v)
ยุคเสมาสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 12–16
พื้นที่มรดกโลกราว 586 เฮกตาร์
ภาพเขียนสีพบในเพิงหินกว่า 40 แห่ง
เขตกันชนราว 599 เฮกตาร์
รอยพระพุทธบาทบัวบกรอยเท้าขวา ยาวราว 160 ซม. บูรณะ พ.ศ. 2462–2473

01ที่ตั้งและภูมิประเทศ

ภูพระบาทเป็นภูเขาหินทรายในเทือกเขาภูพานตอนเหนือ อยู่ในอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีและหนองคายราว 65 กิโลเมตร บนยอดเขามีป่าโปร่งและลานหินกว้าง

จุดเด่นของภูพระบาทคือโขดหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากการกัดกร่อนตามธรรมชาติมาเป็นเวลานาน หินทรายชั้นล่างที่อ่อนกว่าสึกไปเร็วกว่าชั้นบน จึงเกิดเป็นหินรูปเห็ด เพิงหิน และหินก้อนใหญ่ที่ตั้งซ้อนกันอย่างน่าทึ่ง

ภูมิประเทศเช่นนี้ทำให้ผู้คนทุกยุคมองภูพระบาทเป็นที่พิเศษ ทั้งเป็นที่พักพิง ที่ทำพิธีกรรม และที่ปฏิบัติธรรม

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 3 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
ใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดี

ใบเสมาปักล้อมเพิงหินเพื่อกำหนดเขตพิธีกรรม ประเพณีที่ยูเนสโกยกย่อง

เก็บรักษา/ชมได้ที่: อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
ภาพเขียนสีบนเพิงหิน

ภาพคน สัตว์ รอยมือ และลายเรขาคณิตในเพิงหินหลายแห่ง

เก็บรักษา/ชมได้ที่: เพิงหินในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
หอนางอุสา

เพิงหินรูปดอกเห็ดตามตำนานนางอุสากับท้าวบารส

เก็บรักษา/ชมได้ที่: อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือภูพระบาท จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำสูง ตรวจกับแหล่งข้อมูลตั้งแต่สองแหล่งขึ้นไป

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) อ.บ้านผือดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
17.730814, 102.357573
17°43′50.9″N 102°21′27.3″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02ร่องรอยคนยุคก่อนประวัติศาสตร์

ตามเพิงหินหลายแห่งบนภูพระบาทมีภาพเขียนสีแดง เป็นรูปคน ฝ่ามือ สัตว์ และลายเรขาคณิต ยูเนสโกระบุว่ามีเพิงหินที่พบภาพเขียนสีราว 47 แห่ง ภาพที่รู้จักกันดีอยู่ที่ถ้ำวัวและถ้ำคน ซึ่งได้ชื่อตามภาพวัวและภาพคนที่ปรากฏอยู่

อายุของภาพเขียนสียังกำหนดได้ไม่แน่ชัด แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ประเมินว่าราว 2,000–3,000 ปีก่อน บางแหล่งเสนอว่าเก่ากว่านั้น เพราะยังไม่มีการหาอายุสีโดยตรง ตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นการประเมินจากรูปแบบและหลักฐานแวดล้อม

รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล แห่งมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้ศึกษาภาพเขียนสีในอำเภอบ้านผือ นับแหล่งภาพเขียนสีในอำเภอนี้ได้ 81 แห่ง ในจำนวนนี้ 55 แห่งอยู่ในกลุ่มภูพระบาท แบ่งเป็น 6 กลุ่มย่อย ภาพส่วนใหญ่เป็นสีแดงจากแร่ในท้องถิ่น มีทั้งคน สัตว์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัว รอยมือ และลายเรขาคณิต

ข้อเสนอของท่านต่างจากค่าที่นิยมอ้างกัน คือกำหนดอายุภาพส่วนใหญ่ไว้ราว ค.ศ. 600–1200 ซึ่งใกล้เคียงกับยุคทวารวดี และตีความว่ารูปคนอาจหมายถึงวิญญาณบรรพบุรุษในโลกหลังความตาย ท่านยังชี้ว่าลายเรขาคณิตบางแบบคล้ายลายบนภาชนะบ้านเชียง คำถามว่าภาพเขียนสีเก่ากว่าใบเสมามากหรือเกิดในยุคใกล้กันจึงยังเป็นข้อถกเถียงที่เปิดอยู่

บนภูพระบาท ธรรมชาติปั้นรูปทรงของหิน ศรัทธาปักเสมาล้อมไว้ และนิทานตั้งชื่อให้ทุกก้อน

03เพิงหินกลายเป็นวัด: วัฒนธรรมเสมา

ในสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ 12–16 ผู้คนที่นับถือพระพุทธศาสนาได้ดัดแปลงเพิงหินธรรมชาติให้เป็นศาสนสถาน และปักใบเสมาหินล้อมรอบเพื่อกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ ใบเสมาบางกลุ่มยังตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิมจนถึงทุกวันนี้

ยูเนสโกยกย่องว่าภูพระบาทมีกลุ่มใบเสมาสมัยทวารวดีที่อยู่ในตำแหน่งดั้งเดิมมากที่สุดในโลก และแสดงให้เห็นว่าธรรมเนียมการปักเสมาของภาคอีสานต่างจากที่อื่น เพราะใช้กับเพิงหินธรรมชาติ ไม่ได้ใช้กับอาคารก่ออิฐเพียงอย่างเดียว

ต่อมาในสมัยล้านช้าง ภูพระบาทยังเป็นที่ปฏิบัติธรรมสืบมา มีการสลักพระพุทธรูปในเพิงหินบางแห่ง บนเขายังมีรอยพระพุทธบาท และวัดพระพุทธบาทบัวบกซึ่งมีงานนมัสการประจำปีในเดือนมีนาคม

04จากหินตั้งสู่ใบเสมา

นักวิชาการหลายคนมองว่าใบเสมาบนภูพระบาทมีรากมาจากประเพณีหินตั้งที่เก่ากว่าพุทธศาสนา บทความในศิลปวัฒนธรรมอธิบายว่าเมื่อราว 3,000 ปีก่อน ผู้คนในภูมิภาคนี้ปักหินเพื่อบูชาผีบรรพบุรุษ เชื่อว่าวิญญาณจะสิงอยู่ในหินและคุ้มครองลูกหลาน

เมื่อพระพุทธศาสนาเข้ามาในราวพุทธศตวรรษที่ 12 ชาวบ้านนำธรรมเนียมเดิมมาปรับใช้ โดยเปลี่ยนหินตั้งให้กลายเป็นเครื่องหมายเขตศักดิ์สิทธิ์ของสงฆ์ ยูเนสโกระบุว่าการปักเสมาบนภูพระบาทดำเนินต่อเนื่องราวสี่ศตวรรษ กรมศิลปากรเองก็มองว่าเสมาอีสานเป็นงานสร้างสรรค์ของท้องถิ่น ซึ่งต่างจากเครื่องหมายเขตสงฆ์ในอินเดียและลังกา

รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง แห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร อธิบายว่าหินตั้งและใบเสมาส่วนใหญ่เป็นแผ่นแบนทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายอดแหลม บางแห่งปักเดี่ยว บางแห่งปักล้อมพื้นที่สี่เหลี่ยมอย่างมีระเบียบ บางกลุ่มปักซ้อนกันทิศละ 3 หลัก และบางแห่งพบร่วมกับโครงกระดูกมนุษย์ ซึ่งชี้ว่าหินเหล่านี้อาจเกี่ยวกับพิธีศพด้วย

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือกู่นางอุสา ซึ่งเป็นศาสนสถานหินขนาดเล็กที่มีใบเสมาปักครบทั้งแปดทิศ กำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 14–16 การผสมกันระหว่างความเชื่อเรื่องผีกับพุทธศาสนาแบบนี้คือสิ่งที่ทำให้ภูพระบาทโดดเด่นในสายตาผู้เชี่ยวชาญ

05ตำนานนางอุสาและท้าวบารส

ชาวบ้านผูกชื่อโขดหินบนภูพระบาทเข้ากับนิทานพื้นบ้านอีสานเรื่องอุสา-บารส ตามตำนาน นางอุสาเป็นสาวงามที่อยู่ในความดูแลของพญากงพาน นางร้อยมาลัยแล้วลอยน้ำไปเพื่อเสี่ยงหาคู่ ท้าวบารสเจ้าชายจากต่างเมืองเก็บมาลัยได้และตามหาจนพบนาง ทั้งสองแอบรักกันที่หอซึ่งนางพำนักอยู่

เมื่อพญากงพานรู้ความ จึงท้าท้าวบารสแข่งสร้างวัดให้เสร็จภายในคืนเดียว โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ตามตำนาน ท้าวบารสใช้อุบายจนชนะ วัดของสองฝ่ายจึงได้ชื่อว่าวัดพ่อตาและวัดลูกเขย ส่วนตอนจบของเรื่องเป็นโศกนาฏกรรม นางอุสาถูกกลั่นแกล้งในเมืองของท้าวบารสจนหนีกลับบ้าน และคนรักทั้งสองต่างตรอมใจจนสิ้นชีวิต

ชื่อสถานที่ในอุทยานจึงมาจากนิทานเรื่องนี้ เช่น หอนางอุสา กู่นางอุสา คอกม้าท้าวบารส วัดพ่อตา และวัดลูกเขย นี่เป็นเรื่องเล่าที่คนรุ่นหลังใช้อธิบายโขดหินประหลาด จึงควรอ่านในฐานะมรดกทางวรรณกรรมของท้องถิ่น

06สิ่งที่เห็นในอุทยาน

หอนางอุสาเป็นจุดเด่นที่สุด เป็นหินรูปเห็ดขนาดใหญ่ หินก้อนบนกว้างราว 5 เมตร ยาวราว 7 เมตร ความสูงรวมราว 10 เมตร ใต้หินมีการก่อผนังและเจาะช่องคล้ายหน้าต่าง รอบหอมีใบเสมาปักล้อมอยู่

กลุ่มวัดพ่อตาและวัดลูกเขยเป็นเพิงหินที่ถูกดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ภายในมีพระพุทธรูปสลักและใบเสมาโดยรอบ ส่วนคอกม้าท้าวบารสเป็นเพิงหินใหญ่ที่มีใบเสมาปักอยู่เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีถ้ำวัว ถ้ำคน ถ้ำพระ และรอยพระพุทธบาทหลังเต่า

07พระพุทธบาทบัวบกและศรัทธายุคหลัง

บนภูพระบาทยังมีชั้นความศรัทธาที่ใหม่กว่าสมัยทวารวดีมาก จุดสำคัญที่สุดคือรอยพระพุทธบาทบัวบกในวัดพระพุทธบาทบัวบก ชื่อบัวบกนี้มีผู้สันนิษฐานว่ามาจากชื่อสถานที่ในตำนานอุรังคธาตุ ซึ่งเป็นตำนานพระธาตุพนมที่เล่าถึงรอยพระพุทธบาทหลายแห่งในลุ่มน้ำโขง

ตามประวัติที่เล่าต่อกันมา พระอาจารย์ศรีทัตถ์ ญาณสัมปันโน มาพบซากศาสนสถานเดิมแล้วชักชวนชาวพุทธช่วยกันบูรณะ เริ่มสร้างใน พ.ศ. 2462 และแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2473 รอยพระบาทเป็นรอยเท้าขวา กว้างราว 92 เซนติเมตร ยาวราว 160 เซนติเมตร ลึกราว 75 เซนติเมตร ทำโดยฉาบปูนทับรอยเดิม

นักวิชาการด้านคติชนบางท่าน เช่น ศ.ดร.ธีรวัฒน์ แสนคำ เสนอว่ารอยพระบาทแห่งนี้อาจเป็นหนึ่งในรอยพระบาทที่ตำนานอุรังคธาตุกล่าวว่าพระพุทธเจ้าประทับไว้ให้นาคบูชา ข้อเสนอนี้มาจากการตีความตำนาน และยังไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีช่วยกำหนดอายุ ทุกปีในเดือนมีนาคมมีงานนมัสการพระพุทธบาทบัวบกที่ผู้คนจากอีสานและลาวเดินทางมาร่วม

08เส้นทางสู่มรดกโลกและการดูแลรักษา

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เสนอภูพระบาทขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2566 ในขณะนั้นไทยมีมรดกโลกทางวัฒนธรรมเพียง 3 แห่ง คือสุโขทัย อยุธยา และบ้านเชียง ก่อนที่ศรีเทพจะได้รับการขึ้นทะเบียนในปีเดียวกัน และภูพระบาทตามมาในปีถัดไป

ยูเนสโกรับรองภูพระบาทด้วยเกณฑ์สองข้อ เกณฑ์ที่ 3 คือเป็นประจักษ์พยานอันโดดเด่นของประเพณีใบเสมา ส่วนเกณฑ์ที่ 5 คือเป็นภูมิทัศน์ที่มนุษย์ปรับเปลี่ยนการใช้พื้นที่อย่างตั้งใจและกว้างขวาง พื้นที่มรดกโลกราว 586 เฮกตาร์ มีเขตกันชนอีกราว 599 เฮกตาร์

ในทางกฎหมาย พื้นที่นี้ได้รับการคุ้มครองทั้งโดยพระราชบัญญัติโบราณสถานฯ พ.ศ. 2504 ที่แก้ไขใน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 กรมศิลปากรจึงต้องทำงานร่วมกับกรมป่าไม้และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้แผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนา พ.ศ. 2565–2569 ที่จัดทำโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม

09ปัจจุบัน

กรมศิลปากรประกาศให้ภูพระบาทเป็นอุทยานประวัติศาสตร์เมื่อราว พ.ศ. 2532 และเปิดให้ประชาชนเข้าชมในช่วงต้นทศวรรษ 2530 แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุปี พ.ศ. 2534

วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 (ค.ศ. 2024) ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 46 ประกาศให้ภูพระบาทเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ถือเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของไทย ต่อจากเมืองโบราณศรีเทพที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในปีก่อนหน้า หลังจากนั้นจำนวนผู้มาเยือนเพิ่มขึ้นมาก การดูแลใบเสมาและภาพเขียนสีจากการสัมผัสและการกัดกร่อนจึงเป็นงานสำคัญของอุทยาน

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราว 3,000 ปีก่อนประเพณีหินตั้ง

ผู้คนปักหินเพื่อบูชาผีบรรพบุรุษ ตามคำอธิบายของนักวิชาการ

ราว 3,000–2,000 ปีก่อนภาพเขียนสีบนเพิงหิน

คนยุคก่อนประวัติศาสตร์เขียนภาพคน สัตว์ และฝ่ามือ อายุยังเป็นการประเมิน

พุทธศตวรรษที่ 12ค.ศ. 7พุทธศาสนาเข้ามา

ยูเนสโกระบุว่าพุทธศาสนาเข้าสู่พื้นที่ในช่วงนี้

พุทธศตวรรษที่ 12–16ค.ศ. 7–11วัฒนธรรมเสมาทวารวดี

ดัดแปลงเพิงหินเป็นศาสนสถานและปักใบเสมาล้อมรอบ

พุทธศตวรรษที่ 14–16ค.ศ. 9–11กู่นางอุสา

ศาสนสถานหินเล็กที่มีใบเสมาปักครบแปดทิศ

สมัยล้านช้างศาสนสถานสืบเนื่อง

สลักพระพุทธรูปและใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม

ไม่ทราบแน่ชัดตำนานอุสา-บารส

ชาวบ้านตั้งชื่อโขดหินตามนิทานพื้นบ้านอีสาน

พ.ศ. 2462–2473ค.ศ. 1919–1930บูรณะพระพุทธบาทบัวบก

พระอาจารย์ศรีทัตถ์และชาวพุทธสร้างศาสนสถานครอบรอยพระบาท

ราว พ.ศ. 2532–2534ค.ศ. ราว 1989–1991อุทยานประวัติศาสตร์

กรมศิลปากรจัดตั้งอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

พ.ศ. 2565ค.ศ. 2022แผนแม่บท

เริ่มแผนแม่บทการอนุรักษ์และพัฒนา พ.ศ. 2565–2569

24 ม.ค. พ.ศ. 2566ค.ศ. 2023ครม. เห็นชอบ

อนุมัติให้เสนอภูพระบาทต่อยูเนสโก

27 ก.ค. พ.ศ. 2567ค.ศ. 2024มรดกโลก

ยูเนสโกขึ้นทะเบียนในฐานะประจักษ์พยานวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทอยู่ในอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ในความดูแลของกรมศิลปากร มีศูนย์บริการข้อมูลและเส้นทางเดินเท้าวนผ่านหอนางอุสา วัดพ่อตา วัดลูกเขย คอกม้าท้าวบารส และถ้ำภาพเขียนสี ควรเตรียมรองเท้าเดินป่าและไม่สัมผัสภาพเขียนสีหรือใบเสมา

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: มรดกโลกแห่งที่ 5

ภูพระบาทเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของไทย ต่อจากสุโขทัย อยุธยา บ้านเชียง และศรีเทพ

รู้หรือไม่: เสมาอยู่ที่เดิม

ใบเสมาจำนวนมากบนภูพระบาทยังตั้งอยู่ในตำแหน่งเดิม ซึ่งหาได้ยากในแหล่งอื่น

รู้หรือไม่: ชื่อพ่อตาลูกเขย

ชื่อวัดพ่อตาและวัดลูกเขยมาจากตำนานการแข่งสร้างวัดระหว่างพญากงพานกับท้าวบารส

รู้หรือไม่: รอยพระบาทขนาดยักษ์

รอยพระพุทธบาทบัวบกยาวราว 160 เซนติเมตรและลึกราว 75 เซนติเมตร เป็นรอยเท้าขวาที่ฉาบปูนทับรอยเดิม

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ใบเสมาคืออะไร
ใบเสมาคือแผ่นหินที่ปักเพื่อกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา บนภูพระบาทใบเสมาถูกปักล้อมเพิงหินธรรมชาติที่ใช้เป็นศาสนสถาน และหลายกลุ่มยังอยู่ในตำแหน่งเดิม
ทำไมภูพระบาทจึงเป็นมรดกโลก
ยูเนสโกเห็นว่าภูพระบาทมีกลุ่มใบเสมาสมัยทวารวดีที่อยู่ในที่เดิมมากที่สุดในโลก และเป็นภูมิทัศน์ที่ผู้คนปรับใช้พื้นที่หินทรายธรรมชาติเป็นที่ประกอบพิธีอย่างกว้างขวาง
หอนางอุสาเป็นของจริงตามนิทานหรือไม่
หอนางอุสาเป็นหินรูปเห็ดที่เกิดจากธรรมชาติ แล้วผู้คนในอดีตดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ชื่อนี้มาจากนิทานอุสา-บารสที่คนรุ่นหลังใช้เล่าอธิบายโขดหิน
ภาพเขียนสีบนภูพระบาทเก่าแค่ไหน
ยังไม่มีการหาอายุสีโดยตรง แหล่งข้อมูลจำนวนมากประเมินราว 2,000–3,000 ปีก่อน แต่ รศ.ดร.รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล เสนอว่าภาพส่วนใหญ่อาจอยู่ราว ค.ศ. 600–1200 ซึ่งใกล้กับยุคทวารวดี
ภูพระบาทเป็นมรดกโลกแห่งที่เท่าไรของไทย
เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 และเป็นมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทยเมื่อนับรวมแหล่งมรดกทางธรรมชาติ

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Phu Phrabat, a testimony to the Sīma stone tradition of the Dvaravati period - UNESCO
  2. Phu Phra Bat Historical Park - Wikipedia
  3. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท - วิกิพีเดีย
  4. หอนางอุสา - วิกิพีเดีย
  5. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท - กรมศิลปากร
  6. Phu Phra Bat Historical Park - Atlas Obscura
  7. ทำไม ภูพระบาท ถึงเป็น แหล่งหินตั้ง ในวัฒนธรรมทวารวดี - ศิลปวัฒนธรรม
  8. วิวัฒนาการจาก หินตั้ง สู่ เสมา ผีและพุทธใน ภูพระบาท - ศิลปวัฒนธรรม
  9. รอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์บน ภูพระบาท ทำไมถึงชื่อ พระบาทบัวบก - ศิลปวัฒนธรรม
  10. ครม. เห็นชอบเสนอ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลก - Thai PBS
  11. ไขปริศนา ภาพเขียนสี ภูพระบาท - ศิลปวัฒนธรรม
  12. ภาพเขียนสีภูพระบาท - ศิลปวัฒนธรรม

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา