ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

ผาแต้ม

ราว 3,000–4,000 ปีก่อน (บางความเห็นว่าเก่ากว่านั้น)

หน้าผาริมโขงที่คนยุคก่อนประวัติศาสตร์ทิ้งภาพปลา ช้าง คน และรอยมือไว้หลายร้อยภาพ ให้เห็นชีวิตริมแม่น้ำเมื่อหลายพันปีก่อน

ที่ตั้งอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ริมแม่น้ำโขง
แถลงข่าวการค้นพบ16 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981)
ผู้สำรวจคณาจารย์และนักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
จำนวนภาพกว่า 300 ภาพ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม
ช่วงยาวที่สุดราว 180 เมตร ที่กลุ่มผาแต้ม
อุทยานแห่งชาติประกาศ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991)
ภาพเด่นปลาแบบเห็นโครงภายใน ยาวถึงราว 1 เมตร ที่กลุ่มผาขาม

01ที่ตั้งและภูมิประเทศ

ผาแต้มเป็นหน้าผาหินทรายสูงชันริมฝั่งแม่น้ำโขง ในอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อีกฝั่งของแม่น้ำคือประเทศลาว หน้าผาอยู่สูงจากระดับน้ำโขงราว 50 เมตร ด้านบนเป็นลานหินและป่าเต็งรัง

คำว่า "แต้ม" ในภาษาถิ่นอีสานหมายถึงการเขียน การวาด หรือการทำเครื่องหมายด้วยสี ชื่อผาแต้มจึงแปลได้ตรง ๆ ว่าหน้าผาที่มีภาพวาด ชาวบ้านในละแวกนี้รู้จักภาพบนผามาหลายชั่วอายุคนแล้ว ก่อนที่นักวิชาการจะเข้ามาศึกษา

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
ภาพเขียนสีรูปปลาบึก

ปลาขนาดใหญ่ระบายสีแดง สะท้อนชีวิตคนริมโขงเมื่อหลายพันปีก่อน

เก็บรักษา/ชมได้ที่: ผาแต้ม กลุ่มภาพที่ 1 และ 2ดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
รอยฝ่ามือ

รอยมือที่พ่นสีรอบมือและทาบมือบนผา พบหลายจุดตลอดแนวผา

เก็บรักษา/ชมได้ที่: ผาแต้ม อุทยานแห่งชาติผาแต้มดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือผาแต้ม จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำปานกลาง พิกัดจากแหล่งข้อมูลหนึ่งถึงสองแหล่ง อาจต่างจากทางเข้าจริงเล็กน้อย ตรวจป้ายบอกทางเมื่อใกล้ถึง

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม (ที่ทำการ/ลานจอดรถทางลงชมภาพเขียนสี) อ.โขงเจียมดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
15.398746, 105.507526
15°23′55.5″N 105°30′27.1″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02การค้นพบ

แม้คนท้องถิ่น โดยเฉพาะชาวบ้านทุ่ม ตำบลห้วยไผ่ จะรู้จักภาพบนหน้าผามานาน แต่การสำรวจอย่างเป็นระบบเกิดขึ้นเมื่อคณาจารย์และนักศึกษาภาควิชามานุษยวิทยา คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นำโดย รศ.ศรีศักร วัลลิโภดม และ ดร.พรชัย สุจิตต์ เข้าไปบันทึกภาพ

วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 (ค.ศ. 1981) ทีมสำรวจแถลงต่อสาธารณะว่าพบกลุ่มภาพเขียนสีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในประเทศไทยขณะนั้น ปีต่อมา พ.ศ. 2525 กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน

หลังจากนั้นพื้นที่โดยรอบได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ครอบคลุมพื้นที่ราว 340 ตารางกิโลเมตร

บนหน้าผาริมโขง รอยมือของเด็กเมื่อหลายพันปีก่อนยังวางอยู่ข้างรอยมือของผู้ใหญ่

03สิ่งที่พบบนหน้าผา

ภาพเขียนสีที่ผาแต้มมีมากกว่า 300 ภาพ กระจายอยู่ 4 กลุ่มตามแนวหน้าผา ได้แก่ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อย และผาหมอน กลุ่มผาแต้มยาวที่สุด ราว 180 เมตร

ภาพมีหลายประเภท ทั้งรูปคนราวสิบรูป รอยฝ่ามือทั้งของผู้ใหญ่และเด็กรวมกว่าสองร้อยรอย สัตว์อย่างช้าง ปลา เต่า สุนัข และวัว เครื่องมืออย่างไซดักปลาและคันธนู รวมถึงเส้นคลื่นและลายเรขาคณิตที่อาจหมายถึงน้ำหรือแปลงนา

ที่กลุ่มผาขามมีภาพปลาขนาดใหญ่ยาวถึงราว 1 เมตร บางตัววาดเห็นโครงกระดูกและอวัยวะภายใน คล้ายภาพเอกซเรย์ หลายคนเชื่อว่าเป็นปลาบึกแห่งแม่น้ำโขง ใกล้กันมีภาพช้างตัวเล็กยาวเพียงราว 13 เซนติเมตร

สีที่ใช้มีทั้งแดง น้ำตาลเข้ม ดำ และขาว เทคนิคมีหลายแบบ เช่น ระบายสีทึบทั้งตัว วาดเฉพาะเส้นขอบ ทาบมือแล้วพ่นสีรอบ ๆ และจุ่มมือลงสีแล้วประทับลงบนหิน

04อ่านภาพทีละกลุ่ม

กลุ่มผาขามอยู่ต้นทาง มีภาพปลาขนาดใหญ่ 4 ตัว ยาวตั้งแต่ราว 35 เซนติเมตรถึง 1 เมตร เขียนด้วยสีแดงแบบเห็นโครงภายใน ข้าง ๆ มีภาพช้างตัวเล็กยาวราว 13 เซนติเมตร ความต่างของขนาดนี้ทำให้ภาพปลาดูโดดเด่นเป็นพิเศษ

กลุ่มผาแต้มเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด ภาพเรียงต่อเนื่องตลอดแนวหน้าผายาวราว 180 เมตร มีทั้งคน ช้าง ปลา เต่า นก และวัว พร้อมรอยฝ่ามือมากกว่า 200 รอย นี่คือส่วนที่ผู้มาเยือนส่วนใหญ่ได้เห็นจากทางเดินเลียบผา

กลุ่มผาหมอนน้อยมีภาพคนสูงราว 1.6 เมตร ถือสิ่งที่ดูคล้ายอาวุธ อยู่ในฉากที่ตีความว่าเป็นการล่าสัตว์สี่เท้า และมีรอยมืออีกราว 35 รอย ส่วนกลุ่มผาหมอนมีภาพคนราว 10 คน และสัตว์สี่เท้าราว 11 ตัว วาดแบบระบายทึบทั้งตัวจนเห็นเป็นเงา

เมื่อมองภาพรวม หน้าผาแห่งนี้จึงมีทั้งฉากชีวิตประจำวัน ภาพสัตว์ที่ผู้คนพึ่งพา และรอยมือจำนวนมากที่เหมือนเป็นลายเซ็นของคนที่มาร่วมทำภาพ

05ช่างโบราณวาดอย่างไร

ภาพเขียนบนหน้าผาหินทรายที่สูงราว 30–40 เมตรในบางช่วง สีที่พบมีแดง น้ำตาลเข้ม ดำ และขาว สีแดงพบมากที่สุด ฐานข้อมูลศิลปกรรมของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่ารอยมือมีทั้งสีแดง ดำ และขาว

เทคนิคที่ใช้มีหลายแบบ แบบแรกคือระบายสีทึบทั้งตัวจนเป็นภาพเงา แบบที่สองคือวาดเฉพาะเส้นรอบนอก แบบที่สามคือวาดเป็นเส้นก้านไม้ขีดแบบง่าย ๆ และสำหรับรอยมือ มีทั้งการทาบมือแล้วพ่นสีรอบ ๆ ให้เกิดรอยมือว่าง และการจุ่มมือลงในสีแล้วประทับลงบนหิน

ภาพปลาแบบเห็นโครงภายในเป็นวิธีวาดที่พบในศิลปะบนหินหลายแห่งของโลก การที่ช่างเลือกแสดงกระดูกและอวัยวะของปลาชี้ว่าคนที่วาดรู้จักปลาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด อาจเพราะจับและชำแหละมันเป็นประจำ

06ภาพเหล่านี้หมายความว่าอะไร

นักวิชาการส่วนใหญ่ตีความว่าผู้วาดเป็นสังคมเกษตรกรรมริมโขงที่ทั้งจับปลา เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และล่าสัตว์ เส้นบิดเกลียว เส้นคลื่น และเส้นซิกแซกบางชุดอาจหมายถึงน้ำ หรืออาจเป็นภาพไซดักปลา ส่วนลายตารางบางภาพอาจเป็นแปลงนา

รอยมือจำนวนมากของทั้งเด็กและผู้ใหญ่ถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมแรงร่วมใจในชุมชน และอาจเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ที่คนทั้งกลุ่มมีร่วมกัน หนังสือศิลปะถ้ำผาแต้มโขงเจียมของพเยาว์ เข็มนาค ที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2532 เป็นงานศึกษาภาพกลุ่มนี้อย่างละเอียดชิ้นสำคัญ

ชาวบ้านในละแวกนี้เองก็มีความเชื่อเกี่ยวกับหน้าผา เล่ากันว่าบริเวณนี้เป็นเขตต้องห้าม ผู้ล่วงล้ำอาจเจ็บไข้ได้ป่วยถึงชีวิต ความเชื่อนี้อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ภาพรอดพ้นจากการถูกรบกวนมาจนถึงสมัยที่นักวิชาการเข้ามาสำรวจ

07ความสำคัญ

ภาพบนผาแต้มเปรียบเหมือนบันทึกชีวิตของคนริมโขงในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ภาพปลาและไซบอกว่าการจับปลาเป็นส่วนสำคัญของการดำรงชีวิต ภาพวัวและลายที่อาจเป็นแปลงนาชี้ว่าคนกลุ่มนี้อาจเริ่มเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกแล้ว

รอยมือจำนวนมากทั้งของผู้ใหญ่และเด็กทำให้นักวิชาการคิดว่าการทำภาพอาจเป็นกิจกรรมร่วมของชุมชน และอาจเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม หน้าผาริมแม่น้ำใหญ่อาจถูกมองเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ยุคนั้น

ผาแต้มยังเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มภาพเขียนสีบนเพิงหินในภาคอีสานที่พบหลายแห่ง เช่น ที่ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ช่วยให้เห็นว่าการทำศิลปะบนหินเป็นประเพณีที่แพร่หลายในที่ราบสูงโคราช

08ข้อถกเถียงเรื่องอายุ

อายุของภาพเขียนสีผาแต้มยังไม่มีข้อยุติ เพราะยังไม่มีการหาอายุสีโดยตรงด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ช่วงแรกที่แถลงการค้นพบ มีการประเมินว่าภาพอาจเก่าถึง 5,000–6,000 ปี

แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ในปัจจุบันระบุอายุราว 3,000–4,000 ปี โดยเทียบรูปแบบภาพและวิถีชีวิตที่ปรากฏ เช่น การเลี้ยงวัวและการทำนา กับแหล่งโบราณคดีที่ขุดค้นแล้วในภาคอีสาน ตัวเลขทั้งสองชุดจึงควรถือเป็นการประมาณ

ค่าประเมินยังแตกต่างกันอีกหลายชุด ฐานข้อมูลศิลปกรรมของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรให้ช่วงกว้างราว 1,500–3,500 ปี ส่วนข่าวของกรมศิลปากรบางชิ้นระบุว่าอายุกว่า 2,500 ปี ความต่างนี้สะท้อนว่าทุกตัวเลขยังมาจากการเทียบเคียง และจะชัดเจนขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการหาอายุสีหรือคราบแร่ที่ปิดทับภาพโดยตรง

09การอนุรักษ์และภัยจากธรรมชาติ

ภาพเขียนสีบนหน้าผากลางแจ้งต้องเผชิญทั้งแดด ฝน ความชื้น และการผุกร่อนของหิน ใน พ.ศ. 2558 เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชั้นหินผุและรอยร้าวใหม่ในพื้นที่อุทยาน ต่อมาวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2559 เกิดหินถล่มเป็นแนวกว้างราว 50 เมตร สูงราว 40 เมตร และลึกราว 6 เมตร

จุดที่หินถล่มอยู่ห่างจากกลุ่มภาพเขียนสีราว 6 กิโลเมตร สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี ร่วมกับนักธรณีวิทยาเข้าตรวจสอบ และยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นยังไม่กระทบภาพเขียนสี แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนว่าหน้าผาหินทรายเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

อุทยานแห่งชาติผาแต้มเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 74 ของไทย และมีผู้มาเยือนกว่า 180,000 คนใน พ.ศ. 2562 จำนวนคนที่มากขึ้นทำให้การกั้นแนวทางเดินและการห้ามสัมผัสหน้าผายิ่งมีความสำคัญ

10ปัจจุบัน

อุทยานแห่งชาติผาแต้มทำทางเดินเลียบหน้าผาให้ชมภาพเขียนสีได้ใกล้ ๆ พร้อมป้ายอธิบาย มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวด้านบนหน้าผา

นอกจากภาพเขียนสี อุทยานยังมีเสาเฉลียงซึ่งเป็นหินรูปเห็ดจากการกัดกร่อน น้ำตกสร้อยสวรรค์ และผาชนะได ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นแรกของประเทศไทย ภาพเขียนสีเปราะบางต่อการสัมผัสและสภาพอากาศ ผู้มาเยือนจึงควรชมจากแนวทางเดินเท่านั้น

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราว 4,000–3,000 ปีก่อนสร้างภาพเขียนสี

ค่าประเมินที่แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ใช้ คนริมโขงวาดภาพปลา สัตว์ คน และรอยมือบนหน้าผา

ราว 3,500–1,500 ปีก่อนค่าประเมินอีกชุด

ฐานข้อมูลศิลปกรรมของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรให้ช่วงอายุนี้

หลายชั่วอายุคนชาวบ้านรู้จักผาแต้ม

ชาวบ้านทุ่ม ตำบลห้วยไผ่ รู้จักภาพบนผาและถือเป็นเขตต้องห้าม

16 พ.ค. พ.ศ. 2524ค.ศ. 1981แถลงการค้นพบ

ทีมมหาวิทยาลัยศิลปากรเผยแพร่การสำรวจสู่สาธารณะ และประเมินอายุไว้ 5,000–6,000 ปี

พ.ศ. 2525ค.ศ. 1982ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนแหล่งภาพเขียนสี

พ.ศ. 2532ค.ศ. 1989หนังสือศิลปะถ้ำผาแต้มโขงเจียม

กรมศิลปากรพิมพ์งานศึกษาของพเยาว์ เข็มนาค

31 ธ.ค. พ.ศ. 2534ค.ศ. 1991อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 74 พื้นที่ราว 340 ตารางกิโลเมตร

พ.ศ. 2558ค.ศ. 2015พบรอยร้าวในชั้นหิน

เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นการผุกร่อนและรอยร้าวใหม่ในพื้นที่อุทยาน

24 ม.ค. พ.ศ. 2559ค.ศ. 2016หินถล่ม

หินถล่มห่างจากภาพราว 6 กิโลเมตร กรมศิลปากรยืนยันว่าภาพไม่ได้รับผลกระทบ

พ.ศ. 2562ค.ศ. 2019ผู้มาเยือนกว่า 180,000 คน

อุทยานกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอุบลราชธานี

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

ภาพเขียนสีผาแต้มอยู่ในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีทางเดินเลียบหน้าผาให้ชมภาพทั้งสี่กลุ่ม และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนผา ในอุทยานยังมีเสาเฉลียง น้ำตกสร้อยสวรรค์ และผาชนะได ชมภาพจากแนวทางเดินและไม่สัมผัสหน้าผา

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ปลาเอกซเรย์

ภาพปลาที่ผาขามวาดให้เห็นกระดูกและอวัยวะภายใน เป็นวิธีวาดที่พบในศิลปะบนหินหลายแห่งทั่วโลก

รู้หรือไม่: แต้ม แปลว่าวาด

ชื่อผาแต้มมาจากภาษาอีสาน แปลว่าผาที่ถูกแต้มสีหรือวาดภาพไว้

รู้หรือไม่: พระอาทิตย์ขึ้นแรก

ผาชนะไดในอุทยานเดียวกันเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่อื่นในไทย

รู้หรือไม่: ผาแต้มในลาว

ที่แขวงหลวงพระบางของลาวก็มีหน้าผาชื่อผาแต้มริมแม่น้ำอู ซึ่งมีภาพสีแดงกว่า 300 ภาพเช่นกัน นักวิจัยมองว่าแม่น้ำเคยเป็นเส้นทางเชื่อมผู้คนและประเพณีการทำภาพบนหิน

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ภาพที่ผาแต้มมีอายุเท่าไร
ยังไม่มีการหาอายุสีโดยตรง ค่าที่ใช้กันมากคือราว 3,000–4,000 ปี แต่มีค่าประเมินอื่นตั้งแต่ราว 1,500 ปีจนถึง 5,000–6,000 ปี ทุกตัวเลขจึงเป็นการประมาณ
ใครเป็นคนวาด
ไม่ทราบชื่อหรือกลุ่มชนที่แน่ชัด นักวิชาการเชื่อว่าเป็นชุมชนเกษตรกรรมริมแม่น้ำโขงที่ทั้งจับปลา เพาะปลูก และล่าสัตว์ รอยมือของเด็กและผู้ใหญ่ชี้ว่าคนหลายวัยมีส่วนร่วม
ภาพปลาขนาดใหญ่คือปลาบึกหรือไม่
หลายคนเชื่อเช่นนั้น เพราะปลาบึกเป็นปลาใหญ่ของแม่น้ำโขง แต่ภาพไม่มีรายละเอียดพอจะระบุชนิดได้แน่นอน จึงเป็นเพียงการตีความ
ภาพมีทั้งหมดกี่ภาพ
มีมากกว่า 300 ภาพ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อย และผาหมอน โดยในจำนวนนี้มีรอยมือมากกว่า 200 รอย
ชมภาพได้อย่างไรโดยไม่ทำให้เสียหาย
ชมจากทางเดินเลียบหน้าผาที่อุทยานจัดไว้ ไม่แตะต้องหรือขีดเขียนบนหิน เพราะภาพเปราะบางต่อการสัมผัสและสภาพอากาศ

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. 45 ปี แถลงพบภาพเขียนสีผาแต้ม - ศิลปวัฒนธรรม
  2. 16 พฤษภาคม 2524 แถลงพบภาพเขียนสีที่ผาแต้ม - ศิลปวัฒนธรรม
  3. Pha Taem National Park - Wikipedia
  4. Ubon Ratchathani province - Wikipedia
  5. ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม - ฐานข้อมูลศิลปกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  6. กรมศิลป์ตรวจภาพเขียนสีผาแต้มหลังหินถล่ม - มติชน
  7. The Cliff Paintings of Pha Taem, Luang Prabang, Lao PDR - Rock Art Research

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา