01หินจารึกจากเมืองศรีมโหสถ
เมืองโบราณศรีมโหสถในจังหวัดปราจีนบุรีเป็นเมืองสำคัญทางฝั่งตะวันออกของที่ราบภาคกลาง พบทั้งศาสนสถานในพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู ประติมากรรมพระวิษณุและพระคเณศ รวมถึงร่องรอยศิลปะทวารวดีและเขมร จึงเป็นเมืองที่วัฒนธรรมหลายสายมาพบกัน
จารึกเนินสระบัวพบที่เนินสระบัว ในบริเวณดงศรีมหาโพธิ์ของเมืองศรีมโหสถ ตัวจารึกเป็นแผ่นหินที่สลักตัวอักษรไว้ด้านเดียว รวม 27 บรรทัด แม้จะเป็นหินแผ่นไม่ใหญ่ แต่ข้อความบนนั้นช่วยตอบคำถามใหญ่หลายข้อเกี่ยวกับพุทธศาสนาในดินแดนไทยยุคแรก
ข้อมูลในฐานข้อมูลจารึกของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่า มีการถ่ายถอดข้อความจากอักษรโบราณเป็นอักษรไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2508 และต่อมาถ่ายถอดเป็นอักษรโรมันใน พ.ศ. 2553
หลักฐานหลักฐานสำคัญ 3 ชิ้น
ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons
แผ่นหินจารึก 27 บรรทัด อักษรหลังปัลลวะ ภาษาบาลีและเขมรโบราณ ระบุปีตรงกับ พ.ศ. 1304
เก็บรักษา/ชมได้ที่: เคยเก็บที่พิพิธภัณฑ์วัดสระมรกต ปัจจุบันมีรายงานว่าจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรีดูภาพถ่ายจริง ↗คาถาบาลีสามบทในจารึกตรงกับบทที่ 2 ถึง 4 ของกวีนิพนธ์บาลีจากลังกา
เก็บรักษา/ชมได้ที่: บนตัวจารึกเนินสระบัวดูภาพถ่ายจริง ↗เมืองที่พบศาสนสถานและประติมากรรมทั้งพุทธและฮินดู แสดงการพบกันของวัฒนธรรมทวารวดีและเขมร
เก็บรักษา/ชมได้ที่: อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรีดูภาพถ่ายจริง ↗แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่
02อักษรและภาษา
จารึกเนินสระบัวเขียนด้วยอักษรหลังปัลลวะ ซึ่งพัฒนามาจากอักษรที่ใช้ในอินเดียใต้ และเป็นอักษรที่ใช้ในจารึกยุคแรกหลายหลักของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมนดิส โรหณธีระ นักวิชาการชาวศรีลังกาที่ศึกษาจารึกนี้ เห็นว่ารูปอักษรใกล้เคียงกับอักษรที่ใช้ในลังกาช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถึง 8 มาก
ข้อความใช้สองภาษาในหลักเดียวกัน ส่วนต้นและส่วนท้ายเป็นภาษาเขมรโบราณ ส่วนกลางเป็นคาถาภาษาบาลีสามบท การพบภาษาบาลีและภาษาเขมรอยู่ด้วยกันในจารึกที่เมืองศรีมโหสถ ทำให้เห็นว่าคนที่สร้างจารึกนี้คุ้นเคยกับทั้งโลกพุทธศาสนาแบบบาลีและภาษาของชาวเขมร
รายละเอียดของข้อความภาษาเขมรยังไม่ค่อยถูกนำมาอธิบายในงานที่เผยแพร่ทั่วไป งานศึกษาส่วนใหญ่เน้นที่ส่วนภาษาบาลี ส่วนนักภาษาศาสตร์บางคนใช้จารึกนี้เป็นตัวอย่างในการศึกษาว่าการสะกดคำภาษาเขมรโบราณเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในแต่ละยุค
คาถาสามบทจากลังกาที่สลักไว้บนหินในปราจีนบุรี บอกว่าพุทธศาสนาแบบบาลีเดินทางข้ามทะเลมาถึงที่นี่แล้วเมื่อกว่าพันสองร้อยปีก่อน
03คาถาจากลังกา
คาถาภาษาบาลีสามบทในจารึกเป็นบทสรรเสริญพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ แต่งในฉันท์ชนิดที่เรียกว่าวสันตดิลก โรหณธีระพบว่าคาถาทั้งสามบทตรงกับคาถาบทที่ 2 ถึง 4 ของเตลกฏาหคาถา ซึ่งเป็นกวีนิพนธ์ภาษาบาลีที่แต่งขึ้นในลังกา
จารึกนี้ไม่ได้ระบุชื่อผู้บริจาคหรือรายการสิ่งของที่ถวาย ส่วนภาษาบาลีจึงทำหน้าที่เป็นบทสวดบูชาและเตือนใจทางศาสนามากกว่าเป็นบันทึกการทำบุญ
การพบคาถาจากวรรณกรรมลังกาบนหินในปราจีนบุรี แสดงว่าตัวบทนี้เดินทางมาถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกแล้วภายในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ปีเตอร์ สกิลลิง นักวิชาการด้านพุทธศาสนา ยกจารึกเนินสระบัวเป็นหนึ่งในจารึกภาษาบาลียุคแรกที่กระจายอยู่ทั่วภาคพื้นทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
04ปีที่จารึก และความเห็นที่ต่างกัน
ฐานข้อมูลจารึกของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุศักราชของจารึกนี้ว่า พ.ศ. 1304 ซึ่งตรงกับ ค.ศ. 761 งานของโรหณธีระที่ตีพิมพ์ในวารสารสยามสมาคมเมื่อ พ.ศ. 2531 ก็ใช้ปี ค.ศ. 761 เช่นกัน ปีนี้จึงเป็นค่าที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด
อย่างไรก็ตาม บทความวิชาการภาษาไทยชิ้นหนึ่งในวารสารดำรงวิชาการกล่าวถึงจารึกเนินสระบัวในเชิงอรรถว่า ระบุมหาศักราช 863 ตรงกับ พ.ศ. 1484 และกล่าวว่าเนื้อหาเกี่ยวกับการกัลปนารอยพระบาท ตัวเลขนี้ต่างจากค่าที่ฐานข้อมูลจารึกใช้อยู่ร้อยกว่าปี อาจเป็นการอ่านที่ต่างกัน การพิมพ์คลาดเคลื่อน หรือการอ้างถึงจารึกอีกหลักหนึ่งในบริเวณเดียวกัน แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่พอจะชี้ขาด
นอกจากปีที่ระบุในตัวจารึก นักวิชาการยังกำหนดอายุจากรูปอักษรด้วย บางแหล่งจัดอักษรของจารึกนี้ไว้ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 14 ซึ่งสอดคล้องกับ พ.ศ. 1304 มากกว่า
05ความสำคัญต่อประวัติศาสตร์
จารึกเนินสระบัวเป็นจารึกยุคแรกในดินแดนไทยที่มีศักราชกำกับ จารึกส่วนใหญ่ในยุคทวารวดีไม่ระบุปี นักวิชาการต้องเดาอายุจากรูปอักษร จารึกที่มีปีชัดเจนจึงเป็นหมุดเวลาที่ใช้เทียบอายุของรูปอักษรและโบราณวัตถุอื่น ๆ ในภูมิภาคได้
จารึกนี้ยังเป็นหลักฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากับลังกา โรหณธีระใช้จารึกนี้แย้งความเห็นเดิมที่ว่าอิทธิพลพุทธศาสนาจากลังกาเพิ่งเข้ามาผ่านมอญในราวคริสต์ศตวรรษที่ 11 เพราะจารึกแสดงว่าวรรณกรรมบาลีจากลังกามาถึงแล้วตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8 พิพิธภัณฑ์ในปราจีนบุรีก็นำเสนอจารึกนี้ในฐานะหลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างศรีมโหสถกับลังกา
ในอีกด้านหนึ่ง การที่คาถาบาลีอยู่คู่กับภาษาเขมรโบราณ ช่วยให้เห็นว่าเมืองศรีมโหสถตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อ ที่ผู้คนในวัฒนธรรมทวารวดีกับผู้คนที่ใช้ภาษาเขมรอยู่ร่วมกันหรือติดต่อกันอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ก่อนยุคเมืองพระนครรุ่งเรือง ข้อนี้เป็นการตีความจากลักษณะของจารึก ซึ่งยังต้องอาศัยหลักฐานอื่นประกอบ
06จารึกอยู่ที่ไหนในปัจจุบัน
เมื่อโรหณธีระไปศึกษาจารึกนี้ในปี พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) จารึกเก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กของวัดสระมรกต ในเขตดงศรีมหาโพธิ์ ใกล้กับแหล่งที่พบ
ข่าวการจัดแสดงของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ในช่วงหลังได้กล่าวถึงจารึกเนินสระบัวในฐานะหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเมืองศรีมโหสถกับลังกา ผู้ที่สนใจจึงควรเริ่มต้นที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ และสอบถามสถานที่จัดแสดงปัจจุบันก่อนเดินทาง
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
เมืองศรีมโหสถเป็นที่พบกันของวัฒนธรรมทวารวดีและเขมร
จารึกคาถาบาลีจากเตลกฏาหคาถาคู่กับภาษาเขมรโบราณ
ข้อความถูกถ่ายถอดจากอักษรหลังปัลลวะเป็นอักษรไทย
โรหณธีระศึกษาจารึกที่พิพิธภัณฑ์วัดสระมรกต
เสนอว่าคาถาตรงกับเตลกฏาหคาถาของลังกา
โครงการฐานข้อมูลจารึกถ่ายถอดข้อความเป็นอักษรโรมัน
ปีเตอร์ สกิลลิง ยกเป็นตัวอย่างจารึกบาลียุคแรกในภูมิภาค
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ไม่มีชื่อผู้สร้าง
จารึกเนินสระบัวไม่ได้บอกชื่อผู้บริจาคหรือผู้สร้าง ต่างจากจารึกเขมรอีกจำนวนมากที่บันทึกการถวายที่ดินและข้าคน
รู้หรือไม่: คาถาที่ร้อยเรียงเป็นฉันท์
คาถาบาลีในจารึกแต่งเป็นฉันท์วสันตดิลก มีจังหวะและจำนวนพยางค์ตายตัว
รู้หรือไม่: คาถาที่เก่ากว่าจารึก
โรหณธีระเสนอว่าเตลกฏาหคาถาต้องแต่งขึ้นก่อนจารึกนี้นาน และอาจเก่าไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 5 หรือก่อนนั้น
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Rohanadeera: Telakatahagatha in a Thailand Inscription of 761 A.D. (JSS 1988)
- ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย: จารึกเนินสระบัว
- Skilling: The Theravamsa Has Always Been Here, K. 1355 from Angkor Borei (JSS 2019)
- รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล บทความในวารสารดำรงวิชาการ
- แนวหน้า: เมืองศรีมโหสถ ภูมินครรัฐอวัธยะปุระด้านตะวันออก
- ไทยโพสต์: เจาะลึกพิพิธภัณฑ์ปราจีนบุรี
- มติชน: ศูนย์เถรวาทไทยอยู่อโยธยา
- GotoKnow: ขอมสบาดโขลญลำพง (การสะกดเขมรโบราณ)
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา