01ตัวอักษรที่เดินทางข้ามทะเล
ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 ราชวงศ์ปัลลวะปกครองดินแดนทางใต้ของอินเดีย ราชสำนักใช้ทั้งภาษาทมิฬและภาษาสันสกฤต ตัวอักษรที่ใช้เขียนทั้งสองภาษาพัฒนามาจากอักษรพราหมี และนักวิชาการรุ่นหลังเรียกตามชื่อราชวงศ์ว่าอักษรปัลลวะ
ในช่วงเวลาเดียวกัน การค้าทางทะเลระหว่างอินเดียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คึกคักมาก พระสงฆ์ พราหมณ์ นักปราชญ์ และพ่อค้าเดินทางไปมา และนำตัวอักษรชุดนี้ติดตัวมาด้วย อักษรปัลลวะจึงแพร่ไปทั่วภูมิภาค ตั้งแต่ชวา สุมาตรา กัมพูชา ไปจนถึงดินแดนที่เป็นประเทศไทย
ในประเทศไทย อักษรปัลลวะปรากฏบนจารึกในราวพุทธศตวรรษที่ 11–12 พบกระจายอยู่ในภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคอีสาน และภาคใต้ นี่คือช่วงที่ดินแดนแห่งนี้เริ่มมีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรของตนเอง
แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่
02ภาษาหลายภาษา ตัวอักษรชุดเดียว
สิ่งที่น่าสนใจคืออักษรปัลลวะถูกใช้เขียนหลายภาษา ภาษาสันสกฤตใช้ในจารึกของกษัตริย์และศาสนาพราหมณ์ ภาษาบาลีใช้กับคัมภีร์และคาถาของพุทธศาสนาเถรวาท ส่วนคนท้องถิ่นก็นำอักษรชุดนี้ไปเขียนภาษาของตัวเอง คือภาษามอญโบราณและเขมรโบราณ
จารึกภาษามอญที่เก่าที่สุดที่รู้จักในไทยคือชิ้นส่วนจารึกจากวัดโพธิ์ร้าง จังหวัดนครปฐม อายุราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 6 ต่อมายังพบจารึกภาษามอญโบราณที่นครปฐม ลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และขอนแก่น หลักฐานนี้ทำให้นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าคนกลุ่มหลักของวัฒนธรรมทวารวดีพูดภาษามอญ
การใช้หลายภาษาด้วยตัวอักษรชุดเดียวคล้ายกับที่ทุกวันนี้หลายภาษาในยุโรปใช้อักษรโรมันร่วมกัน อักษรปัลลวะจึงเป็นเหมือนเครื่องมือกลางที่แต่ละชุมชนหยิบไปปรับใช้
ทุกครั้งที่เราเขียนตัวอักษรไทย เรากำลังใช้มรดกที่เดินทางมาจากอินเดียใต้ผ่านมือช่างจารึกมอญและเขมรเมื่อพันกว่าปีก่อน
03จารึกยุคแรกที่สำคัญ
จารึกที่ระบุศักราชได้เก่าที่สุดในไทยอยู่ในภาคตะวันออก จารึกเขาน้อย ที่อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ลงปีตรงกับ พ.ศ. 1180 (ค.ศ. 637) ส่วนจารึกเขารัง ที่อำเภออรัญประเทศเช่นกัน ลงปี พ.ศ. 1182 เขียนด้วยอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤตและเขมร บันทึกการถวายทาส สวน และสัตว์เลี้ยงแก่ศาสนสถาน ทั้งสองหลักเกี่ยวข้องกับอำนาจของรัฐเจนละ
ในภาคอีสาน มีจารึกอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤตหลายหลักกล่าวถึงเจ้าชายจิตรเสน ผู้ต่อมาขึ้นครองราชย์ในพระนามพระเจ้ามเหนทรวรมัน เช่น จารึกปากน้ำมูล ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี และจารึกวัดศรีเมืองแอม จังหวัดขอนแก่น ซึ่งบันทึกการสร้างรูปโคนนทิถวายพระศิวะ
ในภาคกลาง จารึกอักษรปัลลวะจำนวนมากเป็นข้อความทางพุทธศาสนา ตัวอย่างหนึ่งคืออิฐจารึกคาถาเย ธมฺมา ภาษาบาลี พบที่บ้านท่าม่วง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี คาถานี้สรุปหัวใจของคำสอนว่าทุกสิ่งเกิดจากเหตุ และพบบ่อยมากในจารึกสมัยทวารวดี
ในปี พ.ศ. 2562 ยังพบจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต ที่วัดพระงาม นครปฐม อายุราวพุทธศตวรรษที่ 11–12 มีคำว่าทวารวตีปรากฏอยู่ด้วย ถือเป็นการค้นพบสำคัญที่ช่วยยืนยันชื่อของวัฒนธรรมทวารวดี
04สิ่งที่จารึกเล่าให้ฟัง
จารึกยุคแรกบอกเราหลายเรื่องที่โบราณวัตถุอย่างอื่นบอกไม่ได้ เช่น ชื่อผู้ปกครอง ชื่อเมือง ศาสนาที่นับถือ และการถวายทรัพย์สินแก่วัดหรือเทวาลัย เหรียญเงินที่มีจารึกว่าศรีทวารวตีศวรปุณยะ ก็เขียนด้วยอักษรปัลลวะเช่นกัน
จารึกยังบอกเส้นทางของความคิด จารึกเนินสระบัว ที่ดงศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ลงปีตรงกับ ค.ศ. 761 เขียนด้วยอักษรปัลลวะที่มีลักษณะใกล้กับอักษรของลังกา มีคาถาภาษาบาลีสามบทที่ตรงกับบทเปิดของเตลกฏาหคาถา ซึ่งเป็นวรรณกรรมบาลีจากลังกา แสดงว่าคัมภีร์จากลังกาเดินทางมาถึงดินแดนทวารวดีตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 8
อย่างไรก็ตาม การอ่านจารึกยุคแรกทำได้ยาก หินหลายหลักสึกกร่อนหรือแตกหัก การกำหนดอายุหลายครั้งต้องอาศัยการเทียบรูปแบบตัวอักษร ซึ่งให้ช่วงเวลากว้างเป็นศตวรรษ และนักวิชาการแต่ละคนอาจอ่านหรือแปลบางคำต่างกัน
05จากปัลลวะสู่อักษรไทย
เมื่อเวลาผ่านไป ช่างจารึกในแต่ละท้องถิ่นค่อย ๆ ปรับรูปตัวอักษรให้ต่างไปจากต้นแบบ นักวิชาการเรียกอักษรในขั้นนี้ว่าอักษรหลังปัลลวะ ซึ่งใช้กันในราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 จากนั้นจึงแตกสายออกเป็นอักษรของแต่ละภูมิภาค
สายหนึ่งกลายเป็นอักษรมอญโบราณ ซึ่งใช้ในภาคกลางและต่อมาที่หริภุญชัย สายหนึ่งกลายเป็นอักษรขอมโบราณ ซึ่งใช้กว้างขวางในภาคกลาง อีสาน และใต้ ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 14–16 ส่วนในหมู่เกาะ อักษรปัลลวะพัฒนาเป็นอักษรกวิของชวา
อักษรไทยที่ปรากฏในสมัยสุโขทัยราวพุทธศตวรรษที่ 19 พัฒนามาจากอักษรขอมและมอญที่ใช้กันอยู่ก่อน ดังนั้นเมื่อเราเขียนตัวอักษรไทยทุกวันนี้ เรากำลังใช้ตัวเขียนที่มีบรรพบุรุษสืบย้อนไปถึงอักษรปัลลวะของอินเดียใต้เมื่อกว่าหนึ่งพันห้าร้อยปีก่อน
06ศึกษาจารึกได้ที่ไหน
จารึกยุคแรกส่วนใหญ่เก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในภูมิภาค เช่น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี
ผู้ที่อยากอ่านเนื้อหาจารึกสามารถค้นได้จากฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทยของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ซึ่งรวบรวมคำอ่าน คำแปล ภาพ และประวัติการศึกษาของจารึกแต่ละหลักไว้ เปิดให้ทุกคนใช้ได้ทางออนไลน์
ในระดับสากล อักษรปัลลวะยังไม่ได้อยู่ในมาตรฐานยูนิโค้ด แม้จะมีข้อเสนอให้บรรจุไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 การพิมพ์อักษรนี้บนคอมพิวเตอร์จึงยังต้องพึ่งฟอนต์เฉพาะ
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
ราชวงศ์ปัลลวะใช้อักษรนี้เขียนทมิฬและสันสกฤต
จารึกภาษามอญเก่าที่สุดที่รู้จักในไทย นครปฐม
จารึกสันสกฤตที่มีคำว่าทวารวตี
จารึกปากน้ำมูลและวัดศรีเมืองแอม ในอีสาน
จารึกที่ระบุศักราชได้เก่าที่สุดในไทย
บันทึกการถวายทาสและทรัพย์สินแก่ศาสนสถาน
คาถาบาลีจากวรรณกรรมลังกา ที่ปราจีนบุรี
แพร่หลายในภาคกลาง อีสาน และใต้
พัฒนาจากอักษรขอมและมอญ
การค้นพบใหม่ที่นครปฐม
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ยังไม่มีในยูนิโค้ด
อักษรปัลลวะยังไม่อยู่ในมาตรฐานยูนิโค้ด แม้จะเป็นบรรพบุรุษของอักษรหลายสิบชนิดในเอเชีย
รู้หรือไม่: คาถายอดนิยม
คาถาเย ธมฺมา เป็นข้อความที่พบบ่อยที่สุดชิ้นหนึ่งในจารึกสมัยทวารวดี ทั้งบนอิฐ พระพิมพ์ และเสาหิน
รู้หรือไม่: จารึกบนใบเสมา
จารึกยุคแรกหลายหลัก เช่น จารึกเขารังและจารึกปากน้ำมูล สลักบนหินรูปใบเสมา
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (13)
บทความเหล่านี้พูดถึงอักษรปัลลวะและจารึกยุคแรก อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Pallava script (Wikipedia)
- ฐานข้อมูลจารึก ศมส.: จารึกเขารัง
- ฐานข้อมูลจารึก ศมส.: จารึกปากน้ำมูล 1
- ฐานข้อมูลจารึก ศมส.: จารึกวัดศรีเมืองแอม
- Prasat Kao Noi (Wikipedia)
- Mohanadeera, Noen Sa Bua Inscription of Dong Si Maha Bo (JSS)
- ศิลปวัฒนธรรม: คาถาเย ธัมมา เขียนด้วยอักษรปัลลวะ พบที่สุพรรณบุรี
- ศิลปวัฒนธรรม: พบศิลาจารึกโบราณที่นครปฐม
- Mon Language in Thailand
- ทรูปลูกปัญญา: อักษรปัลลวะและพัฒนาการอักษรในไทย
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา