01แผ่นดินทองในความทรงจำของชาวอินเดีย
คำว่าสุวรรณภูมิมาจากภาษาสันสกฤต แปลตรงตัวว่าแผ่นดินแห่งทอง ชาวอินเดียโบราณใช้คำนี้เรียกดินแดนไกลโพ้นทางตะวันออกที่ต้องข้ามทะเลไปถึง ในสายตาของพ่อค้ายุคนั้น ดินแดนนี้คือแหล่งทองคำ เครื่องหอม และของมีค่าที่หาไม่ได้ในบ้านเกิด
ชื่อนี้ปรากฏในวรรณกรรมหลายเรื่อง ชาดกซึ่งเป็นนิทานชาติก่อนของพระพุทธเจ้ามีเรื่องพ่อค้าล่องเรือไปสุวรรณภูมิอยู่หลายตอน เช่น มหาชนกชาดกที่เจ้าชายลงเรือไปค้าขายแล้วเรือแตกกลางทะเล และสังขชาดกที่พราหมณ์ผู้ร่ำรวยตัดสินใจเดินทางไปแผ่นดินทองเพื่อหาทรัพย์มาทำทานต่อ
คัมภีร์มิลินทปัญหา ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าแต่งราวพุทธศตวรรษที่ 6–7 (คริสต์ศตวรรษที่ 1–2) เอ่ยถึงสุวรรณภูมิในรายชื่อเมืองท่าที่เจ้าของเรือผู้มั่งคั่งแล่นไปค้าขาย หลักฐานเหล่านี้ชี้ว่าในโลกทัศน์ของชาวอินเดีย การเดินทางไปสุวรรณภูมิคือการเสี่ยงโชคทางทะเลเพื่อความมั่งคั่ง
แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่
02พระโสณะ พระอุตตระ และตำนานการเผยแผ่ศาสนา
คัมภีร์มหาวงศ์ของลังกาเล่าว่า หลังการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 3 ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ราวพุทธศตวรรษที่ 3 (ราว 250 ปีก่อน ค.ศ.) คณะสงฆ์ได้ส่งสมณทูตออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนต่าง ๆ โดยพระโสณะและพระอุตตระได้รับมอบหมายให้ไปยังสุวรรณภูมิ
ตามตำนาน พระเถระทั้งสองเดินทางไปถึงดินแดนที่ถูกผีเสื้อสมุทรรังควาน และทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมานับถือพระพุทธศาสนา เรื่องนี้กลายเป็นความภูมิใจของทั้งคนไทยและคนมอญในพม่า ซึ่งต่างก็เชื่อว่าบ้านเมืองของตนคือปลายทางของพระเถระทั้งสอง
อย่างไรก็ดี นักวิชาการอย่างนิโคลัส เรอวีร์ ชี้ว่ายังไม่พบจารึกหรือเอกสารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กล่าวถึงตำนานนี้หรือคำว่าสุวรรณภูมิในภาษาบาลีก่อนสหัสวรรษที่ 2 ของคริสตกาล เรื่องพระโสณะและพระอุตตระจึงควรอ่านในฐานะตำนาน ไม่ควรถือเป็นบันทึกเหตุการณ์ที่พิสูจน์ได้
สุวรรณภูมิอาจไม่เคยเป็นอาณาจักรเดียว แต่เป็นชื่อที่พ่อค้าข้ามทะเลใช้เรียกความหวังว่าจะพบทองที่ปลายขอบฟ้าตะวันออก
03สุวรรณภูมิอยู่ที่ไหน: ข้อถกเถียงที่ยังไม่จบ
คำถามว่าสุวรรณภูมิตั้งอยู่ตรงไหนเป็นข้อถกเถียงมานานกว่าร้อยปี ฝ่ายไทยหลายท่านเสนอว่าศูนย์กลางอยู่แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยเฉพาะเมืองโบราณอู่ทองในจังหวัดสุพรรณบุรีหรือนครปฐม ซึ่งพบโบราณวัตถุจากการค้าทางไกลจำนวนมาก
ฝ่ายพม่ามีประเพณีของชาวมอญที่ถือว่าเมืองสะเทิมในพม่าตอนล่างคือสุวรรณภูมิ ขณะที่บางกลุ่มมองไปที่คาบสมุทรมลายูซึ่งนักภูมิศาสตร์กรีกอย่างปโตเลมีเรียกว่าคาบสมุทรทองคำ ส่วนเกาะสุมาตราก็มีหลักฐานชัดว่าในจารึกปาดังโรโจ พ.ศ. 1829 (ค.ศ. 1286) เรียกดินแดนแถบนั้นว่าสุวรรณภูมิ
นักวิชาการปัจจุบันจำนวนมากเห็นว่าสุวรรณภูมิในคัมภีร์อินเดียน่าจะเป็นชื่อเรียกกว้าง ๆ สำหรับดินแดนทางตะวันออกทั้งหมด มากกว่าจะหมายถึงอาณาจักรเดียวที่มีพรมแดนแน่นอน การที่หลายประเทศอ้างสิทธิ์ในชื่อนี้สะท้อนว่าชื่อสุวรรณภูมิถูกนำมาใช้สร้างความภูมิใจของชาติในยุคสมัยใหม่ด้วย
04เขาสามแก้ว: เมืองท่ายุคแรกบนคอคอดกระ
หลักฐานที่ทำให้ภาพสุวรรณภูมิชัดขึ้นมาจากการขุดค้นมากกว่าจากคัมภีร์ แหล่งที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งคือเขาสามแก้ว ในอำเภอเมืองชุมพร ชุมชนโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาสี่ลูกริมแม่น้ำท่าตะเภา ครอบคลุมพื้นที่ราว 54 เฮกตาร์ ใกล้ฝั่งอ่าวไทยด้านตะวันออกของคอคอดกระ
ระหว่าง พ.ศ. 2548–2552 (ค.ศ. 2005–2009) คณะนักโบราณคดีไทย-ฝรั่งเศส นำโดยแบเรนิซ เบลลินา ร่วมกับกรมศิลปากร ได้ขุดค้นอย่างเป็นระบบ ผลการหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสีหลายสิบตัวอย่างชี้ว่า กิจกรรมหลักของชุมชนเกิดขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 2–6 (คริสต์ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาลถึงคริสต์ศตวรรษที่ 1)
สิ่งที่พบมีทั้งกลองมโหระทึกแบบดงเซิน กระจกสำริดสมัยราชวงศ์ฮั่น ภาชนะดินเผาจากอินเดีย ตราประทับอักษรพราหมี และหยกเนฟไรต์ที่มีต้นทางจากไต้หวัน ที่น่าสนใจกว่านั้นคือร่องรอยโรงงานทำลูกปัดหินและแก้ว งานโลหะ และเครื่องปั้นดินเผาหลายประเพณี
คณะผู้วิจัยตีความว่าเขาสามแก้วเป็นเมืองท่ายุคแรกที่มีผู้คนหลายกลุ่มอยู่รวมกัน รวมถึงช่างและพ่อค้าจากเอเชียใต้ การค้นพบนี้ผลักอายุของเส้นทางสายไหมทางทะเลในภูมิภาคนี้ให้เก่าขึ้นไปกว่าที่เคยเชื่อกันหลายร้อยปี
05ภูเขาทอง ควนลูกปัด และบ้านดอนตาเพชร
ฝั่งทะเลอันดามันก็มีเมืองท่าสำคัญเช่นกัน แหล่งโบราณคดีภูเขาทองในอำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง พบเศษภาชนะดินเผาที่ขีดตัวอักษรทมิฬ-พราหมีไว้สามตัว อิรวทัม มหาเทวัน ผู้เชี่ยวชาญจารึกทมิฬ อ่านว่าน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคำว่า ตุรวอน ซึ่งแปลว่านักบวช และกำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 7 (คริสต์ศตวรรษที่ 2)
ที่ภูเขาทองยังพบภาชนะดินเผาแบบรูเลตต์ที่คล้ายกับของเมืองอริกเมฑุทางใต้ของอินเดีย และเศษภาชนะแก้วโมเสกจากโลกเมดิเตอร์เรเนียน แสดงว่าพ่อค้าจากอินเดียใต้น่าจะเดินทางมาถึงชายฝั่งนี้โดยตรง
ถัดลงไปทางใต้ที่อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ คือแหล่งควนลูกปัด ซึ่งชาวบ้านตั้งชื่อตามลูกปัดจำนวนมหาศาลที่พบบนเนินดิน ที่นี่พบแท่งแก้ว ก้อนแก้วดิบ และเศษลูกปัด อันเป็นหลักฐานของการผลิตลูกปัดในท้องถิ่น ร่วมกับหัวแหวนหินคาร์เนเลียนแกะสลักแบบโรมัน ซึ่งมีลายไก่ชน เทพีฟอร์ทูนา และซาเทอร์ถือพวงองุ่น อายุราวพุทธศตวรรษที่ 6–7
ในภาคกลาง แหล่งบ้านดอนตาเพชร จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งกรมศิลปากรเริ่มขุดค้นใน พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) มีอายุราว 2,300–2,400 ปีมาแล้ว พบจี้หินคาร์เนเลียนรูปสิงโต ลูกปัดหินฝังสี และภาชนะสำริดผนังบาง เป็นหลักฐานว่าการติดต่อกับอินเดียแผ่เข้ามาถึงแผ่นดินตอนในตั้งแต่ยุคเหล็ก
06ของจากโรมันและไบแซนไทน์
สินค้าบางชิ้นเดินทางมาไกลกว่าอินเดีย ที่เมืองโบราณอู่ทองพบเหรียญแอนโทนิเนียนัสของวิกตอรินุส ผู้อ้างตนเป็นจักรพรรดิในแคว้นกอลระหว่าง พ.ศ. 812–814 (ค.ศ. 269–271) เหรียญนี้น่าจะผลิตจากโรงกษาปณ์เมืองโคโลญ และเป็นเหรียญโรมันแท้เพียงเหรียญเดียวที่รู้จักว่าพบในประเทศไทย
อีกชิ้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงคือตะเกียงสำริดจากพงตึก จังหวัดกาญจนบุรี ยอร์ช เซเดส์ ตีพิมพ์เรื่องนี้ใน พ.ศ. 2471 และเห็นว่าเป็นงานโรมันราวคริสต์ศตวรรษที่ 1–2 ต่อมามีผู้เสนอว่าทำที่เมืองอเล็กซานเดรีย
ใน พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) บริจิตต์ บอเรลล์ ศึกษาใหม่และพบว่าตะเกียงนี้เป็นงานไบแซนไทน์ตอนต้น ราวคริสต์ศตวรรษที่ 5–6 ซึ่งอาจผลิตในอียิปต์ การกำหนดอายุใหม่นี้เตือนให้เห็นว่าวัตถุชิ้นเดียวอาจถูกตีความผิดได้หลายร้อยปี และการค้าทางไกลยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงยุคทวารวดีตอนต้น
07ลมมรสุม สินค้า และเส้นทางข้ามคาบสมุทร
สิ่งที่ทำให้การค้าข้ามอ่าวเบงกอลเป็นไปได้คือลมมรสุม ช่วงราวพฤษภาคมถึงสิงหาคม ลมพัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนช่วงธันวาคมถึงมีนาคม ลมพัดกลับจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เรือจึงต้องออกเดินทางตามฤดูกาล และบางครั้งต้องพักรอลมเปลี่ยนทิศที่เมืองท่าเป็นเวลาหลายเดือน
ระยะแรกพ่อค้าจำนวนมากไม่อ้อมแหลมมลายู แต่ขึ้นฝั่งอันดามันแล้วขนสินค้าข้ามคาบสมุทรช่วงที่แคบที่สุดไปลงเรือฝั่งอ่าวไทย นี่คือเหตุผลที่เมืองท่าอย่างเขาสามแก้วและภูเขาทองตั้งอยู่คนละฝั่งของคาบสมุทรในละติจูดใกล้กัน ต่อมาราวคริสต์ศตวรรษที่ 4–5 เรือเริ่มแล่นผ่านช่องแคบมะละกามากขึ้น เส้นทางข้ามคาบสมุทรจึงลดความสำคัญลง
สินค้าที่ไหลเวียนในเครือข่ายนี้มีทั้งลูกปัดหินคาร์เนเลียนและอาเกต ลูกปัดแก้ว ผ้า เครื่องหอม เครื่องเทศ ทองคำ ดีบุก และของป่าอย่างไม้หอมและยางไม้ ชุมชนท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงผู้ซื้อ แต่ยังรับเทคโนโลยีมาผลิตลูกปัดและโลหะเองด้วย
08ฟูนัน จินหลิน และรัฐแรกเริ่ม
เมื่อการค้าเติบโต ชุมชนบางแห่งก็พัฒนาเป็นรัฐ เอกสารจีนเล่าถึงฟูนัน รัฐการค้าในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างที่มีเมืองท่าออกแอวเป็นศูนย์กลาง ที่ออกแอวพบเหรียญทองโรมันสมัยจักรพรรดิแอนโทนินัส ไพอัส แสดงว่าเครือข่ายเดียวกันนี้ทอดยาวจากโลกโรมันมาถึงชายฝั่งเวียดนาม
เอกสารจีนยังกล่าวถึงรัฐชื่อจินหลิน แปลว่าเพื่อนบ้านทอง ซึ่งอยู่ห่างจากฟูนันไปทางตะวันตกราว 2,000 ลี้ ในพุทธศตวรรษที่ 8 พระเจ้าฟันซีมันแห่งฟูนันยกทัพปราบรัฐทางทะเลได้กว่าสิบแห่ง และเตรียมจะตีจินหลินแต่ประชวรสิ้นพระชนม์เสียก่อน
นักวิชาการไทยหลายท่านเสนอว่าจินหลินอยู่ที่อู่ทองหรือนครปฐม แต่บางท่านเช่นบริกส์เห็นว่าอยู่พม่าตอนล่าง และวีทลีย์เสนอบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน ชื่อที่แปลว่าทองนี้ทำให้หลายคนเชื่อมโยงจินหลินเข้ากับสุวรรณภูมิ ซึ่งยังต้องรอหลักฐานเพิ่มเติม ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร ชุมชนการค้าเหล่านี้คือรากฐานที่ทำให้รัฐอย่างทวารวดีเกิดขึ้นในเวลาต่อมา
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
ชุมชนบนคอคอดกระผลิตลูกปัดและโลหะ ติดต่อทั้งอินเดียและจีน
ชุมชนยุคเหล็กในกาญจนบุรีมีสิงโตคาร์เนเลียนและภาชนะสำริด
มหาวงศ์เล่าว่าสมณทูตเดินทางไปเผยแผ่ศาสนาที่สุวรรณภูมิ
หินคาร์เนเลียนแกะลายแบบโรมันมาถึงฝั่งอันดามัน
พบที่ภูเขาทอง ระนอง อ่านว่าคำที่แปลว่านักบวช
พระเจ้าฟันซีมันขยายอำนาจทางทะเลแต่ไม่ได้ตีจินหลิน
เหรียญโรมันที่ภายหลังพบที่เมืองโบราณอู่ทอง
ตะเกียงสำริดไบแซนไทน์จากเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก
คณะไทย-ฝรั่งเศสขุดค้นอย่างเป็นระบบ
บริจิตต์ บอเรลล์ เสนอว่าเป็นงานไบแซนไทน์ตอนต้น
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: หยกจากไต้หวัน
หยกเนฟไรต์ที่เขาสามแก้วมาจากแหล่งเฟิงเถียนในไต้หวัน ช่างในชุมชนนำวัตถุดิบมาตัดแต่งเป็นเครื่องประดับเอง แสดงว่าเครือข่ายการค้าเชื่อมไปถึงทะเลจีนใต้ฝั่งตะวันออก
รู้หรือไม่: เหรียญโรมันมีเหรียญเดียว
แม้จะมีเรื่องเล่าว่าพบเหรียญโรมันในไทยหลายแห่ง แต่ตามการศึกษาของนักวิชาการ เหรียญวิกตอรินุสที่อู่ทองเป็นเหรียญโรมันแท้เพียงเหรียญเดียวที่ยืนยันได้ ส่วนที่ควนลูกปัดพบจี้สำริดที่เลียนแบบเหรียญโรมันและแม่พิมพ์หินสำหรับหล่อ
รู้หรือไม่: เจ็ดวันเจ็ดคืน
อรรถกถาบาลีเล่าว่าหากได้ลมดี เรือจากลังกาจะแล่นถึงสุวรรณภูมิได้ในเวลาราวเจ็ดวันเจ็ดคืน
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (2)
บทความเหล่านี้พูดถึงสุวรรณภูมิ: เส้นทางการค้าข้ามสมุทร อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Suvarnabhumi (Wikipedia)
- Revire, Facts and Fiction: The Myth of Suvaṇṇabhūmi
- Khao Sam Kaeo review, Journal of the Siam Society
- EFEO: Khao Sam Kaeo, an early port-city
- Borell, Bellina, Chaisuwan: Contacts with the Mediterranean World
- Borell, The Early Byzantine Lamp from Pong Tuk (JSS 2008)
- Tamil Brahmi inscription on pottery found in Thailand
- วารสารดำรงวิชาการ: แหล่งโบราณคดีภูเขาทองและควนลูกปัด
- Chin Lin (Wikipedia)
- Asia Society: Maritime trade routes
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา