01ชื่อที่มาจากเอกสารจีน
ฟูนันเป็นชื่อที่เรารู้จากเอกสารจีนเท่านั้น ไม่เคยพบในจารึกภาษาเขมรโบราณเลย ความรู้หลักมาจากรายงานของคังไถ่และจูอิง ทูตของรัฐอู๋ในยุคสามก๊ก ซึ่งเดินทางไปถึงฟูนันในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 3 ต้นฉบับของทั้งสองสูญหายไปแล้ว แต่ข้อความบางตอนถูกคัดลอกไว้ในพงศาวดารจีนรุ่นหลัง
ความหมายของชื่อยังถกเถียงกัน ยอร์ช เซเดส์ เสนอว่าฟูนันมาจากคำเขมร พนม ที่แปลว่าภูเขา แต่โกลด ฌาคส์ นักจารึกศาสตร์ชาวฝรั่งเศส เห็นว่าการตีความนี้มาจากการแปลผิด และเสนอให้เลิกใช้ชื่อฟูนันไปเลย บางท่านยังชี้ว่าคำว่าหนานในภาษาจีนแปลว่าทิศใต้ ฟูนันจึงอาจเป็นชื่อที่คนจีนตั้งขึ้นเอง และคนท้องถิ่นอาจไม่เคยใช้เลย
เอกสารจีนเรียกฟูนันเหมือนเป็นอาณาจักรเดียว แต่นักวิชาการสมัยใหม่หลายคนเห็นว่าฟูนันอาจเป็นกลุ่มนครรัฐหลายแห่ง ที่บางช่วงรวมตัวกัน บางช่วงก็ขัดแย้งกันเอง ภาพของฟูนันในฐานะจักรวรรดิใหญ่อาจมาจากสายตาของทูตจีนมากกว่าความเป็นจริงในท้องถิ่น
แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่
02ตำนานโกณฑัญญะกับนางใบมะพร้าว
ตามตำนานในเอกสารจีน ชายต่างแดนชื่อหุนเถียนได้รับคำบอกจากเทพในความฝันให้ล่องเรือมายังฟูนัน ที่นั่นมีราชินีชื่อหลิวเย่ แปลว่าใบหลิว ซึ่งนักวิชาการบางท่านเทียบกับชื่อสันสกฤตว่าโสมา หุนเถียนยิงธนูทะลุเรือของนาง นางยอมจำนน และทั้งสองแต่งงานกัน หุนเถียนจึงได้ปกครองบ้านเมือง
นักวิชาการหลายคนเทียบหุนเถียนกับพราหมณ์โกณฑัญญะที่ปรากฏในจารึกสันสกฤตรุ่นหลัง แต่บางคนแย้งว่าชื่อจีนมีเพียงสองพยางค์ ขณะที่โกณฑัญญะมีสามพยางค์ จึงไม่น่าจะเป็นการถอดเสียงชื่อเดียวกัน นอกจากนี้ เรื่องเล่าแบบพราหมณ์แต่งงานกับเจ้าหญิงนาคยังพบในรัฐอื่น ๆ ที่รับวัฒนธรรมอินเดียด้วย
ตำนานนี้เคยถูกตีความว่าชาวอินเดียนำอารยธรรมมามอบให้คนพื้นเมือง แต่นักประวัติศาสตร์อย่าง โอ. ดับเบิลยู. โวลเตอร์ส เสนอว่าผู้ที่นำวัฒนธรรมอินเดียเข้ามาจริง ๆ อาจเป็นพ่อค้าชาวอุษาคเนย์เองที่ไปมาค้าขายกับอินเดีย ความเห็นสองแบบนี้ยังถกเถียงกันอยู่
ฟูนันอาจเป็นอาณาจักรที่คนจีนมองเห็นชัดกว่าคนในท้องถิ่นเสียอีก เพราะชื่อของมันไม่เคยปรากฏในจารึกของแผ่นดินตัวเองเลย
03ออกแอว: เมืองท่าที่เชื่อมสามโลก
หลักฐานทางโบราณคดีที่ชัดที่สุดของฟูนันคือเมืองท่าออกแอว ในจังหวัดอานซาง ทางใต้ของเวียดนาม นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสพบเมืองนี้จากภาพถ่ายทางอากาศ และหลุยส์ มาเลอเรต์ เริ่มขุดค้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2485 (ค.ศ. 1942)
เมืองครอบคลุมพื้นที่ราว 450 เฮกตาร์ มีคลองใหญ่ผ่ากลางเมืองตามแนวยาว และคลองขวางอีกสี่สาย บ้านเรือนน่าจะเป็นเรือนเสาสูงเรียงริมคลอง คลองสายหนึ่งยาวราว 68 กิโลเมตร เชื่อมไปถึงเมืองอังกอร์บอเรในกัมพูชา ซึ่งนักวิชาการหลายท่านเห็นว่าอาจเป็นเมืองหลวงของฟูนันในช่วงหนึ่ง
ของที่ขุดได้ที่ออกแอวสะท้อนการค้าข้ามทวีป มีทั้งเหรียญทองโรมันสมัยจักรพรรดิแอนโทนินัส ไพอัส จี้ทองที่เลียนแบบเหรียญโรมันราว ค.ศ. 152 ตราประทับและเครื่องประดับแบบอินเดีย และเหรียญเงินรูปหงส์ที่ดูเหมือนผลิตในท้องถิ่น ที่น่าสนใจคือของจากอินเดียและเมดิเตอร์เรเนียนมีมากกว่าของจากจีนเสียอีก
04ฟ่านซือหมันกับการแผ่อำนาจสู่คาบสมุทร
กษัตริย์ฟูนันที่เอกสารจีนยกย่องมากที่สุดคือฟ่านซือหมัน ซึ่งครองราชย์ราวต้นคริสต์ศตวรรษที่ 3 พระองค์สั่งต่อเรือขนาดใหญ่ แล้วยกทัพเรือไปตีรัฐชายทะเลได้กว่าสิบแห่ง ขยายอาณาเขตออกไปหลายพันลี้ นักวิชาการเชื่อว่ารัฐเหล่านี้บางแห่งอยู่บนคาบสมุทรมลายูตอนบน ซึ่งเป็นช่องทางขนสินค้าข้ามจากทะเลอันดามันมาสู่อ่าวไทย
เอกสารจีนเล่าต่อว่าฟ่านซือหมันเตรียมจะตีรัฐจินหลิน แปลว่าเพื่อนบ้านทอง ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของฟูนันราว 2,000 ลี้ แต่พระองค์ประชวรและสิ้นพระชนม์เสียก่อน ตำแหน่งของจินหลินยังเถียงกันไม่จบ นักวิชาการไทยบางท่านเสนอว่าอยู่แถบอู่ทอง บางท่านว่านครปฐม ส่วนนักวิชาการตะวันตกบางคนเสนอว่าอยู่ชายฝั่งพม่าตอนล่าง หรือรอบอ่าวไทยตอนบน
เรื่องนี้ทำให้ฟูนันเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ดินแดนไทยโดยตรง หากรัฐที่ฟ่านซือหมันพิชิตอยู่บนคาบสมุทรภาคใต้ของไทยจริง ฟูนันก็คือมหาอำนาจทางทะเลรายแรก ๆ ที่เข้ามาควบคุมเส้นทางการค้าผ่านดินแดนแถบนี้
05การเสื่อมและการมาของเจนละ
ในคริสต์ศตวรรษที่ 5–6 ฟูนันยังส่งทูตไปจีนอย่างต่อเนื่อง กษัตริย์ในช่วงนี้ใช้พระนามแบบสันสกฤต เช่น ชัยวรมันโกณฑัญญะ และรุทรวรมัน ซึ่งเอกสารถือว่าเป็นกษัตริย์องค์สุดท้าย ครองราชย์ราว พ.ศ. 1057–1088 (ค.ศ. 514–545)
ความมั่งคั่งของฟูนันพึ่งพาการค้าทางทะเลเกือบทั้งหมด เมื่อเรือสินค้าเปลี่ยนไปใช้เส้นทางผ่านช่องแคบมะละกาและเกาะสุมาตรา ซึ่งต่อมาศรีวิชัยเข้าครอบครอง เมืองท่าของฟูนันก็ค่อย ๆ หมดความสำคัญ ศูนย์กลางอำนาจในภูมิภาคเคลื่อนขึ้นไปทางเหนือ สู่ดินแดนที่เน้นการทำนาในแผ่นดิน
พงศาวดารราชวงศ์สุยที่เขียนเสร็จใน ค.ศ. 636 บันทึกว่ากษัตริย์เจนละผนวกฟูนันไว้ ส่วนพงศาวดารราชวงศ์ถังฉบับใหม่ระบุว่าการผนวกสมบูรณ์ในช่วงรัชศกเจินกวน ค.ศ. 627–649 เจนละคือรัฐของชาวเขมรที่ต่อมาพัฒนาไปเป็นอาณาจักรพระนคร มรดกของฟูนันจึงไหลต่อไปสู่วัฒนธรรมเขมร
06ฟูนันกับดินแดนไทย
สำหรับคนไทย ฟูนันเป็นเหมือนเพื่อนบ้านรุ่นพี่ที่ช่วยอธิบายว่าการค้าทางทะเลเปลี่ยนชุมชนให้กลายเป็นรัฐได้อย่างไร ในช่วงเดียวกับที่ออกแอวรุ่งเรือง ชุมชนชายฝั่งในไทย เช่น เขาสามแก้วในชุมพร และควนลูกปัดในกระบี่ ก็กำลังผลิตและค้าลูกปัดอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน
หลักฐานจากเมืองอู่ทองก็ชวนให้คิดถึงเครือข่ายนี้ ที่นั่นพบเหรียญโรมันสมัยจักรพรรดิวิกโตรินุส ซึ่งแสดงว่าสินค้าและเงินตราจากโลกเมดิเตอร์เรเนียนเดินทางมาถึงอ่าวไทยเช่นเดียวกับที่ออกแอว นักวิชาการบางท่านจึงมองว่ารัฐยุคแรกในภาคกลางของไทยเติบโตขึ้นในเงาและในการแข่งขันกับฟูนัน
อย่างไรก็ดี ควรระวังการสรุปว่าฟูนันปกครองดินแดนไทย เพราะหลักฐานโดยตรงมีน้อยมาก เท่าที่รู้แน่คือฟูนันเป็นคู่ค้า คู่แข่ง และต้นแบบทางการเมืองให้รัฐรอบอ่าวไทย ก่อนที่ทวารวดีจะก้าวขึ้นมามีบทบาทแทนในเวลาต่อมา
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
เมืองท่ารับสินค้าจากโรมันและอินเดีย
หลักฐานการติดต่อกับโลกโรมันที่ออกแอว
ทัพเรือตีรัฐชายทะเลกว่าสิบแห่ง
รายงานของทูตจีนที่เป็นแหล่งข้อมูลหลัก
กษัตริย์องค์สุดท้ายของฟูนัน
บันทึกว่าเจนละผนวกฟูนัน
ตามพงศาวดารราชวงศ์ถังฉบับใหม่
เริ่มการศึกษาฟูนันทางโบราณคดี
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ค้นพบจากท้องฟ้า
ออกแอวถูกพบจากภาพถ่ายทางอากาศ แนวคลองโบราณที่มองไม่เห็นจากพื้นดินกลับปรากฏชัดเมื่อมองจากเครื่องบิน
รู้หรือไม่: จินหลินอยู่ไหน
รัฐเพื่อนบ้านทองที่ฟ่านซือหมันอยากพิชิต ถูกเสนอว่าอยู่ทั้งอู่ทอง นครปฐม ชายฝั่งพม่า และรอบอ่าวไทย จนถึงวันนี้ยังไม่มีข้อยุติ
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (2)
บทความเหล่านี้พูดถึงฟูนัน อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Funan (Wikipedia)
- Óc Eo (Wikipedia)
- Angkor Borei (Wikipedia)
- Chin Lin (Wikipedia)
- U Thong National Museum (Wikipedia)
- ฟูนัน เจนละ (ศิลปวัฒนธรรม)
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา