01เมืองไชยาบนคาบสมุทร
ไชยาเป็นอำเภอเก่าแก่ทางตอนเหนือของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งอ่าวไทย ในอดีตเคยเป็นเมืองสำคัญของภาคใต้ตอนบน ชื่อไชยามีผู้เสนอที่มาไว้หลายทาง บางคนว่ามาจากคำมลายู cahaya ที่แปลว่าแสงสว่าง บางคนเชื่อว่าเพี้ยนมาจากคำว่าศรีวิชัย แต่ยังไม่มีข้อสรุป
ไม่ไกลจากตัวเมืองมีแหลมโพธิ์ ซึ่งพบเศษเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์ถัง ภาชนะดินเผาจากอินเดีย และแก้วเปอร์เซีย นักวิชาการจึงเชื่อว่าบริเวณนี้เคยเป็นท่าเรือการค้าในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7–13 และอาจเป็นปลายทางฝั่งตะวันออกของเส้นทางข้ามคาบสมุทรไปยังฝั่งอันดามัน
หลักฐานหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้น
ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons
เจดีย์อิฐสมัยศรีวิชัยที่สมบูรณ์ที่สุดในไทย
เก็บรักษา/ชมได้ที่: วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารดูภาพถ่ายจริง ↗ประติมากรรมสำริดสูง 63 เซนติเมตร พบที่ไชยาในปี 2448
เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครดูภาพถ่ายจริง ↗แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่
จุดกะพริบคือพระบรมธาตุไชยา จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน
GPSพิกัดและการนำทาง
แม่นยำสูง ตรวจกับแหล่งข้อมูลตั้งแต่สองแหล่งขึ้นไป
9.384596, 99.184736พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด
02เจดีย์ศิลปะศรีวิชัย
พระบรมธาตุไชยาตั้งอยู่ภายในวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก องค์เจดีย์ถือเป็นตัวอย่างศิลปะแบบศรีวิชัยที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ลักษณะเป็นอาคารซ้อนชั้นหลังคาขึ้นไปสามชั้น แต่ละชั้นประดับด้วยเจดีย์จำลองขนาดเล็ก รวมแล้ว 24 องค์
นักประวัติศาสตร์ศิลปะเห็นว่ารูปทรงนี้คล้ายกับศาสนสถานในชวาภาคกลาง ซึ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างคาบสมุทรภาคใต้กับหมู่เกาะอินโดนีเซีย และสะท้อนว่าคนที่นี่เคยนับถือพุทธศาสนาแบบมหายาน ก่อนที่พุทธศาสนาแบบเถรวาทจะเข้ามาแพร่หลายในภายหลัง
เจดีย์ที่เห็นในปัจจุบันผ่านการบูรณะมาหลายครั้ง ส่วนบนบางส่วนจึงเป็นงานสมัยหลัง นักวิชาการต้องแยกแยะว่าส่วนใดเป็นของดั้งเดิมเมื่อพิจารณาอายุของเจดีย์
พระโพธิสัตว์สำริดที่เหลือเพียงครึ่งองค์ ยังบอกเล่าได้ชัดเจนว่าไชยาเคยเป็นเมืองแห่งพุทธศาสนามหายานริมทะเลอ่าวไทย
03รูปทรงและโครงสร้างขององค์เจดีย์
พระบรมธาตุไชยาสูงราว 24 เมตร เป็นเจดีย์ทรงปราสาท คือมีลักษณะเหมือนอาคารที่มีห้องอยู่ภายใน ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมที่ประดับด้วยเสาติดผนัง มีบันไดขึ้นทางทิศตะวันออกไปสู่ห้องกลาง ด้านหน้าทางทิศตะวันออกมีมุขยื่นออกมาเป็นทางเข้า
เหนือเรือนธาตุเป็นหลังคาซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป แต่ละชั้นประดับด้วยเจดีย์จำลองเล็ก ๆ ส่วนยอดบนสุดทำเป็นทรงแปดเหลี่ยมรองรับยอดกรวย นักวิชาการมักอธิบายว่าการซ้อนชั้นแบบนี้สื่อถึงเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางจักรวาลตามคติโบราณ
วัสดุหลักคืออิฐที่ก่อเป็นผนังรับน้ำหนัก ใช้ปูนสอบาง ๆ มีหินทรายประกอบบางส่วน และเดิมผิวนอกเป็นงานปูนปั้น นักประวัติศาสตร์ศิลปะเทียบรูปแบบนี้กับจันทิในชวาภาคกลาง เช่น จันทิปาวน จันทิเมนดุต และจันทิกะลาสัน ซึ่งล้วนสร้างในราวคริสต์ศตวรรษที่ 8–9
04การบูรณะในแต่ละสมัย
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ส่วนยอดของเจดีย์ซึ่งชำรุดได้รับการซ่อมแซมขึ้นใหม่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยทรงบันทึกลักษณะของฐานเจดีย์ไว้ในพระราชหัตถเลขาระหว่างเสด็จประพาส และพระครูโสภณเจตสิการาม เจ้าอาวาสในเวลานั้น ได้รายงานวิธีการก่ออิฐ การใช้หิน และการปิดทองที่ใช้ในการซ่อมต่อเจ้าเมือง
ในสมัยใหม่ มีการบูรณะอีกหลายครั้ง ได้แก่ พ.ศ. 2472 (ค.ศ. 1929) ครั้งต่อมาใน พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) ซึ่งรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ตั้งงบประมาณไว้ 500,000 บาท แต่ทำงานได้ไม่มากนัก และใน พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967) มีการทำความสะอาดและทาสีใหม่เพื่อเตรียมรับเสด็จ
การบูรณะครั้งใหญ่ที่สุดคือระหว่าง พ.ศ. 2521–2523 (ค.ศ. 1978–1980) กรมศิลปากรแบ่งงานเป็นสามระยะ ทั้งเสริมความมั่นคงของโครงสร้าง ปิดทอง และติดตั้งฉัตรใหม่ แม้จะผ่านการซ่อมหลายรอบ นักวิชาการยังเห็นว่าเจดีย์รักษาลักษณะดั้งเดิมไว้ได้มากกว่าเจดีย์สมัยเดียวกันแห่งอื่นในไทย
05เจดีย์นี้สร้างเมื่อใด: หลายความเห็น
ไม่มีจารึกที่บอกปีสร้างพระบรมธาตุไชยาโดยตรง นักวิชาการจึงต้องกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปะ ความเห็นที่แพร่หลายที่สุดคือราวพุทธศตวรรษที่ 13–15 (คริสต์ศตวรรษที่ 8–10) ในช่วงที่ศิลปะแบบศรีวิชัยรุ่งเรือง และสอดคล้องกับอายุของจันทิในชวาภาคกลางที่มีรูปแบบคล้ายกัน
บางคนนำจารึกหลักที่ 23 ซึ่งระบุ พ.ศ. 1318 มาใช้ประกอบ โดยเชื่อว่าจารึกที่กล่าวถึงการสร้างปราสาทอิฐสามหลังนั้นหมายถึงไชยา แต่เนื่องจากที่มาของจารึกเองยังเป็นข้อถกเถียง การใช้จารึกนี้กำหนดอายุเจดีย์จึงยังไม่หนักแน่นพอ
มีงานศึกษาทางสถาปัตยกรรมที่เสนอมุมมองต่างออกไป โดยวิเคราะห์ว่าเจดีย์อาจผ่านการสร้างและดัดแปลงสามระยะ ระยะแรกมีผังและลักษณะใกล้กับศาสนสถานแบบจามในเวียดนาม เช่น กลุ่มอาคาร E1 ที่หมี่เซิน ก่อนจะถูกขยายเป็นหลังคาสามชั้นและเพิ่มเจดีย์จำลองแบบศรีวิชัยในระยะหลัง ข้อเสนอนี้ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับทั่วไป แต่แสดงว่าคำถามเรื่องอายุยังเปิดอยู่
06พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรแห่งไชยา
โบราณวัตถุที่ทำให้ไชยามีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด ซึ่งเหลือเพียงพระวรกายท่อนบน สูงราว 63 เซนติเมตร พบที่วัดพระบรมธาตุไชยา และถูกนำเข้ามายังกรุงเทพฯ เมื่อราว พ.ศ. 2448 (ค.ศ. 1905) ในสมัยที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงดูแลกิจการหัวเมือง
ประติมากรรมชิ้นนี้มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 (คริสต์ศตวรรษที่ 7–8) งามด้วยสัดส่วนที่อ่อนช้อยและเครื่องประดับละเอียด นักประวัติศาสตร์ศิลปะเห็นอิทธิพลจากศิลปะอินเดียหลังสมัยคุปตะและปาละ รวมทั้งศิลปะชวาภาคกลาง ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และนับเป็นหนึ่งในชิ้นงานที่สำคัญที่สุดของพิพิธภัณฑ์
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความกรุณาในพุทธศาสนามหายาน การพบรูปเคารพชิ้นนี้และรูปพระโพธิสัตว์อื่น ๆ ในไชยาจึงเป็นหลักฐานสำคัญว่าที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนามหายานของภูมิภาค
07แหล่งโบราณคดีรอบพระบรมธาตุ
รอบวัดพระบรมธาตุยังมีวัดร้างที่ร่วมสมัยกันอีกหลายแห่ง เช่น วัดหลงและวัดแก้ว การขุดค้นที่วัดเหล่านี้พบพระพุทธรูปดินเผา สถูปดินเผาจำลอง และเครื่องถ้วยจีน ส่วนวัดอื่นในบริเวณใกล้เคียงเหลือเพียงเนินอิฐ หลักฐานทั้งหมดนี้แสดงว่าไชยาเคยเป็นชุมชนใหญ่ที่มีศาสนสถานหนาแน่น
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ตั้งอยู่ข้างวัดพระบรมธาตุ จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยศรีวิชัยที่พบในท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์ยังเล่าถึงท่านพุทธทาสภิกขุ พระภิกษุชาวไชยาผู้ก่อตั้งสวนโมกขพลาราม ซึ่งสนใจศึกษาโบราณคดีของบ้านเกิดอย่างจริงจังด้วย
08ความเชื่อ ตำนาน และประเพณี
ชาวพุทธเชื่อว่าภายในองค์เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ชาวใต้นับถือพระบรมธาตุไชยาเป็นหนึ่งในพระธาตุสำคัญของภาคใต้ ร่วมกับพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช และมีประเพณีแห่ผ้าขึ้นห่มพระธาตุเพื่อทำบุญเป็นประจำ
ตามตำนานท้องถิ่น ครั้งหนึ่งเกิดความแห้งแล้งรุนแรง แล้วมีน้ำผุดขึ้นที่ฐานพระธาตุสี่แห่ง ต่อมามีการปิดไปสามแห่งเพื่อรักษาฐานเจดีย์ เหลือไว้เพียงบ่อเดียวให้ผู้คนได้เห็น เรื่องนี้เป็นความเชื่อที่เล่าต่อกันมา ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับ
ความสำคัญของพระบรมธาตุไชยาต่อคนในพื้นที่สะท้อนให้เห็นจากตราประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งใช้ภาพองค์พระบรมธาตุไชยาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด
09ข้อถกเถียง: ไชยาคือเมืองหลวงของศรีวิชัยหรือไม่
ใน พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ยอร์ช เซเดส์ เสนอว่าศูนย์กลางของศรีวิชัยอยู่ที่ปาเล็มบังบนเกาะสุมาตรา ความเห็นนี้เป็นที่ยอมรับกว้างขวางในวงวิชาการนานาชาติ แต่นักวิชาการไทยบางท่าน เช่น หม่อมเจ้าจันทร์จิรายุ รัชนี เสนอว่าไชยาเคยเป็นศูนย์กลางของศรีวิชัยในบางช่วงเวลา โดยอ้างหลักฐานศิลปะมหายานที่พบหนาแน่นในเมืองนี้
นอกจากนี้ยังมีการถกเถียงเรื่องจารึกหลักที่ 23 ซึ่งระบุปี พ.ศ. 1318 (ค.ศ. 775) และกล่าวถึงพระเจ้ากรุงศรีวิชัยสร้างศาสนสถาน ทะเบียนเดิมระบุว่าพบที่วัดเสมาเมือง นครศรีธรรมราช แต่นักวิชาการบางส่วนเชื่อว่าจารึกนี้มาจากไชยา ทำให้บางแหล่งเชื่อมโยงจารึกนี้กับวัดในไชยา
ปัจจุบันนักวิชาการหลายคนเห็นว่าศรีวิชัยอาจไม่ใช่อาณาจักรที่มีเมืองหลวงแห่งเดียว แต่เป็นเครือข่ายเมืองท่าที่นับถือพุทธศาสนามหายานร่วมกัน ศูนย์อำนาจย้ายไปมาได้ตามสถานการณ์ หากมองแบบนี้ ไชยาก็เป็นศูนย์กลางสำคัญของเครือข่ายบนคาบสมุทร โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองหลวงของทั้งหมด
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
การค้าเครื่องถ้วยจีน ภาชนะอินเดีย และแก้วเปอร์เซีย
ประติมากรรมสำริดศิลปะแบบศรีวิชัย
จารึกกล่าวถึงพระเจ้ากรุงศรีวิชัยสร้างศาสนสถาน มีข้อถกเถียงว่าพบที่ไชยาหรือนครศรีธรรมราช
อายุตามความเห็นที่แพร่หลาย กำหนดจากรูปแบบศิลปะ
พระครูโสภณเจตสิการามรายงานวิธีการซ่อม
ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
จุดเริ่มต้นของการถกเถียงเรื่องศูนย์กลางศรีวิชัย
การซ่อมแซมครั้งแรกในสมัยใหม่
ท่านพุทธทาสภิกขุ ชาวไชยา ผู้สนใจโบราณคดีท้องถิ่น
สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่ทำงานได้ไม่มาก
ทำความสะอาดและทาสีองค์เจดีย์
กรมศิลปากรเสริมโครงสร้าง ปิดทอง และติดตั้งฉัตรใหม่
ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้
วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหารอยู่ในอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจ ผู้มาเยือนควรแต่งกายสุภาพ ข้างวัดมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยศรีวิชัย ในบริเวณใกล้เคียงยังมีวัดหลง วัดแก้ว และสวนโมกขพลาราม ส่วนพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรองค์จริงชมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ
ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่
ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ครึ่งองค์แต่ระดับโลก
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรแห่งไชยาเหลือเพียงท่อนบน แต่ถือเป็นประติมากรรมสำริดที่งามที่สุดชิ้นหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รู้หรือไม่: ชื่อเมืองที่ยังไขไม่ออก
ชื่อไชยาอาจมาจากคำมลายูแปลว่าแสงสว่าง หรืออาจเพี้ยนมาจากศรีวิชัย นักวิชาการยังไม่ได้ข้อยุติ
รู้หรือไม่: เจดีย์คล้ายชวา
รูปทรงของพระบรมธาตุไชยาคล้ายศาสนสถานในชวาภาคกลาง ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ข้ามทะเลระหว่างคาบสมุทรกับหมู่เกาะ
รู้หรือไม่: บนตราจังหวัด
ตราประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีใช้ภาพพระบรมธาตุไชยา แสดงว่าเจดีย์นี้เป็นหัวใจของคนในจังหวัด
ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย
พระบรมธาตุไชยาอายุเท่าไร
ทำไมเจดีย์นี้หน้าตาไม่เหมือนเจดีย์ทั่วไปในไทย
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรองค์จริงอยู่ที่ไหน
ไชยาเคยเป็นเมืองหลวงของศรีวิชัยจริงหรือ
เจดีย์ที่เห็นวันนี้เป็นของเดิมแค่ไหน
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (2)
บทความเหล่านี้พูดถึงพระบรมธาตุไชยา อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Torso of Avalokiteshvara (Wikipedia)
- Chaiya district (Wikipedia)
- Bangkok National Museum (Wikipedia)
- ศิลปวัฒนธรรม: เมื่อเช-ลิ-โฟ-ชิ ไม่ใช่ไชยา เมืองหลวงศรีวิชัยจะอยู่ที่ไหน
- ศิลปวัฒนธรรม: จากสุราษฎร์ถึงนครฯ รอยประวัติศาสตร์ที่ไม่ธรรมดา
- ศิลปวัฒนธรรม: ศรีวิชัย สหพันธรัฐทางทะเล
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา (กรมศิลปากร)
- Srivijaya (Wikipedia)
- SAC Southeast Asian Arts: Phra Borommathat Chaiya
- วารสารหน้าจั่ว: การวิเคราะห์ใหม่ สถาปัตยกรรมพระบรมธาตุไชยา
- ผู้จัดการออนไลน์: พระบรมธาตุไชยา
- แนวหน้า: วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
- Wikipedia: Wat Phra Borommathat Chaiya
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา