ยุครัฐโบราณ · สารานุกรม

ลังกาสุกะ

ราวพุทธศตวรรษที่ 7–20 (คริสต์ศตวรรษที่ 2–15)

รัฐการค้าพุทธ-ฮินดูบนชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรแถบปัตตานี ที่ปรากฏในบันทึกจีน อินเดีย และตำนานมลายูนานกว่าพันปี ก่อนจะส่งต่อมรดกให้รัฐปัตตานี

ชื่อในเอกสารจีนหลางหยาซิว (ราชวงศ์เหลียง) หลางเจียซู (หลวงจีนอี้จิง) หลิงหยาซือเจีย (ราชวงศ์ซ่ง)
ศูนย์กลางที่เชื่อกันเมืองโบราณยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
กษัตริย์ที่รู้จักพระเจ้าภคทัตต์ ส่งทูตไปจีนครั้งแรก พ.ศ. 1058 (ค.ศ. 515)
สินค้าเด่นไม้กฤษณาและการบูร
ศาสนาพุทธศาสนามหายานและศาสนาพราหมณ์
รัฐที่สืบต่อปัตตานี ซึ่งเกิดขึ้นราว พ.ศ. 1893–1993 (ค.ศ. 1350–1450)

01รัฐแรกที่มีชื่อชัดบนคาบสมุทรภาคใต้

ในบรรดารัฐโบราณบนคาบสมุทรภาคใต้ของไทย ลังกาสุกะเป็นรัฐที่มีชื่อปรากฏในเอกสารยาวนานที่สุดรัฐหนึ่ง จดหมายเหตุราชวงศ์เหลียงของจีน ซึ่งเรียกรัฐนี้ว่าหลางหยาซิว บันทึกว่ารัฐนี้ตั้งมาแล้วกว่า 400 ปี นับจากคริสต์ศตวรรษที่ 6 ถอยหลังไป ลังกาสุกะจึงอาจเริ่มต้นตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 2

บันทึกเดียวกันบอกว่าอาณาเขตกว้างขนาดต้องเดินทาง 30 วันจากตะวันออกไปตะวันตก และ 20 วันจากเหนือไปใต้ ตัวเลขนี้อาจเกินจริง แต่สะท้อนว่าในสายตาจีน ลังกาสุกะเป็นรัฐที่มีความสำคัญ เมืองหลวงมีกำแพงล้อม ประตูสองชั้น หอคอย และศาลา ส่วนสินค้าที่ขึ้นชื่อคือไม้กฤษณาและการบูร ซึ่งเป็นของหอมที่ตลาดจีนต้องการ

ที่มาของชื่อลังกาสุกะยังไม่แน่ชัด นักวิชาการบางท่านเสนอว่าอาจมาจากคำว่าลังกา รวมกับพระนามพระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดีย แต่ข้อเสนอนี้ยังไม่มีหลักฐานรองรับมากพอ

แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่

02พระเจ้าภคทัตต์กับคณะทูตสู่จีน

ใน พ.ศ. 1058 (ค.ศ. 515) พระเจ้าภคทัตต์แห่งลังกาสุกะ ซึ่งจีนเรียกว่าโผเจียต๋าตัว ส่งทูตชื่ออาเชอตัวนำพระราชสาส์นไปถวายจักรพรรดิเหลียงอู่ตี้ ต่อมายังมีคณะทูตตามไปอีกใน พ.ศ. 1066, 1074 และ 1111 (ค.ศ. 523, 531 และ 568) การส่งทูตต่อเนื่องเช่นนี้แสดงว่าลังกาสุกะต้องการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน

บันทึกจีนยังเล่าเรื่องครอบครัวของพระเจ้าภคทัตต์ว่า บิดาของพระองค์เคยถูกขับออกจากเมือง จึงหนีไปอินเดียและแต่งงานกับธิดาของกษัตริย์ที่นั่น ภายหลังจึงกลับมาครองลังกาสุกะนานกว่ายี่สิบปี ก่อนส่งต่อราชสมบัติให้โอรส

เอกสารยังบรรยายการแต่งกายว่า กษัตริย์และขุนนางสวมผ้าสีแดงคลุมบ่าทับเสื้อ คาดเข็มขัดทอง และใส่ต่างหูทอง รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพราชสำนักที่ได้รับอิทธิพลอินเดียอย่างลึกซึ้ง

ลังกาสุกะเป็นชื่อที่ถูกจดไว้ทั้งภาษาจีน ทมิฬ และมลายู เพราะใครก็ตามที่ล่องเรือผ่านคาบสมุทรต้องรู้จักเมืองนี้

03ชื่อที่เดินทางผ่านหลายภาษา

ชื่อลังกาสุกะไม่ได้อยู่ในเอกสารจีนเท่านั้น ในคริสต์ศตวรรษที่ 7 หลวงจีนอี้จิง ผู้เดินทางไปศึกษาพุทธศาสนาที่อินเดีย เอ่ยถึงรัฐนี้ในชื่อหลางเจียซู ต่อมาใน พ.ศ. 1568 (ค.ศ. 1025) จารึกทมิฬของพระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ 1 แห่งอินเดียใต้ ระบุชื่ออิลังกาโศกะไว้ในรายชื่อเมืองที่กองทัพโจฬะตีได้ ระหว่างการบุกโจมตีศรีวิชัย

ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 หนังสือจูฟานจื้อของจ้าวรู่กว้า ที่เขียนขึ้นใน ค.ศ. 1225 เรียกรัฐนี้ว่าหลิงหยาซือเจีย และจัดให้เป็นเมืองหนึ่งในเครือข่ายของศรีวิชัย ส่วนหนังสือเต่าอี้จื้อเลวี่ยสมัยราชวงศ์หยวนเรียกว่าหลงหยาซีเจี่ยว

การที่ชื่อนี้ปรากฏต่อเนื่องในเอกสารหลายภาษากว่าพันปี แสดงว่าลังกาสุกะเป็นจุดแวะพักที่พ่อค้าและนักเดินทางรู้จักกันดี แม้ฐานะทางการเมืองของมันจะเปลี่ยนไปตามยุค บางช่วงเป็นรัฐอิสระ บางช่วงอยู่ในเครือข่ายของศรีวิชัย

04เมืองโบราณยะรังและหลักฐานบนดิน

นักวิชาการส่วนใหญ่ เช่น พอล วีทลีย์ เชื่อว่าศูนย์กลางของลังกาสุกะอยู่แถบปัตตานี และชี้ไปที่เมืองโบราณยะรัง ในอำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ห่างตัวเมืองปัตตานีราว 15 กิโลเมตร เมืองนี้ประกอบด้วยกลุ่มบ้านวัด บ้านจาเละ และบ้านประแว ซึ่งมีคันดิน คูเมือง และสระน้ำโบราณ

กรมศิลปากรขุดค้นยะรังตั้งแต่ พ.ศ. 2532 พบเนินซากสถูปอิฐหลายสิบแห่ง พระพิมพ์และสถูปจำลองดินเผาที่จารึกคาถาภาษาสันสกฤตด้วยอักษรปัลลวะ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด และเศษเครื่องถ้วยจากเปอร์เซีย หลักฐานเหล่านี้บ่งชี้ว่าที่นี่เป็นเมืองพุทธมหายานที่ค้าขายกับโลกภายนอก

การค้นพบที่น่าตื่นเต้นเกิดขึ้นราวปลาย พ.ศ. 2565 เมื่อมีการพบเหรียญทองจากบริเวณยะรัง มีจารึกภาษาสันสกฤตที่อ่านว่า ศรีลังกาโศเกศวรปุณยะ รูปแบบข้อความคล้ายกับเหรียญเงินทวารวดีที่จารึกว่า ศรีทวารวตีศวรปุณยะ นักวิชาการเห็นว่าเหรียญนี้ช่วยยืนยันชื่อลังกาสุกะในพื้นที่ และชวนให้ตั้งคำถามว่าลังกาสุกะกับทวารวดีมีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกันเพียงใด

05ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งตะวันตก

แม้หลักฐานจีนและอาหรับจะชี้ไปที่ชายฝั่งตะวันออกแถบปัตตานี แต่ตำนานมลายูเรื่องฮิกายัตมะโรงมหาวังสาของรัฐเกดะห์กลับเล่าว่า ลังกาสุกะอยู่ฝั่งตะวันตกของคาบสมุทร และเป็นต้นกำเนิดของรัฐเกดะห์ ตามตำนานนี้ กษัตริย์องค์หนึ่งเข้ารับอิสลามและเปลี่ยนรัฐเป็นสุลต่านเกดะห์ เรื่องเล่านี้ควรอ่านในฐานะตำนาน

อีกปัญหาหนึ่งคือช่องว่างของเวลา เอกสารจีนบอกว่าลังกาสุกะมีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 2 แต่ชั้นดินที่ขุดพบในยะรังเริ่มราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 นักวิชาการบางท่านเสนอว่าศูนย์กลางยุคแรกอาจอยู่ที่อื่น หรือยังขุดไม่ถึงชั้นที่เก่ากว่า

นักวิชาการบางคนยังเห็นว่าลังกาสุกะอาจครอบคลุมทั้งสองฝั่งคาบสมุทรในบางช่วง เพราะเส้นทางข้ามคาบสมุทรเป็นหัวใจของการค้าในยุคนั้น ความเห็นทั้งหมดนี้ยังไม่มีข้อยุติ

06จุดจบและมรดกสู่ปัตตานี

ลังกาสุกะรุ่งเรืองที่สุดราวคริสต์ศตวรรษที่ 6–7 ก่อนจะค่อย ๆ ลดบทบาทลง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะลำน้ำตื้นเขินจนเรือสินค้าเข้าถึงเมืองได้ยาก และส่วนหนึ่งเพราะศรีวิชัยขึ้นมาครองการค้าในภูมิภาค

ปีสิ้นสุดของลังกาสุกะยังไม่ตรงกัน พงศาวดารปาไซของสุมาตราเล่าว่าถูกทำลายราว ค.ศ. 1370 แต่นักประวัติศาสตร์บางท่านเห็นว่ายังคงอยู่ถึงราวทศวรรษ 1470 ตามฮิกายัตปัตตานี เมืองที่อยู่ก่อนปัตตานีคือโกตามะห์ลิฆัย ซึ่งเจ้าเมืองได้ย้ายมาสร้างเมืองปัตตานีในเวลาต่อมา

ปัตตานีน่าจะเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 1893–1993 (ค.ศ. 1350–1450) และรับศาสนาอิสลามราวกลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 มรดกของลังกาสุกะจึงไหลต่อสู่รัฐมุสลิมที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ภาคใต้ ชื่อลังกาสุกะเองก็ยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของคนท้องถิ่นมาจนทุกวันนี้

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราวพุทธศตวรรษที่ 7ค.ศ. ราวคริสต์ศตวรรษที่ 2กำเนิดลังกาสุกะ

ตามการคำนวณจากจดหมายเหตุราชวงศ์เหลียง

พ.ศ. 1058ค.ศ. 515ทูตคณะแรกสู่จีน

พระเจ้าภคทัตต์ส่งพระราชสาส์นถึงจักรพรรดิเหลียงอู่ตี้

พ.ศ. 1066, 1074, 1111ค.ศ. 523, 531, 568คณะทูตต่อเนื่อง

รักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน

พุทธศตวรรษที่ 12ค.ศ. คริสต์ศตวรรษที่ 7หลวงจีนอี้จิงเอ่ยถึงหลางเจียซู

ชั้นดินที่ยะรังเริ่มในช่วงนี้

พ.ศ. 1568ค.ศ. 1025จารึกทมิฬของราเชนทรโจฬะ

ระบุอิลังกาโศกะในรายชื่อเมืองที่ตีได้

พ.ศ. 1768ค.ศ. 1225จูฟานจื้อ

บันทึกว่าหลิงหยาซือเจียอยู่ในเครือข่ายศรีวิชัย

พ.ศ. 1893–1993ค.ศ. 1350–1450กำเนิดปัตตานี

รัฐที่สืบต่อจากลังกาสุกะ

พ.ศ. 2532ค.ศ. 1989กรมศิลปากรขุดค้นยะรัง

พบสถูปอิฐ พระพิมพ์ และประติมากรรมพุทธมหายาน

ราว พ.ศ. 2565ค.ศ. 2022พบเหรียญทองจารึก

ข้อความว่า ศรีลังกาโศเกศวรปุณยะ

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: เหรียญคู่แฝด

เหรียญทองจากยะรังกับเหรียญเงินทวารวดีจากนครปฐม ขึ้นต้นด้วยชื่อเมืองเหมือนกัน และลงท้ายด้วยคำว่าปุณยะ ซึ่งหมายถึงบุญ

รู้หรือไม่: ของหอมจากป่าใต้

ไม้กฤษณาและการบูรจากลังกาสุกะเป็นของหอมราคาสูงในจีน ใช้ทั้งในพิธีกรรมทางศาสนาและในราชสำนัก

รู้หรือไม่: ชื่อเดียวกันกับศรีจนาศะ

พระนามภคทัตต์ยังปรากฏในรายพระนามกษัตริย์ศรีจนาศะบนที่ราบสูงโคราช แต่เป็นคนละพระองค์และห่างกันหลายร้อยปี

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Langkasuka (Wikipedia)
  2. Bhagadatta (Langkasuka) (Wikipedia)
  3. Pattani Kingdom (Wikipedia)
  4. หรือแท้จริงแล้วทวารวดีและลังกาสุกะเป็นเครือญาติกัน (ศิลปวัฒนธรรม)
  5. แกะรอยการค้นพบเหรียญทองคำที่ปัตตานี (ศิลปวัฒนธรรม)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา