ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

กลุ่มปราสาทตาเมือน

ราวพุทธศตวรรษที่ 16–18 (คริสต์ศตวรรษที่ 11–13)

ปราสาทสามหลังบนช่องเขาพนมดงรัก ที่รวมเทวาลัยพระศิวะ ที่พักคนเดินทาง และโรงพยาบาลโบราณไว้บนถนนจากเมืองพระนครสู่พิมาย

ที่ตั้งบ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ริมแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ปราสาทในกลุ่มปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือน (ธรรมศาลา) และปราสาทตาเมือนโต๊จ (อโรคยศาล)
ตาเมือนธมเทวาลัยพระศิวะ ศิลปะบาปวน หันหน้าทิศใต้ มีศิวลึงค์ธรรมชาติ
ตาเมือนและตาเมือนโต๊จสร้างในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นับถือพุทธมหายาน
ขึ้นทะเบียนโบราณสถานของชาติ พ.ศ. 2478
บูรณะกรมศิลปากร ช่วง พ.ศ. 2533–2539
ขนาดลานตาเมือนธมระเบียงคดราว 46 x 38 เมตร ซุ้มประตูใหญ่ด้านใต้
ระยะห่างตาเมือนถึงตาเมือนโต๊จราว 340 เมตร ตาเมือนโต๊จถึงตาเมือนธมราว 800 เมตร

01ที่ตั้งบนช่องเขา

กลุ่มปราสาทตาเมือนตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก ในเขตบ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ตรงจุดที่เป็นช่องทางขึ้นลงระหว่างที่ราบสูงโคราชทางเหนือกับที่ราบเขมรต่ำทางใต้

ช่องเขาแบบนี้มีความสำคัญมากในอดีต เพราะเทือกเขาพนมดงรักเป็นกำแพงธรรมชาติยาวเหยียด ผู้คน กองทัพ และพ่อค้าที่เดินทางระหว่างเมืองพระนครกับลุ่มแม่น้ำมูลต้องข้ามผ่านช่องไม่กี่แห่ง ผู้สร้างจึงเลือกที่นี่วางศาสนสถานและสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนเดินทาง

ปราสาททั้งสามหลังตั้งเรียงกันในระยะไม่ไกล แต่สร้างต่างสมัยและต่างหน้าที่ หลังใหญ่สุดเป็นเทวาลัยฮินดู อีกสองหลังเป็นอาคารทางพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นภายหลังราวหนึ่งศตวรรษ

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือกลุ่มปราสาทตาเมือน จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำสูง ปราสาทกลุ่มตาเมือนอยู่ติดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งมีการปะทะในปี 2568 ควรตรวจสอบสถานการณ์และประกาศการเปิดให้เข้าชมจากหน่วยงานในพื้นที่ก่อนเดินทาง

ปราสาทตาเมือน (ธรรมศาลา) อ.พนมดงรักดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
14.355805, 103.258525
14°21′20.9″N 103°15′30.7″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02เดินจากเหนือลงใต้ ตามทางของคนเดินทางโบราณ

ถ้าเดินตามทางที่คนโบราณใช้ คือจากฝั่งที่ราบสูงทางเหนือลงไปหาช่องเขา จะพบปราสาทตาเมือนก่อน ถัดลงไปราว 340 เมตรเป็นปราสาทตาเมือนโต๊จ และจากตาเมือนโต๊จไปทางใต้อีกราว 800 เมตรจึงถึงปราสาทตาเมือนธมที่อยู่ริมสันเขา ลำดับนี้ทำให้เห็นภาพการเดินทางชัดเจน ผู้เดินทางพักที่ธรรมศาลา แวะรักษาตัวที่อโรคยศาล แล้วจึงไปสักการะเทวาลัยก่อนลงเขา

ลานของปราสาทตาเมือนธมล้อมด้วยระเบียงคดผังสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดราว 46 x 38 เมตร ซุ้มประตูด้านใต้มีขนาดใหญ่ที่สุด และต่อด้วยบันไดศิลาแลงชันลงไปยังที่ต่ำด้านใต้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ฝั่งกัมพูชา ด้านหน้าปรางค์ประธานเป็นมณฑปที่แบ่งเป็นสามห้อง ต่อด้วยมุขหรือห้องเชื่อม (อันตราละ) ก่อนเข้าสู่ห้องศักดิ์สิทธิ์

ในห้องศักดิ์สิทธิ์มีร่องน้ำที่เรียกว่าโสมสูตร ทำหน้าที่ระบายน้ำที่ใช้สรงศิวลึงค์ออกไปนอกอาคาร ผู้ศรัทธาจะรับน้ำนี้ไว้เป็นน้ำมนต์ บทความในศิลปวัฒนธรรมระบุว่ามีประติมากรรมหินรูปพระคเณศตั้งหันหน้าเข้าหาศิวลึงค์ด้วย

ปรางค์บริวารสององค์ที่ขนาบปรางค์ประธานมีประตูจริงเพียงด้านเดียว อีกสามด้านเป็นประตูหลอก ทับหลังหินทรายสลักรูปเทพและลายพวงมาลัย บรรณาลัยสองหลังสร้างด้วยศิลาแลง และนอกระเบียงคดทางตะวันตกเฉียงเหนือมีสระน้ำกรุศิลาแลง

บนช่องเขาเดียวกัน คนโบราณวางทั้งเทวาลัย ที่พักคนเดินทาง และโรงพยาบาล ราวกับจุดพักรถริมทางหลวงของอาณาจักรพระนคร

03ปราสาทตาเมือนธม เทวาลัยที่สร้างครอบหินศักดิ์สิทธิ์

ปราสาทตาเมือนธมเป็นหลังที่ใหญ่ที่สุด สร้างด้วยหินทรายสีชมพูอมเทาและศิลาแลง ประกอบด้วยปรางค์ประธาน ปรางค์บริวารสององค์ บรรณาลัย ระเบียงคดและซุ้มประตูสี่ทิศ ฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรจัดไว้ในศิลปะแบบบาปวน ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ขณะที่บางแหล่งระบุว่าสร้างในรัชกาลพระเจ้าอุทัยาทิตยวรมันที่ 2

ลักษณะพิเศษคือปราสาทหันหน้าไปทางทิศใต้ ต่างจากปราสาทเขมรส่วนใหญ่ที่หันไปทางตะวันออก นักวิชาการเชื่อว่าเพราะภูมิประเทศและเพราะทางขึ้นจากที่ราบเขมรต่ำอยู่ด้านใต้ ด้านหน้ามีบันไดและสระน้ำกรุศิลาแลง

กลางห้องครรภคฤหะของปรางค์ประธานมีศิวลึงค์ที่เป็นหินธรรมชาติโผล่ขึ้นจากพื้นหินเดิมของเนินเขา ผู้สร้างจึงตั้งปราสาทครอบหินนั้นไว้ คล้ายคติที่พบที่ปราสาทวัดภูในลาว นอกจากนี้ยังพบจารึกภาษาสันสกฤตอักษรหลังปัลลวะบนพื้นหินในลานปราสาท อายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 แม้จะลบเลือนมาก แต่บอกได้ว่าที่นี่เป็นสถานที่บูชาพระศิวะมาก่อนตัวปราสาทหลายร้อยปี

04ปราสาทตาเมือน บ้านมีไฟริมทางหลวง

ปราสาทตาเมือนเป็นอาคารศิลาแลงหลังเดียวขนาดเล็ก หันหน้าไปทางตะวันออก ด้านหน้าเป็นห้องยาว ผนังด้านหนึ่งมีหน้าต่างจริง ด้านอื่นเป็นหน้าต่างหลอก ทับหลังที่ประตูสลักรูปพระพุทธเจ้านั่งสมาธิ แสดงว่าเป็นอาคารในพุทธศาสนามหายาน

นักโบราณคดีระบุว่าอาคารรูปแบบนี้คือธรรมศาลา หรือที่จารึกเรียกว่าบ้านมีไฟ เป็นที่พักของคนเดินทางที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างไว้ตามถนน จารึกปราสาทพระขรรค์ในกัมพูชากล่าวถึงที่พักเช่นนี้ 121 แห่ง และบนเส้นทางเมืองพระนครถึงพิมายมีที่พักแบบเดียวกันราว 17 แห่ง กระจายอยู่ทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา

การพบธรรมศาลาตรงนี้ยืนยันว่าถนนโบราณสายเมืองพระนครถึงพิมายตัดผ่านช่องเขาตาเมือน และพื้นที่ชายแดนในวันนี้เคยเป็นจุดพักสำคัญบนทางหลวงของอาณาจักร

05ปราสาทตาเมือนโต๊จ โรงพยาบาลของพระราชา

ปราสาทตาเมือนโต๊จเป็นอโรคยศาล หรือศาสนสถานประจำโรงพยาบาล สร้างในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ด้วยศิลาแลงและหินทราย ผังประกอบด้วยปรางค์ประธานที่มีประตูจริงด้านเดียว บรรณาลัย กำแพงแก้วพร้อมซุ้มประตู และสระน้ำนอกกำแพง ตามแบบแผนของอโรคยศาลทั่วไป

บริเวณนี้พบศิลาจารึกอักษรเขมรภาษาสันสกฤต อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 กล่าวถึงพระไภษัชยคุรุ พระพุทธเจ้าแห่งการรักษาโรค และระบุการอุปถัมภ์โรงพยาบาลของพระราชา จารึกแบบเดียวกันพบในไทยราวสี่แห่ง ปัจจุบันจารึกจากตาเมือนโต๊จเก็บอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพฯ

จารึกเหล่านี้สะท้อนความคิดของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ว่าความทุกข์ของราษฎรคือความทุกข์ของผู้ปกครอง ทั่วอาณาจักรมีอโรคยศาลราว 102 แห่ง อาคารที่ทำด้วยหินคือส่วนศาสนสถาน ส่วนเรือนพักผู้ป่วยน่าจะเป็นไม้ที่ผุพังไปหมดแล้ว

06จารึกสองหลักบนช่องเขา

จารึกที่เก่าที่สุดของที่นี่สลักไว้บนแผ่นหินทรายของลานหินโดยตรง ฐานข้อมูลจารึกของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรเรียกว่าจารึกปราสาทตาเมือนธม 1 มีเพียง 2 บรรทัด ใช้อักษรหลังปัลลวะ ภาษาสันสกฤต กำหนดอายุจากรูปอักษรไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 12 เนื้อความเกี่ยวกับลัทธิไศวนิกาย ชักชวนให้ผู้คนรับใช้พระศิวะด้วยความภักดี

เพราะจารึกนี้เก่ากว่าตัวปราสาทหลายร้อยปี นักวิชาการจึงเห็นว่าก้อนหินธรรมชาติบนเนินนี้ถูกนับถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์มาก่อน แล้วคนรุ่นหลังจึงสร้างปราสาทครอบไว้ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรยังระบุว่าพบจารึกอักษรขอมโบราณและสันสกฤตอีกชิ้นที่ตาเมือนธม สรรเสริญพระศิวะและบันทึกรายชื่อข้าพระผู้ดูแลเทวสถาน ซึ่งช่วยยืนยันอายุปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ของอาคาร

อีกหลักหนึ่งพบในบริเวณซุ้มประตูของปราสาทตาเมือนโต๊จ เป็นจารึกอักษรเขมร ภาษาสันสกฤต แบบเดียวกับจารึกประจำอโรคยศาลที่พบในหลายแห่ง ขึ้นต้นด้วยการนอบน้อมพระไภษัชยคุรุ แล้วกล่าวว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระราชทานสิ่งของ เครื่องใช้ และจัดเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาล ปัจจุบันจารึกนี้เก็บรักษาที่หอสมุดแห่งชาติ (หอพระสมุดวชิรญาณ) กรุงเทพฯ

เมื่อนำจารึกทั้งสองยุคมาวางคู่กัน จะเห็นว่าช่องเขาตาเมือนเปลี่ยนความหมายไปตามเวลา จากจุดบูชาพระศิวะในยุคแรก กลายเป็นเทวาลัยหลวงในพุทธศตวรรษที่ 16 และกลายเป็นสถานีบริการของรัฐพุทธมหายานในพุทธศตวรรษที่ 18

07การสำรวจ ขุดแต่ง และบูรณะ

กลุ่มปราสาทตาเมือนเป็นที่รู้จักของนักโบราณคดีไทยมานาน กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2478 และในช่วง พ.ศ. 2503–2504 มีการสำรวจแหล่งโบราณสถานเขมรในภาคอีสาน ซึ่งนายมานิต วัลลิโภดม เป็นผู้สำรวจคนสำคัญ ช่วงนั้นพื้นที่ยังเป็นป่าทึบและเข้าถึงยาก

การทำงานอย่างจริงจังเริ่มในต้นทศวรรษ 2530 กรมศิลปากรสำรวจและเสริมความมั่นคงของโบราณสถานในช่วง พ.ศ. 2534–2535 จากนั้นเริ่มบูรณะใน พ.ศ. 2536 และใน พ.ศ. 2537 ได้บูรณะปรางค์ประธานกับบรรณาลัยของปราสาทตาเมือนโต๊จ

งานบูรณะต้องสะดุดหลายครั้งเพราะความไม่สงบตามแนวชายแดน บทความในศิลปวัฒนธรรมระบุว่าการทำงานหยุดลงราว พ.ศ. 2544 เมื่อเกิดปัญหาเขตแดน ชิ้นส่วนที่เคยถูกงัดไปในยุคสงครามกัมพูชาจึงไม่ได้กลับคืนทั้งหมด และบางส่วนของปราสาทยังพังทับอยู่จนทุกวันนี้

โบราณวัตถุที่พบจากการขุดแต่ง เช่น ชิ้นส่วนทับหลัง ประติมากรรม และส่วนประดับสถาปัตยกรรม ส่วนหนึ่งนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ที่ตาเมือนและตาเมือนโต๊จยังพบประติมากรรมพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งยืนยันว่าอาคารทั้งสองเป็นของพุทธศาสนามหายาน

08ปราสาทบนเส้นเขตแดน

เพราะตั้งอยู่บนสันเขาที่เป็นแนวชายแดน กลุ่มปราสาทตาเมือนจึงอยู่ในพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิ์ทับซ้อนกันมานาน ในทศวรรษ 2520–2530 ปราสาทถูกลักลอบขุดและขโมยชิ้นส่วนไปขาย และช่วงความตึงเครียดชายแดน พ.ศ. 2551–2556 การเข้าชมก็ถูกจำกัด

ใน พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) พื้นที่รอบปราสาทตาเมือนธมเป็นจุดหนึ่งที่เกิดการปะทะระหว่างทหารสองประเทศ โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ก่อนมีการหยุดยิงเมื่อ 28 กรกฎาคม และเกิดการสู้รบอีกครั้งในเดือนธันวาคมก่อนหยุดยิงรอบใหม่ ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันสิทธิ์เหนือปราสาทของตน

ในเดือนมกราคม 2569 กรมศิลปากรเข้าสำรวจพบว่าตัวปราสาทหลักยังอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ แต่มีร่องรอยกระสุนและส่วนประกอบบริเวณทางเข้าชำรุด กระทรวงวัฒนธรรมของไทยประกาศแผนบูรณะ ขณะที่กัมพูชายื่นหนังสือคัดค้าน

ในส่วนของการเข้าชม เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เกิดเหตุโต้เถียงที่ลานปราสาทเมื่อกลุ่มนักท่องเที่ยวกัมพูชาร้องเพลงชาติ หลังการปะทะเดือนกรกฎาคม ฝ่ายไทยปิดปราสาทตาเมือนธมไม่มีกำหนด และเมื่อเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเข้าตรวจในเดือนมกราคม 2569 พื้นที่ยังปิดเพื่อเก็บกู้และรักษาความปลอดภัย ข้อมูลของแต่ละฝ่ายเกี่ยวกับเหตุการณ์ยังแตกต่างกัน ผู้อ่านจึงควรติดตามจากแหล่งข่าวหลายทาง

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราวพุทธศตวรรษที่ 12ค.ศ. ราวคริสต์ศตวรรษที่ 7จารึกบนลานหิน

จารึกสันสกฤตเกี่ยวกับการบูชาพระศิวะ

ปลายพุทธศตวรรษที่ 16ค.ศ. คริสต์ศตวรรษที่ 11ปราสาทตาเมือนธม

สร้างเทวาลัยครอบศิวลึงค์ธรรมชาติ

ราว พ.ศ. 1724–1761ค.ศ. ราว 1181–1218รัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

สร้างธรรมศาลาและอโรคยศาลตามถนนสู่พิมาย

พ.ศ. 2478ค.ศ. 1935ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

ตาเมือนธมและตาเมือนโต๊จอยู่ในความคุ้มครองของกรมศิลปากร

พ.ศ. 2503–2504ค.ศ. 1960–1961สำรวจโบราณสถาน

มีการสำรวจกลุ่มปราสาทในเขตชายแดนสุรินทร์

ทศวรรษ 2520–2530ค.ศ. 1980s–1990sการลักลอบขุด

ชิ้นส่วนปราสาทถูกขโมยในช่วงสงครามกัมพูชา

พ.ศ. 2533–2539ค.ศ. 1990–1996บูรณะ

กรมศิลปากรบูรณะปราสาทประธาน

พ.ศ. 2537ค.ศ. 1994บูรณะตาเมือนโต๊จ

บูรณะปรางค์ประธานและบรรณาลัยของอโรคยศาล

ราว พ.ศ. 2544ค.ศ. 2001งานบูรณะหยุดชะงัก

ปัญหาเขตแดนทำให้งานต้องหยุด

พ.ศ. 2551–2556ค.ศ. 2008–2013ความตึงเครียดชายแดน

การเข้าชมถูกจำกัด

13 ก.พ. พ.ศ. 2568ค.ศ. 2025เหตุร้องเพลงชาติ

ทหารไทยห้ามนักท่องเที่ยวกัมพูชาร้องเพลงชาติในลานปราสาท

ก.ค. พ.ศ. 2568ค.ศ. 2025การปะทะชายแดน

พื้นที่รอบปราสาทเป็นจุดปะทะ หยุดยิง 28 ก.ค.

ธ.ค. พ.ศ. 2568ค.ศ. 2025การสู้รบรอบใหม่

การปะทะตามแนวชายแดนกลับมาอีกครั้ง ก่อนหยุดยิงช่วงปลายเดือน

ม.ค. พ.ศ. 2569ค.ศ. 2026สำรวจความเสียหาย

กรมศิลปากรตรวจสภาพหลังการหยุดยิง

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

กลุ่มปราสาทตาเมือนอยู่ในอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ อยู่ในพื้นที่ทหารดูแลบริเวณชายแดน หลังเหตุปะทะปี 2568 พื้นที่ถูกปิดเพื่อความปลอดภัย ควรตรวจสอบประกาศของทางราชการก่อนเดินทาง โบราณวัตถุบางส่วนจากพื้นที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ศิวลึงค์ที่ไม่มีใครแกะ

ศิวลึงค์ในปรางค์ประธานตาเมือนธมเป็นหินธรรมชาติ ผู้สร้างเลือกตำแหน่งปราสาทให้ครอบหินนั้นพอดี

รู้หรือไม่: ชื่อเรียกพื้นบ้าน

คำว่าธม แปลว่าใหญ่ และโต๊จ แปลว่าเล็ก ในภาษาเขมร คำต่อท้ายชื่อจึงช่วยแยกปราสาทหลังใหญ่กับหลังเล็กออกจากกัน

รู้หรือไม่: โรงพยาบาลนับร้อย

จารึกปราสาทตาพรหมระบุว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงตั้งอโรคยศาลราว 102 แห่งทั่วอาณาจักร

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ทำไมปราสาทตาเมือนธมหันหน้าไปทางใต้
นักวิชาการส่วนใหญ่อธิบายด้วยภูมิประเทศ ทางขึ้นหลักมาจากที่ราบเขมรต่ำทางใต้ และตัวปราสาทตั้งครอบหินธรรมชาติที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ จึงต้องวางผังตามตำแหน่งหินนั้น
ปราสาทสามหลังสร้างพร้อมกันหรือไม่
ไม่พร้อมกัน ตาเมือนธมสร้างราวปลายพุทธศตวรรษที่ 16 ในศิลปะบาปวน ส่วนตาเมือนกับตาเมือนโต๊จสร้างในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ห่างกันราวหนึ่งศตวรรษ
อโรคยศาลเป็นโรงพยาบาลจริงหรือ
อาคารหินที่เหลืออยู่คือศาสนสถานประจำโรงพยาบาล จารึกระบุว่าพระราชาพระราชทานยาและจัดเจ้าหน้าที่ไว้ ส่วนเรือนรักษาผู้ป่วยน่าจะเป็นไม้ที่ผุพังไปแล้ว
จะไปเที่ยวปราสาทตาเมือนได้หรือไม่
หลังเหตุปะทะ พ.ศ. 2568 พื้นที่ถูกปิดเพื่อความปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของหน่วยงานความมั่นคง ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของทางราชการก่อนเดินทาง และสามารถชมโบราณวัตถุจากพื้นที่ได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์
จารึกที่เก่าที่สุดของที่นี่บอกอะไร
จารึกปราสาทตาเมือนธม 1 เป็นภาษาสันสกฤตอักษรหลังปัลลวะ ราวพุทธศตวรรษที่ 12 สลักบนลานหิน เนื้อความชักชวนให้ภักดีต่อพระศิวะ แสดงว่าที่นี่เป็นที่บูชามาก่อนตัวปราสาท

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Prasat Ta Muen Thom - Wikipedia
  2. Prasat Ta Muen Thom - SEA Arts, SAC
  3. Prasat Ta Muen - SEA Arts, SAC
  4. Prasat Ta Muan Tot - SEA Arts, SAC
  5. จารึกปราสาทตาเมือนธม 1 - ฐานข้อมูลจารึก SAC
  6. ไขปริศนากลุ่มปราสาทตาเมือน - ศิลปวัฒนธรรม
  7. อโรคยศาล - ศิลปวัฒนธรรม
  8. 2025 Cambodian–Thai border crisis - Wikipedia
  9. First look at Ta Muen Thom temple after ceasefire - Khaosod English
  10. วธ. ยันเดินหน้าบูรณะปราสาทตาควาย-ตาเมือน - มติชน
  11. ความเชื่อ พัฒนาการ และอิทธิพลทางพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในปราสาทตาเมือน (บายกรีม) - TCI
  12. Archaeological sites of Prasat Ta Moan group - Tripniceday (ข้อมูล ททท.)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา