01ที่ตั้งและภูมิประเทศ
ปราสาทหินพิมายตั้งอยู่กลางเมืองพิมาย จังหวัดนครราชสีมา บนที่ราบลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน ตัวเมืองโบราณล้อมด้วยแม่น้ำมูล ลำน้ำเค็ม และคูเมือง กินพื้นที่ยาวราว 1,030 เมตร กว้างราว 565 เมตร
ลุ่มน้ำมูลตรงนี้มีผู้คนอาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งยุคสำริดและยุคเหล็กอย่างบ้านโนนวัดและเนินอุโลกอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ชุมชนเหล่านี้คือรากฐานที่ทำให้พิมายเติบโตเป็นเมืองสำคัญในเวลาต่อมา
จารึกเรียกเมืองนี้ว่าวิมายปุระ หมายถึงเมืองวิมาย ชื่อนี้ค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงมาเป็นพิมายในภาษาไทย
หลักฐานหลักฐานสำคัญ 3 ชิ้น
ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons
ปราสาทหินทรายขาวหันหน้าทางทิศใต้สู่เมืองพระนคร
เก็บรักษา/ชมได้ที่: อุทยานประวัติศาสตร์พิมายดูภาพถ่ายจริง ↗ทับหลังสลักภาพพระพุทธรูปและเทพในคติมหายาน
เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายดูภาพถ่ายจริง ↗รูปบุคคลนั่งสมาธิ พบที่ปราสาทพิมาย
เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมายดูภาพถ่ายจริง ↗แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่
จุดกะพริบคือปราสาทหินพิมาย จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน
GPSพิกัดและการนำทาง
แม่นยำสูง ตรวจกับแหล่งข้อมูลตั้งแต่สองแหล่งขึ้นไป
15.220018, 102.494151พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด
02การสร้างและผู้สร้าง
ลุ่มน้ำมูลตอนบนเข้าสู่ขอบเขตอิทธิพลของอาณาจักรเขมรราวคริสต์ศตวรรษที่ 10–11 ศาสนสถานที่พิมายเริ่มสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16 และอาคารส่วนใหญ่ที่เห็นในปัจจุบันมีอายุช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12
นักวิชาการส่วนใหญ่ยกให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (ครองราชย์ราว พ.ศ. 1623–1650 หรือ ค.ศ. 1080–1107) เป็นผู้สร้างปราสาทประธาน พระองค์มาจากตระกูลที่มีถิ่นฐานในลุ่มน้ำมูลแถบพิมาย และได้ตั้งราชวงศ์มหิธรปุระขึ้นครองเมืองพระนคร ราชวงศ์นี้ต่อมามีกษัตริย์อย่างพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างนครวัด
จารึกภาษาเขมรที่กรอบประตูปราสาทลงศักราชช่วง พ.ศ. 1651–1655 (ค.ศ. 1108–1112) ในรัชกาลพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ยืนยันว่าปราสาทประธานสร้างเสร็จก่อนช่วงเวลานั้น ต่อมาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวพุทธศตวรรษที่ 18 มีการก่อสร้างและซ่อมแซมเพิ่มเติม
ปราสาทพิมายหันหน้าไปทางใต้ เพราะปลายทางของถนนเส้นยาวที่ออกจากประตูของมันคือเมืองพระนคร
03จารึกบอกอะไรเรื่องพิมาย
ปราสาทพิมายเป็นแหล่งที่พบจารึกมากแหล่งหนึ่งในดินแดนไทย นักวิชาการจัดทะเบียนจารึกจากปราสาทแห่งนี้ไว้ราวสิบกว่าหลัก มีทั้งภาษาเขมรโบราณและภาษาสันสกฤต จารึกเหล่านี้ช่วยให้เรากำหนดช่วงเวลาการสร้างและใช้งานปราสาทได้ แทนที่จะอาศัยรูปแบบศิลปะเพียงอย่างเดียว
จารึกที่เก่าที่สุดหลักหนึ่งเป็นศิลาจารึกที่แตกหักจากปราสาทพิมาย ลงมหาศักราช 963 ตรงกับ พ.ศ. 1584 (ค.ศ. 1041) ในรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 มีโศลกภาษาสันสกฤตสรรเสริญทั้งพระศิวะและพระพุทธเจ้า และมีส่วนที่เป็นภาษาเขมรบันทึกการถวายข้าวและน้ำมันเป็นประจำ หลักฐานนี้สนับสนุนความเห็นว่ามีศาสนสถานอยู่ที่พิมายแล้วก่อนปราสาทประธานหลังปัจจุบัน
จารึกที่กรอบประตูซุ้มประตูทิศใต้ของระเบียงคดลงมหาศักราช 1030–1034 ตรงกับราว พ.ศ. 1651–1655 บันทึกว่าขุนนางและข้าราชการแต่ละคนถวายสิ่งใดแก่ศาสนสถานในแต่ละปี ทั้งข้าทาส ที่ดิน และสิ่งของอื่น ๆ ส่วนจารึกบนฐานรูปเคารพในระเบียงคดกล่าวถึงศรีวีเรนทราธิปติวรมัน แห่งเมืองโฉกวกุล ผู้สร้างรูปเคารพกมรเตงชคตเสนาบดี แสดงว่าขุนนางท้องถิ่นมีบทบาทสูงในการอุปถัมภ์ปราสาท
ยังมีจารึกอีกหลักลงมหาศักราช 1108 ตรงกับ พ.ศ. 1729 (ค.ศ. 1186) ซึ่งอยู่ในรัชกาลพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จารึกทั้งชุดจึงครอบคลุมเวลาเกือบ 150 ปี ตั้งแต่สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 จนถึงยุคปลายของเมืองพระนคร
04สิ่งที่เห็นในปราสาท
ปราสาทพิมายมีผังซ้อนกันหลายชั้น เริ่มจากสะพานนาค ซุ้มประตูและกำแพงชั้นนอก ระเบียงคด แล้วจึงถึงลานชั้นในที่มีปรางค์ประธานหินทรายสีขาวสูงราว 28 เมตร ขนาบด้วยปรางค์หินแดงและปรางค์พรหมทัตซึ่งก่อด้วยศิลาแลง
ทับหลังและหน้าบันของปรางค์ประธานส่วนใหญ่สลักภาพเล่าเรื่องทางพุทธศาสนาและเรื่องรามเกียรติ์ ยกเว้นด้านทิศใต้ที่สลักภาพพระศิวะนาฏราช การผสมภาพทั้งสองศาสนาไว้ในอาคารเดียวทำให้พิมายเป็นตัวอย่างสำคัญของศิลปะเขมรในดินแดนไทย
ในปี พ.ศ. 2493 มีการพบประติมากรรมหินบุคคลสองชิ้นที่ปรางค์พรหมทัต นักวิชาการเชื่อว่าเป็นรูปของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และพระมเหสี ชาวบ้านเรียกตามนิทานพื้นบ้านว่าท้าวพรหมทัตและนางอรพิม ส่วนหญิงในรูปสลักนักวิชาการเชื่อว่าเป็นพระนางชัยราชเทวี ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย
05เดินชมผังเมืองพิมาย
ผู้มาเยือนในสมัยโบราณที่เดินทางมาตามถนนจากเมืองพระนครจะเข้าเมืองทางประตูชัยด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นประตูเมืองหลักและกว้างพอให้ขบวนช้างผ่านได้ จากนั้นเดินตรงขึ้นเหนือมาถึงสะพานนาคที่มีราวเป็นลำตัวนาคเจ็ดเศียร ก่อนเข้าซุ้มประตูกำแพงชั้นนอก
ระหว่างกำแพงชั้นนอกกับระเบียงคดมีบรรณาลัยและอาคารประกอบอื่น ๆ เมื่อผ่านซุ้มประตูระเบียงคดเข้าไปจึงพบลานชั้นใน ซึ่งมีปรางค์ประธานหินทรายสีขาวอยู่ตรงกลาง ต่อด้วยมณฑปด้านหน้า ปรางค์หินแดงและปรางค์พรหมทัตตั้งอยู่ด้านหน้าในลานเดียวกัน ระเบียงคดเองก็สร้างใหม่บางส่วนในการบูรณะ
ลำดับจากโลกภายนอกเข้าสู่ห้องศักดิ์สิทธิ์ตรงกลางนี้สะท้อนคติจักรวาลแบบอินเดีย สะพานนาคเป็นเหมือนสายรุ้งเชื่อมโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ และปรางค์ประธานเปรียบได้กับเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นศูนย์กลางจักรวาล
06พุทธตันตระที่พิมาย
ภายในห้องครรภคฤหะของปรางค์ประธานเคยประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก และทับหลังด้านทิศใต้ที่หันไปทางเมืองพระนครก็สลักภาพพระพุทธเจ้าประทับนั่งสมาธิใต้พังพานนาคเจ็ดเศียร ภาพนี้จึงเป็นหัวใจของปราสาท และน่าจะเกี่ยวข้องกับเทพประธานที่จารึกเรียกว่ากมรเตงชคตวิมาย
นอกจากภาพพุทธประวัติ ทับหลังหลายชิ้นยังสลักรูปเทพ อสูร และสัตว์ตามคัมภีร์พุทธศาสนาแบบวัชรยานหรือพุทธตันตระ ภาพชุดนี้ไม่ค่อยพบในปราสาทเขมรแห่งอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน
เปีย คอนติ นักวิชาการด้านศิลปะเขมร เสนอในงานวิจัยปี พ.ศ. 2550 ว่าพิมายเป็นศาสนสถานพุทธตันตระแห่งแรกที่สร้างในระดับราชสำนัก ราว ค.ศ. 1080–1108 ก่อนที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จะส่งเสริมพุทธศาสนาอย่างเต็มที่ราวร้อยปีต่อมา ขณะเดียวกันเธอโต้แย้งความเห็นเดิมที่ว่าลัทธิบูชาเหวัชระเกิดบนที่ราบสูงโคราชก่อนแล้วจึงแพร่ไปเมืองพระนคร โดยเสนอว่าทั้งสองพื้นที่พัฒนาคติพุทธตันตระไปพร้อมกันในแบบของตน ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงในวงวิชาการ
07ความสำคัญ
ปราสาทพิมายมีลักษณะพิเศษคือหันหน้าไปทางทิศใต้ ต่างจากปราสาทเขมรส่วนใหญ่ที่หันไปทางทิศตะวันออก นักวิชาการอธิบายว่าเพื่อหันไปหาเมืองพระนคร ซึ่งเชื่อมกับพิมายด้วยถนนโบราณยาวราว 225 กิโลเมตร ตามถนนสายนี้มีที่พักคนเดินทางที่สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นระยะ
พิมายจึงเป็นทั้งศูนย์กลางทางศาสนาและเมืองหน้าด่านสำคัญของอาณาจักรเขมรบนที่ราบสูงโคราช การที่ราชวงศ์จากลุ่มน้ำมูลขึ้นไปครองเมืองพระนครยังแสดงว่าดินแดนที่เป็นภาคอีสานในปัจจุบันมีบทบาทสูงในประวัติศาสตร์เขมร
แม้ผู้ปกครองเขมรหลายพระองค์นับถือศาสนาพราหมณ์ แต่ปราสาทพิมายเป็นศาสนสถานสำคัญของพุทธศาสนามหายาน สะท้อนว่าชุมชนในลุ่มน้ำมูลนับถือพุทธศาสนามาก่อนตั้งแต่สมัยทวารวดี
08ข้อถกเถียง
ผู้สร้างปราสาทพิมายยังมีความเห็นต่างกันเล็กน้อย ข้อมูลภาษาไทยบางแหล่งระบุว่าเริ่มสร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ในต้นพุทธศตวรรษที่ 16 ขณะที่นักวิชาการจำนวนมากยกให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 เป็นผู้สร้างปราสาทประธาน ความเป็นไปได้หนึ่งคือพื้นที่นี้มีศาสนสถานรุ่นก่อนอยู่แล้ว และปราสาทที่เห็นวันนี้สร้างทับในรัชกาลหลัง
อีกเรื่องคือศาสนาของปราสาท แหล่งข้อมูลจำนวนมากระบุว่าสร้างเป็นศาสนสถานพุทธมหายานตั้งแต่แรก แต่บางแหล่งเสนอว่าเดิมเป็นเทวสถานของศาสนาพราหมณ์ แล้วเปลี่ยนเป็นพุทธมหายานในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ภาพสลักที่ผสมทั้งสองศาสนาทำให้ประเด็นนี้ยังตีความได้หลายทาง
ส่วนประติมากรรมที่เชื่อว่าเป็นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั้นเป็นการระบุจากรูปแบบศิลปะที่คล้ายประติมากรรมของพระองค์ในกัมพูชา ไม่มีจารึกกำกับ จึงเป็นข้อสันนิษฐานที่ได้รับการยอมรับกว้างขวาง แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันโดยตรง
09ปัจจุบัน
รัฐบาลไทยประกาศคุ้มครองปราสาทพิมายเป็นโบราณสถานในปี พ.ศ. 2479 ต่อมากรมศิลปากรร่วมกับสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพทิศบูรณะระหว่าง พ.ศ. 2507–2512 โดยใช้วิธีอนัสติโลซิส คือรื้อหินที่พังลงมาแล้วประกอบกลับเข้าที่เดิม โดยใช้วัสดุใหม่ให้น้อยที่สุด มีแบร์นาร์ด-ฟิลิปป์ โกรลิเยร์ และสถาปนิกปีแยร์ ปิชาร์ เป็นกำลังสำคัญ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จเปิดอุทยานประวัติศาสตร์พิมายเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2532 ใกล้กันมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ซึ่งจัดแสดงทับหลังและประติมากรรมจากแหล่งต่าง ๆ ในลุ่มน้ำมูล
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
ลุ่มน้ำมูลตอนบนเข้าสู่ขอบเขตอาณาจักรเขมร
ศิลาจารึกจากปราสาทพิมายสรรเสริญพระศิวะและพระพุทธเจ้า
ผู้ตั้งราชวงศ์มหิธรปุระ เชื่อกันว่าเป็นผู้สร้างปราสาทประธาน
จารึกภาษาเขมรในรัชกาลพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1
จารึกจากปราสาทพิมายลงมหาศักราช 1108
สร้างเพิ่มเติมและที่พักคนเดินทางตามถนนสู่เมืองพระนคร
ลูเนต์ เดอ ลาฌองกีแยร์ ขึ้นบัญชีปราสาทพิมายในทะเบียนโบราณสถานเขมร
รัฐบาลไทยคุ้มครองปราสาทพิมาย
พบรูปบุคคลที่เชื่อว่าเป็นพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ปรางค์พรหมทัต
โครงการร่วมไทย-ฝรั่งเศส
เปิดอุทยานประวัติศาสตร์พิมายอย่างเป็นทางการ
กลุ่มปราสาทพนมรุ้ง เมืองต่ำ และปรางค์ปลายบัดเข้าบัญชีเบื้องต้น ต่อจากรายการเดิมที่รวมพิมายไว้ด้วย
ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้
อุทยานประวัติศาสตร์พิมายอยู่ใจกลางอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ในความดูแลของกรมศิลปากร ภายในมีสะพานนาค ซุ้มประตู ระเบียงคด และปรางค์ทั้งสาม ใกล้กันมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ที่จัดแสดงทับหลังและประติมากรรมจากลุ่มน้ำมูล
ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่
ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ใหญ่ใกล้เคียงนครวัด
พื้นที่ที่ล้อมรอบเมืองพิมายมีขนาดใกล้เคียงกับพื้นที่ของนครวัด
รู้หรือไม่: ห้องเรียนบูรณะ
การบูรณะพิมายเป็นครั้งแรกที่ไทยใช้วิธีอนัสติโลซิส และกลายเป็นต้นแบบของการบูรณะปราสาทหินแห่งอื่น เช่น พนมรุ้ง
รู้หรือไม่: นิทานกับรูปสลัก
ชาวบ้านเรียกรูปสลักที่ปรางค์พรหมทัตว่าท้าวพรหมทัต ตามนิทานพื้นบ้านท้าวปาจิตกับนางอรพิม
รู้หรือไม่: ขุนนางท้องถิ่นก็สร้างรูปเคารพ
จารึกในระเบียงคดบอกว่าศรีวีเรนทราธิปติวรมัน ขุนนางจากเมืองโฉกวกุล เป็นผู้สร้างรูปเคารพสำคัญองค์หนึ่ง
ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย
ทำไมปราสาทพิมายหันหน้าไปทางใต้
ปราสาทพิมายเป็นวัดพุทธหรือเทวสถานฮินดู
ใครสร้างปราสาทพิมาย
พิมายกับนครวัดเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ควรดูอะไรต่อหลังชมปราสาท
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (7)
บทความเหล่านี้พูดถึงปราสาทหินพิมาย อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Phimai Historical Park - Wikipedia
- ปราสาทหินพิมาย - วิกิพีเดีย
- Jayavarman VI - Wikipedia
- Mahidharapura dynasty - Wikipedia
- Ancient Khmer Highway - Wikipedia
- ปิแอร์ ปิชาร์ด์ นักบูรณะปราสาทพิมาย-พนมรุ้ง - ศิลปวัฒนธรรม
- อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย - กรมศิลปากร
- K. 953. Fragmentary stela from Prasat Phimai - DHARMA
- K. 954. Pedestal of the interior gallery of Phimay - DHARMA
- ศิลาจารึกปราสาทหินพิมาย 3 - ฐานข้อมูลจารึก ศมส.
- Tantric Buddhism in Phimai (Pia Conti, 2007) - Angkor Database
- Phimai - Hello Angkor (inscription list)
- Two sites placed on Unesco tentative list - Bangkok Post
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา