ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

เมืองเสมา

ราวพุทธศตวรรษที่ 10–18

เมืองคูน้ำคันดินขนาดใหญ่ริมลำตะคองที่มีพระนอนหินทรายยาวที่สุดในไทย และอาจเคยเป็นศูนย์กลางของรัฐศรีจนาศะ

ที่ตั้งตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ริมลำตะคอง
ขนาดราว 1,700 x 1,500 เมตร มีเมืองชั้นในและชั้นนอก
พระนอนหินทรายแดง ยาวราว 13.3 เมตร สูงราว 2.8 เมตร ที่วัดธรรมจักรเสมาราม
จารึกบ่ออีกากล่าวถึงกษัตริย์แห่งศรีจนาศะ ด้านหนึ่งลง พ.ศ. 1411 (ค.ศ. 868)
การขุดค้นกรมศิลปากร ช่วง พ.ศ. 2533–2542 และ พ.ศ. 2543–2544
ยุคที่รุ่งเรืองราวพุทธศตวรรษที่ 12–15
โบราณสถานที่ขึ้นหมายเลข11 แห่ง ในเมืองชั้นใน 6 ชั้นนอก 3 และนอกเมือง 2
ขึ้นทะเบียนโบราณสถานพ.ศ. 2495 โดยกรมศิลปากร

01ที่ตั้งและภูมิประเทศ

เมืองเสมาตั้งอยู่ในอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ริมลำตะคอง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำมูล ตำแหน่งนี้อยู่ทางขอบตะวันตกของที่ราบสูงโคราช ใกล้ช่องทางที่เดินทางลงสู่ที่ราบภาคกลางได้

ตัวเมืองมีผังค่อนข้างกลม ยาวราว 1,700 เมตร กว้างราว 1,500 เมตร ล้อมด้วยคันดินสูงราว 3–4 เมตร และคูน้ำกว้างราว 10–20 เมตร แบ่งเป็นเมืองชั้นในและชั้นนอก นักโบราณคดีถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองคูน้ำคันดินที่ใหญ่ที่สุดของที่ราบสูงโคราช

ชื่อ "เสมา" เป็นชื่อที่ชาวบ้านรุ่นหลังเรียกขาน เพราะพบใบเสมาหินจำนวนมากในบริเวณนี้ ชื่อดั้งเดิมของเมืองในสมัยที่ยังรุ่งเรืองยังไม่มีใครรู้แน่

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 3 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
พระนอนหินทราย

พระพุทธไสยาสน์หินทรายสมัยทวารวดี ยาวราว 13 เมตร เก่าแก่ที่สุดในไทย

เก็บรักษา/ชมได้ที่: วัดธรรมจักรเสมาราม อำเภอสูงเนินดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
ธรรมจักรศิลา

ธรรมจักรหินทรายที่พบในวัดเดียวกัน สัญลักษณ์การแสดงปฐมเทศนา

เก็บรักษา/ชมได้ที่: วัดธรรมจักรเสมารามดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
จารึกบ่ออีกา

จารึกที่กล่าวถึงกษัตริย์แห่งศรีจนาศะ หลักฐานรัฐโบราณในอีสาน

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือเมืองเสมา จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำปานกลาง จุดนี้คือพระนอนวัดธรรมจักรเสมาราม ตัวเมืองโบราณเสมาอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 750 เมตร

พระนอนวัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนินดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
14.916745, 101.793683
14°55′00.3″N 101°47′37.3″E
ตัวเมืองโบราณเสมาดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
14.922442, 101.797828
14°55′20.8″N 101°47′52.2″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02การค้นพบและการขุดค้น

ซากเมืองและพระนอนเป็นที่รู้จักของชาวบ้านมานาน ต่อมากรมศิลปากรเข้ามาสำรวจและขุดค้นอย่างเป็นระบบในช่วง พ.ศ. 2533–2542 พบแหล่งโบราณคดีรวม 11 แห่งภายในเมือง

ในช่วง พ.ศ. 2543–2544 สำนักงานโบราณคดีของกรมศิลปากรที่นครราชสีมาขุดค้นเพิ่มเติม พบโครงกระดูกมนุษย์ 53 โครง ในจำนวนนี้เป็นเด็กและทารกถึง 30 โครง ข้อมูลนี้ช่วยให้รู้ว่าผู้คนอาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ก่อนยุคพุทธศาสนาจะแพร่เข้ามา

จากหลักฐานทั้งหมด นักโบราณคดีแบ่งการอยู่อาศัยเป็นสามช่วงใหญ่ ช่วงแรกราวคริสต์ศตวรรษที่ 4–5 ช่วงทวารวดีราวคริสต์ศตวรรษที่ 6–9 และช่วงที่อิทธิพลเขมรเพิ่มขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 9–12 ก่อนเมืองจะร้างไปหลังพุทธศตวรรษที่ 18

พระนอนหินทรายริมลำตะคองหลับพระเนตรมาเป็นพันปี ขณะที่ชื่อเดิมของเมืองยังเป็นปริศนา

03ผังเมืองและโบราณสถาน 11 แห่ง

กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเมืองเสมาเป็นโบราณสถานตั้งแต่ พ.ศ. 2495 แต่การทำงานภาคสนามอย่างจริงจังเริ่มใน พ.ศ. 2533 ด้วยการสำรวจ ทำแผนผัง ปักหมุด และขุดหลุมทดสอบ จากนั้นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน พ.ศ. 2542 จึงขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานรวม 9 หลัง

นักโบราณคดีให้หมายเลขโบราณสถานไว้ 11 แห่ง หกแห่งอยู่ในเมืองชั้นใน สามแห่งอยู่ในเมืองชั้นนอก และอีกสองแห่งอยู่นอกคูเมือง คือพระนอนที่วัดธรรมจักรเสมารามกับเจดีย์บ้านแก่นท้าว การที่ศาสนสถานกระจายอยู่ทั้งในและนอกเมืองบอกว่าพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้รวมอยู่จุดเดียว

ในเมืองชั้นใน โบราณสถานหมายเลข 2 เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมเพิ่มมุม กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12–13 หมายเลข 3 เป็นเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยมคู่กับวิหาร หมายเลข 4 เป็นวิหารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และหมายเลข 5 เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งล้วนเป็นงานอิฐในวัฒนธรรมทวารวดี ส่วนโบราณสถานหมายเลข 1 ที่บริเวณบ่ออีกาต่างออกไป เพราะเป็นปราสาทแบบเขมรมีวิหารขนาบสองข้าง สร้างขึ้นเพื่อศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกายในช่วงหลัง

ในเมืองชั้นนอกมีอาคารทรงปราสาทขนาดราว 9.6 x 9.6 เมตร เจดีย์ฐานกลมกว้างราว 7.7 เมตร และวิหารขนาดเล็กราว 4.1 x 8.1 เมตร ผังแบบนี้ทำให้เห็นว่าเมืองขยายออกไปเป็นชั้น ๆ และมีการสร้างศาสนสถานใหม่ทับซ้อนกับของเดิมตลอดหลายร้อยปี

04ชีวิตผู้คนจากหลุมฝังศพ

การขุดค้นของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9 นครราชสีมา ใน พ.ศ. 2543–2544 พบโครงกระดูก 53 โครงจากหลุมขุดค้นสองหลุม นักมานุษยวิทยากายภาพแยกได้ว่าเป็นเด็กและทารก 30 โครง ผู้ใหญ่เพศชาย 11 โครง เพศหญิง 12 โครง และอีกหนึ่งโครงระบุเพศไม่ได้ หลุมฝังศพกลุ่มนี้จัดอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนเมืองจะรับพุทธศาสนา

ตัวเลขนี้บอกเรื่องชีวิตประจำวันได้มาก อัตราการตายของทารกและเด็กสูงกว่าผู้ใหญ่ราว 1.3 เท่า และผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เสียชีวิตเมื่ออายุราว 20–35 ปี ผู้ชายสูงเฉลี่ยราว 164–169 เซนติเมตร ผู้หญิงราว 155–162 เซนติเมตร

กระดูกและฟันยังเก็บร่องรอยความเจ็บป่วยไว้ เช่น ฟันผุ ฟันหลุดก่อนตาย ข้อเสื่อม และร่องรอยที่อาจเกิดจากภาวะโลหิตจางเรื้อรังหรือกระดูกอ่อน ฟันหน้าหลายซี่เป็นรูปพลั่ว ซึ่งพบบ่อยในประชากรเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาพรวมจึงเป็นชุมชนเกษตรกรรมที่ชีวิตไม่ง่าย โดยเฉพาะในวัยเด็ก

05สิ่งที่พบ

หลักฐานที่โด่งดังที่สุดคือพระนอนหินทรายที่วัดธรรมจักรเสมาราม สร้างจากหินทรายแดงหลายก้อนเรียงต่อกันตามแนวเหนือใต้ องค์พระยาวราว 13.3 เมตร สูงราว 2.8 เมตร นอนตะแคงขวา พระเศียรหันไปทางทิศใต้ ถือเป็นพระนอนหินทรายที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

ที่วัดเดียวกันยังมีธรรมจักรหินทราย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของศิลปะทวารวดี ธรรมจักรชิ้นนี้น่าสนใจเพราะเป็นชิ้นเดียวที่รู้จักบนที่ราบสูงโคราช ขณะที่ในภาคกลางพบมากกว่าสี่สิบชิ้น

ในเมืองยังพบฐานศาสนสถานอิฐสมัยทวารวดี ใบเสมาหลายชิ้นที่ยังปักล้อมอาคารซึ่งอาจเคยเป็นอุโบสถ และศาสนสถานแบบเขมรในยุคหลัง ห่างออกไปทางตะวันออกราว 6 กิโลเมตรมีปราสาทโนนกู่และปราสาทเมืองแขก ซึ่งเป็นศิลปะเขมรราวกลางพุทธศตวรรษที่ 15

06จารึกบ่ออีกาและรัฐศรีจนาศะ

จารึกบ่ออีกาเป็นศิลาจารึกหินทรายแดง พบที่บ้านบ่ออีกา ตำบลเสมา จารึกด้วยอักษรขอมโบราณเป็นภาษาสันสกฤตและเขมร ด้านหนึ่งกล่าวถึงกษัตริย์แห่งศรีจนาศะที่ถวายควาย วัว ข้าทาส และช้างแก่หมู่สงฆ์ อีกด้านหนึ่งลงมหาศักราช 790 ตรงกับ พ.ศ. 1411 (ค.ศ. 868) กล่าวถึงการประดิษฐานศิวลึงค์ทองคำและสรรเสริญพระศิวะ

จารึกนี้แสดงว่าในพื้นที่เดียวกันมีทั้งพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์อยู่ร่วมกัน และเป็นหลักฐานแรกที่ระบุชื่อรัฐศรีจนาศะ ต่อมายังพบจารึกอีกหลักลง พ.ศ. 1514 ในเมืองเสมา ซึ่งกล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 แห่งกัมพูชา แสดงว่าอำนาจเขมรขยายมาถึงลุ่มน้ำมูลตอนบนแล้ว

07ศรีจนาศะในจารึกหลักอื่น

นอกจากจารึกบ่ออีกา ชื่อศรีจนาศะยังปรากฏในจารึกที่พบไกลออกไปถึงพระนครศรีอยุธยา คือจารึกศรีจนาศะที่พบแถวสะพานชีกุน ลงศักราชตรงกับ พ.ศ. 1480 (ค.ศ. 937) จารึกนี้สรรเสริญพระศิวะและพระนางปารวตี และไล่รายพระนามกษัตริย์ต่อกันหลายรัชกาล เริ่มจากพระเจ้าภคทัตต์ ต่อมาคือพระเจ้าสุนทรปรากรม พระเจ้าสุนทรวรมัน พระเจ้านรปติสิงหวรมัน และพระเจ้ามังคลวรมันผู้เป็นพระอนุชา

จารึกหลักนี้ทำให้เห็นว่าศรีจนาศะมีราชวงศ์สืบต่อกันมาหลายชั่วคน และอย่างน้อยในคริสต์ศตวรรษที่ 10 ผู้ปกครองนับถือพระศิวะ แต่การที่จารึกไปพบที่อยุธยาก็เปิดคำถามว่าศิลาถูกเคลื่อนย้ายมาภายหลัง หรืออำนาจของศรีจนาศะแผ่ไปถึงที่ราบภาคกลางจริง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทาเครุ โฮชิโน เสนอว่าศูนย์กลางอาจเคยย้ายไปทางลุ่มน้ำป่าสัก

ในเมืองเสมาเองยังพบจารึกที่ลงศักราชตรงกับ พ.ศ. 1514 (ค.ศ. 971) ซึ่งกล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 แห่งกัมพูชาและพิธีกรรมในศาสนาพราหมณ์ นักวิชาการหลายท่านจึงเห็นว่าราวช่วงนี้ศรีจนาศะถูกผนวกเข้ากับอำนาจของเมืองพระนครไปแล้ว ส่วนสุจิตต์ วงษ์เทศ เสนอแนวคิดอีกทางว่าเมืองเสมาอาจเป็นเมืองราดที่กล่าวถึงในจารึกสุโขทัย ซึ่งยังเป็นข้อสันนิษฐานที่ไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน

08ข้อถกเถียง

คำถามใหญ่คือศูนย์กลางของศรีจนาศะอยู่ที่ไหน นักวิชาการกลุ่มหลัก เช่น ศรีศักร วัลลิโภดม เห็นว่าอยู่ในลุ่มน้ำมูลตอนบนรอบเมืองเสมา เพราะจารึกบ่ออีกาพบที่นี่ แต่ ดร.ธิดา สาระยา และนักวิชาการญี่ปุ่นอย่างทาเครุ โฮชิโน เสนอว่าศูนย์กลางอาจอยู่ที่ศรีเทพในลุ่มน้ำป่าสัก ส่วนบางท่านมองว่าเสมากับศรีเทพอาจเป็นเมืองในเครือข่ายเดียวกัน หลักฐานยังมีน้อยเกินกว่าจะตัดสินได้

อีกเรื่องคืออายุของพระนอน แหล่งข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงสื่อมวลชน ระบุว่าพระนอนสร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 หรือพุทธศตวรรษที่ 12–13 และเรียกว่าพระนอนที่เก่าที่สุดในไทย แต่บางแหล่งกำหนดจากรูปแบบศิลปะว่าอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 15 ซึ่งผสมศิลปะทวารวดีกับศิลปะพื้นเมือง ความยาวที่รายงานก็ต่างกันเล็กน้อยตามวิธีวัด

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อแพร่หลายว่าเมืองนครราชสีมาเกิดจากการรวมเมืองเสมากับเมืองโคราช นักวิชาการบางท่านแย้งว่าไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีว่าโคราชเคยเป็นเมืองโบราณแยกต่างหาก และบริเวณนั้นน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของอาณาเขตเมืองเสมามากกว่า

09การค้นพบใต้พระนอนเมื่อ พ.ศ. 2568

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) กรมศิลปากรขุดรอบฐานพระนอนเพื่อแก้ปัญหาความชื้นใต้ดินที่ทำให้หินทรายเสื่อม ระหว่างงานอนุรักษ์ นักโบราณคดีพบภาชนะดินเผาฝังอยู่ลึกราว 1.3 เมตร ภายในบรรจุเครื่องประดับขนาดเล็ก 33 ชิ้น ทั้งแหวนทอง ตุ้มหูเงิน และเครื่องประดับสำริด

ต่อมาวันที่ 30 เมษายน ยังพบแผ่นโลหะดุนลายเพิ่มเติม แผ่นหนึ่งเป็นทองขนาดราว 8 x 12.5 เซนติเมตร ดุนเป็นรูปพระพุทธรูปประทับนั่งบนฐานบัว อีกแผ่นเป็นโลหะผสมตะกั่วและดีบุก ดุนรูปพระพุทธรูปยืนมีผู้ติดตาม ซึ่งมีรูปแบบใกล้ศิลปะทวารวดี นอกจากนี้ยังพบกองดินที่มีแผ่นโลหะบาง ๆ ฝังอยู่หลังพระเศียร

กรมศิลปากรประกาศผลเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2568 และนำโบราณวัตถุไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ของเหล่านี้น่าจะเป็นของที่ผู้ศรัทธาฝังไว้เพื่ออุทิศถวายในช่วงสร้างหรือบูรณะพระนอน จึงอาจช่วยให้กำหนดอายุพระนอนได้แม่นยำขึ้นในอนาคต และยังแสดงว่าเครื่องประดับและแผ่นทองดุนลายแบบนี้มีความคล้ายกับของที่พบในแหล่งภาคใต้

10ปัจจุบัน

พระนอนที่วัดธรรมจักรเสมารามยังเป็นที่เคารพของชาวบ้านและผู้มาเยือน องค์พระตั้งอยู่กลางแจ้งใต้หลังคาคลุม ในบางปีเคยถูกน้ำท่วมสูงถึงครึ่งองค์เมื่อฝนตกหนัก

ซากคันดิน คูน้ำ และฐานศาสนสถานในเมืองเสมาอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ผู้มาเยือนสามารถชมพระนอน ธรรมจักร และโบราณสถานในตัวเมือง แล้วเดินทางต่อไปยังปราสาทโนนกู่และปราสาทเมืองแขกที่อยู่ไม่ไกล

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราวพุทธศตวรรษที่ 9–10ค.ศ. 4–5ชุมชนแรกเริ่ม

ผู้คนตั้งถิ่นฐานริมลำตะคอง

ราวพุทธศตวรรษที่ 11–14ค.ศ. 6–9ยุคทวารวดี

สร้างศาสนสถานพุทธ ใบเสมา และธรรมจักร

ราวพุทธศตวรรษที่ 12–15สร้างพระนอนหินทราย

อายุพระนอนยังกำหนดต่างกันตามแหล่งข้อมูล

พ.ศ. 1411ค.ศ. 868จารึกบ่ออีกา

จารึกด้านหนึ่งลงศักราชนี้ กล่าวถึงศรีจนาศะและศิวลึงค์ทองคำ

พ.ศ. 1480ค.ศ. 937จารึกศรีจนาศะ

จารึกที่พบในอยุธยาไล่รายพระนามกษัตริย์ศรีจนาศะห้ารัชกาล

พ.ศ. 1514ค.ศ. 971อิทธิพลเขมร

จารึกเมืองเสมากล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 5

กลางพุทธศตวรรษที่ 15ปราสาทโนนกู่และเมืองแขก

สร้างศาสนสถานแบบเขมรทางตะวันออกของเมือง

หลังพุทธศตวรรษที่ 18เมืองร้าง

การอยู่อาศัยในเมืองเสมาสิ้นสุดลง

พ.ศ. 2495ค.ศ. 1952ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเมืองเสมา

พ.ศ. 2533–2542ค.ศ. 1990–1999สำรวจและขุดแต่ง

ทำผัง ขุดทดสอบ และบูรณะโบราณสถาน 9 หลังใน พ.ศ. 2542

พ.ศ. 2543–2544ค.ศ. 2000–2001ขุดพบโครงกระดูก

พบโครงกระดูกมนุษย์ 53 โครง เป็นเด็กและทารก 30 โครง

18 ตุลาคม พ.ศ. 2564ค.ศ. 2021น้ำท่วมพระนอน

น้ำป่าไหลบ่าท่วมพระนอนสูงราวครึ่งองค์

เมษายน พ.ศ. 2568ค.ศ. 2025พบของมีค่าใต้พระนอน

พบภาชนะบรรจุเครื่องประดับ 33 ชิ้นและแผ่นทองดุนรูปพระพุทธรูป

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

เมืองเสมาอยู่ในตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ชมพระนอนหินทรายและธรรมจักรได้ที่วัดธรรมจักรเสมาราม และชมคันดิน คูน้ำ และฐานโบราณสถานในตัวเมืองโบราณซึ่งกรมศิลปากรดูแล ใกล้กันมีปราสาทโนนกู่และปราสาทเมืองแขก

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ธรรมจักรหนึ่งเดียวบนโคราช

ธรรมจักรที่เมืองเสมาเป็นชิ้นเดียวที่รู้จักบนที่ราบสูงโคราช

รู้หรือไม่: พุทธกับพราหมณ์ในจารึกเดียว

จารึกบ่ออีกาด้านหนึ่งพูดถึงการถวายทานแก่สงฆ์ อีกด้านพูดถึงศิวลึงค์ทองคำ

รู้หรือไม่: ชื่อที่ชาวบ้านตั้ง

ชื่อเมืองเสมามาจากใบเสมาที่พบมาก ไม่ใช่ชื่อในจารึกโบราณ

รู้หรือไม่: สมบัติใต้ฐานพระนอน

งานลดความชื้นใต้ฐานพระนอนใน พ.ศ. 2568 ทำให้พบแหวนทอง ตุ้มหูเงิน และแผ่นทองดุนรูปพระพุทธรูปที่ฝังไว้นับพันปี

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

เมืองเสมาเก่าแค่ไหน
มีคนอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมืองรุ่งเรืองที่สุดราวพุทธศตวรรษที่ 12–15 ในวัฒนธรรมทวารวดี แล้วรับอิทธิพลเขมรต่อมาจนถูกทิ้งร้างหลังพุทธศตวรรษที่ 18
พระนอนที่เมืองเสมาเก่าที่สุดในไทยจริงไหม
สื่อและหน่วยงานหลายแห่งเรียกว่าเก่าแก่และยาวที่สุดในไทย โดยกำหนดอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 7 แต่บางแหล่งกำหนดจากรูปแบบศิลปะว่าอาจอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 15 ข้อสรุปจึงยังไม่ลงตัว ของที่พบใต้ฐานใน พ.ศ. 2568 อาจช่วยตอบคำถามนี้ได้ดีขึ้น
ศรีจนาศะคืออะไร
เป็นชื่อรัฐโบราณที่ปรากฏในจารึกบ่ออีกาและจารึกศรีจนาศะ มีกษัตริย์สืบต่อกันหลายรัชกาล นักวิชาการส่วนใหญ่เห็นว่าศูนย์กลางอยู่ในลุ่มน้ำมูลตอนบน แต่บางท่านเสนอว่าอยู่ที่ศรีเทพ
ทำไมเมืองนี้มีทั้งพุทธและพราหมณ์
ในยุคแรกพุทธศาสนาเด่นชัด เห็นได้จากเจดีย์ ใบเสมา และธรรมจักร ต่อมาเมื่ออิทธิพลเขมรเข้มขึ้นจึงมีปราสาทและศิวลึงค์เพิ่มเข้ามา จารึกบ่ออีกาเองก็มีเนื้อหาทั้งสองศาสนาบนศิลาหลักเดียว
ไปเมืองเสมาแล้วควรดูอะไร
ควรเริ่มที่พระนอนและเสมาธรรมจักรที่วัดธรรมจักรเสมาราม แล้วเข้าไปดูฐานเจดีย์และวิหารในตัวเมืองโบราณ จากนั้นแวะปราสาทโนนกู่และปราสาทเมืองแขกที่อยู่ไม่ไกล

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. เมืองเสมา - วิกิพีเดีย
  2. Sung Noen district - Wikipedia
  3. Canasapura - Wikipedia
  4. ศรีจนาศะ อยู่ที่ไหน - ศิลปวัฒนธรรม
  5. ศรีเทพ-เสมา เมืองเครือข่าย - ศิลปวัฒนธรรม
  6. นครราชสีมา ไม่ได้มาจากโคราชและเมืองเสมา - ศิลปวัฒนธรรม
  7. Thailand's oldest reclining Buddha flooded - Bangkok Post
  8. รายงานการวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์ เมืองเสมา - ศมส.
  9. จารึกเมืองเสมา - ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศมส.
  10. Buried Buddhist treasures found in temple complex - HeritageDaily
  11. Thailand, rare Buddhist artifacts discovered - Finestre sull'Arte
  12. Thailand's oldest reclining Buddha flooded - SEAArch
  13. เมืองเสมา - วิกิพีเดีย (ฉบับเต็ม)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา