01ที่ตั้งและชื่อวัด
วัดจามเทวีตั้งอยู่ทางตะวันตกของตัวเมืองลำพูน นอกแนวคูเมืองโบราณของหริภุญชัย ชาวบ้านเรียกกันมานานว่าวัดกู่กุด คำว่า "กู่" ในภาษาเหนือหมายถึงเจดีย์หรือที่บรรจุอัฐิ ส่วน "กุด" หมายถึงด้วนหรือหัก
ชื่อนี้มาจากสภาพของเจดีย์องค์ใหญ่ที่ยอดหักหายไปตามกาลเวลา ต่อมาวัดได้รับชื่อใหม่ว่าวัดจามเทวี เพื่อระลึกถึงพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์ของหริภุญชัยตามตำนาน
หลักฐานหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้น
ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons
เจดีย์ศิลาแลงทรงสี่เหลี่ยมซ้อนห้าชั้น ยอดหักหายไป จึงเรียกว่ากู่กุด
เก็บรักษา/ชมได้ที่: วัดจามเทวี จังหวัดลำพูนดูภาพถ่ายจริง ↗ซุ้มด้านละสามซุ้ม ห้าชั้น รวม 60 องค์ ศิลปะหริภุญชัย
เก็บรักษา/ชมได้ที่: วัดจามเทวีดูภาพถ่ายจริง ↗แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่
จุดกะพริบคือวัดจามเทวี (วัดกู่กุด) จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน
GPSพิกัดและการนำทาง
แม่นยำสูง ตรวจกับแหล่งข้อมูลตั้งแต่สองแหล่งขึ้นไป
18.581550, 98.996366พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด
02ตำนานและประวัติการสร้าง
ตามตำนานท้องถิ่น เจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดยโอรสของพระนางจามเทวี เพื่อบรรจุอัฐิของพระมารดาหลังสิ้นพระชนม์ ตำนานนี้จัดให้การสร้างอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นยุคเดียวกับพระนางจามเทวี
เอกสารล้านนา เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ ให้เรื่องเล่าอีกแบบหนึ่ง ระบุว่าพระเจ้าอาทิตยราชสร้างเจดีย์ชื่อมหาพลเจดีย์ขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 และต่อมาพญาสัพพสิทธิ์ได้บูรณะหลังเจดีย์เสียหายจากแผ่นดินไหว ส่วนรัตนเจดีย์องค์เล็กแปดเหลี่ยมนั้น เอกสารท้องถิ่นระบุว่าพญาสัพพสิทธิ์เป็นผู้สร้าง
นักประวัติศาสตร์ศิลปะส่วนใหญ่กำหนดอายุจากรูปแบบเจดีย์และพระพุทธรูป ว่าอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 17–18 ซึ่งตรงกับช่วงปลายของแคว้นหริภุญชัย และห่างจากยุคพระนางจามเทวีตามตำนานหลายร้อยปี
เจดีย์ที่ยอดหักไปนานแล้วกลับกลายเป็นหลักฐานที่ครบที่สุดของสถาปัตยกรรมหริภุญชัย
03สิ่งที่เห็นในวัด
สุวรรณจังโกฏิเจดีย์หรือเจดีย์กู่กุดเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมซ้อนกันห้าชั้น ลดหลั่นขึ้นไปคล้ายพีระมิด สูงราว 21 เมตร แต่ละด้านของแต่ละชั้นมีซุ้มจระนำสามซุ้ม ภายในซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปูนปั้น รวมชั้นละ 12 องค์ ทั้งหมด 60 องค์
พระพุทธรูปเหล่านี้ปั้นแบบนูนสูงติดกับผนังซุ้ม หน้าตาเป็นแบบหริภุญชัย ที่น่าสนใจคือหลายองค์มีหนวดเหนือริมฝีปาก ซึ่งเป็นลักษณะที่พบน้อยมากในพระพุทธรูปทั่วไป
รัตนเจดีย์ตั้งอยู่ใกล้กัน เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐ สูงราว 11.5 เมตร แต่ละด้านมีซุ้มพระพุทธรูปยืนเช่นกัน ยอดของรัตนเจดีย์ก็หักหายไปแล้วเหมือนเจดีย์องค์ใหญ่
04ดูเจดีย์กู่กุดให้ละเอียด
เจดีย์องค์ใหญ่มีหลายชื่อ เอกสารเก่าเรียกว่ามหาพลเจดีย์ ส่วนชื่อที่ใช้ในปัจจุบันคือสุวรรณจังโกฏิเจดีย์ ตัวเจดีย์เป็นแท่งสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกันห้าชั้น แต่ละชั้นเล็กลงตามลำดับ ทำให้ภาพรวมดูคล้ายพีระมิดที่ตัดยอดออก
บนแต่ละด้านของแต่ละชั้นมีซุ้มโค้งสามซุ้มเรียงกัน ภายในเป็นพระพุทธรูปยืนปูนปั้นนูนสูง ชั้นหนึ่งจึงมีพระ 12 องค์ และห้าชั้นรวมได้ 60 องค์ การจัดวางที่ซ้ำกันเป็นจังหวะเช่นนี้ทำให้มองจากมุมใดก็เห็นพระพุทธรูปหันออกสู่ทุกทิศ
รัตนเจดีย์ที่อยู่ใกล้กันใช้ผังแปดเหลี่ยม ก่ออิฐถือปูนแล้วตกแต่งด้วยปูนปั้น ชั้นแรกเหนือฐานมีพระพุทธรูปยืนแปดองค์ ด้านละหนึ่งองค์ ถัดขึ้นไปเป็นชั้นที่เล็กลงและมีซุ้มเล็ก ๆ แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่าเจดีย์องค์นี้สร้างในพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพญาสัพพสิทธิ์
เมื่อเทียบสองเจดีย์ จะเห็นว่าช่างหริภุญชัยใช้แนวคิดเดียวกันคือเจดีย์ที่มีซุ้มพระพุทธรูปล้อมรอบเป็นชั้น ๆ แต่ลองเล่นกับผังทั้งสี่เหลี่ยมและแปดเหลี่ยม แนวคิดนี้แตกต่างจากเจดีย์ทรงระฆังแบบลังกาที่ล้านนานิยมในเวลาต่อมา
05จารึกอักษรมอญจากวัดกู่กุด
วัดจามเทวีเป็นแหล่งพบจารึกอักษรมอญโบราณที่สำคัญของลำพูน หลักหนึ่งคือจารึกพระเจ้าสววาธิสิทธิ หลักที่ 2 ทำจากหินทรายรูปใบเสมา กว้างราว 98 เซนติเมตร สูงราว 124 เซนติเมตร จารึกทั้งสองด้านรวม 38 บรรทัด เป็นภาษาบาลีและมอญโบราณ พบที่วัดนี้ใน พ.ศ. 2465 และปัจจุบันเก็บที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย
อีกหลักหนึ่งคือจารึกวัดกู่กุด 2 หรือที่ฐานข้อมูลเรียกว่าจารึกอนาจักรปุญชัย เป็นใบเสมาหินทรายขนาดเล็กกว่า มีข้อความเพียง 8 บรรทัด และยังเก็บรักษาไว้ที่วัด จารึกทั้งสองหลักกำหนดอายุไว้ในพุทธศตวรรษที่ 17
จารึกกลุ่มนี้ได้รับการศึกษาตั้งแต่สมัยที่โรเบิร์ต ฮัลลิเดย์ อ่านจารึกมอญลำพูน และมีการเผยแพร่ต่อโดย ศ.ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล เนื้อความกล่าวถึงพระเจ้าสววาธิสิทธิหรือพญาสัพพสิทธิ์ที่ทำบุญสร้างวัดและปฏิสังขรณ์เจดีย์ หลายแหล่งตีความว่านี่คือหลักฐานการซ่อมเจดีย์ราว พ.ศ. 1761 หลังแผ่นดินไหว แต่รายละเอียดการอ่านและการโยงเข้ากับเจดีย์องค์ใดยังเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการตีความ
คุณค่าของจารึกเหล่านี้คือทำให้เราได้ยินเสียงของคนหริภุญชัยเอง ในภาษาของพวกเขาเอง ไม่ต้องพึ่งตำนานล้านนาที่เขียนขึ้นหลังจากนั้นหลายร้อยปีเพียงอย่างเดียว
06ความสำคัญ
เจดีย์กู่กุดเป็นตัวอย่างสำคัญที่สุดของสถาปัตยกรรมหริภุญชัยที่ยังเหลืออยู่ค่อนข้างครบ นักวิชาการชี้ว่ารูปทรงสี่เหลี่ยมซ้อนชั้นคล้ายสัตตมหาปราสาทที่เมืองโปโลนนารุวะในศรีลังกา สะท้อนการติดต่อทางพระพุทธศาสนาระหว่างหริภุญชัยกับลังกา
รูปแบบนี้ยังส่งต่อไปยังเจดีย์ในยุคต่อมา เช่น สุวรรณเจดีย์ในวัดพระธาตุหริภุญชัย และเจดีย์เหลี่ยมที่เวียงกุมกามในเชียงใหม่ ซึ่งสร้างขึ้นหลังพญามังรายยึดหริภุญชัยแล้ว แสดงว่าช่างล้านนารับมรดกจากหริภุญชัยไปใช้ต่อ
07มรดกที่ส่งต่อไปยังล้านนา
เมื่อพญามังรายสร้างเวียงกุมกามขึ้นใกล้เชียงใหม่ ราว พ.ศ. 1830 (ค.ศ. 1287) มีการสร้างเจดีย์ที่ชาวบ้านเรียกต่อมาว่าเจดีย์เหลี่ยม ชื่อเดิมคือวัดกู่คำ เจดีย์องค์นี้เป็นทรงสี่เหลี่ยมห้าชั้นที่มีซุ้มพระพุทธรูปเรียงรายแบบเดียวกับเจดีย์กู่กุด จึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าราชสำนักล้านนายุคแรกรับรูปแบบเจดีย์หริภุญชัยไปใช้
อย่างไรก็ตาม เจดีย์เหลี่ยมถูกซ่อมใหญ่โดยพ่อค้าชาวพม่าใน พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) ทำให้รายละเอียดหลายอย่างเปลี่ยนเป็นแบบพม่า ผู้ที่ต้องการเห็นรูปแบบเจดีย์ห้าชั้นที่ใกล้ต้นแบบที่สุดจึงยังต้องมาดูที่วัดกู่กุด
08ข้อถกเถียง
คำถามแรกคืออายุของเจดีย์ ตำนานผูกการสร้างเข้ากับพระนางจามเทวีในพุทธศตวรรษที่ 13 แต่หลักฐานด้านศิลปะชี้ไปที่พุทธศตวรรษที่ 17–18 นักวิชาการจึงมักมองว่าตำนานเป็นความทรงจำทางศาสนาที่ยกย่องผู้ก่อตั้งเมือง มากกว่าเป็นบันทึกปีสร้างจริง
คำถามที่สองคือพระพุทธรูปมีหนวด โดยทั่วไปรูปทั้ง 60 องค์ถูกเรียกว่าพระพุทธรูป แต่นักวิชาการบางท่านเสนอว่าอาจหมายถึงพระอรหันตสาวก และช่างใส่หนวดเพื่อแยกให้ต่างจากองค์พระพุทธเจ้า ข้อเสนอนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับเป็นข้อยุติ
บทความในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมเมื่อ พ.ศ. 2538 อธิบายว่าหนวดของรูปปั้นเป็นเส้นขีดเหนือริมฝีปากบนที่ปลายสะบัดขึ้น และมองว่าเป็นความตั้งใจของช่างหริภุญชัยที่จะแยกรูปพระอรหันต์ออกจากพระพุทธรูป บทความเดียวกันยังเทียบรูปทรงเจดีย์กับสัตตมหาปราสาทในศรีลังกา ซึ่งช่วยหนุนแนวคิดว่าหริภุญชัยรับอิทธิพลทางศาสนาจากลังกา
09เรื่องเล่าท้องถิ่น
ตามตำนาน วัดนี้ผูกพันกับพระนางจามเทวีหลายทาง นอกจากเรื่องที่โอรสสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิพระมารดาแล้ว เรื่องเล่าท้องถิ่นบางสำนวนยังเล่าว่าพระนางให้นายขมังธนูยิงลูกศรออกไป แล้วใช้จุดที่ลูกศรตกเป็นที่ตั้งวัด
ในวิหารหลังใหม่ของวัดมีภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องขุนหลวงวิลังคะ ผู้นำชาวลัวะที่ตามตำนานหลงรักพระนางจามเทวีและพยายามพุ่งหอกจากดอยสุเทพมายังเมืองหริภุญชัยเพื่อขอพระนาง ภาพนี้แสดงว่าตำนานยังเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำของคนลำพูนจนทุกวันนี้
เรื่องเหล่านี้ควรอ่านในฐานะตำนานที่สะท้อนความศรัทธาและความสัมพันธ์ระหว่างคนมอญกับคนลัวะในความทรงจำของท้องถิ่น ส่วนเหตุการณ์ในเรื่องยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง
10ปัจจุบัน
เจดีย์ทั้งสององค์ได้รับการบูรณะหลายครั้ง รวมถึงงานของกรมศิลปากรในช่วงทศวรรษ 2510 ปัจจุบันวัดยังมีพระสงฆ์จำพรรษา และมีรูปเคารพของครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาที่ชาวลำพูนนับถือ
วัดจามเทวีเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ที่สนใจศิลปะหริภุญชัย เดินทางจากวัดพระธาตุหริภุญชัยได้ไม่ไกล จึงชมคู่กันได้ในวันเดียว
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
ตำนานเล่าว่าโอรสของพระนางสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิพระมารดา
ชินกาลมาลีปกรณ์ระบุว่าพระเจ้าอาทิตยราชสร้างเจดีย์
จารึกใบเสมาหินทรายที่วัดกู่กุดถูกสร้างขึ้น
รูปแบบเจดีย์และพระพุทธรูปตรงกับศิลปะหริภุญชัยตอนปลาย
ซ่อมเจดีย์หลังแผ่นดินไหวตามที่เอกสารท้องถิ่นเล่า
เจดีย์แปดเหลี่ยมองค์เล็กสร้างขึ้นในสมัยพญาสัพพสิทธิ์
ล้านนาสร้างเจดีย์ห้าชั้นตามแบบกู่กุด
พญามังรายยึดเมืองลำพูน
พบจารึกพระเจ้าสววาธิสิทธิ หลักที่ 2 ที่วัด
วัดได้รับการบูรณะและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
อนุรักษ์เจดีย์ทั้งสององค์
บทความในศิลปวัฒนธรรมเสนอว่ารูปมีหนวดอาจเป็นพระอรหันต์
ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้
วัดจามเทวีอยู่ในเขตตัวเมืองลำพูน ห่างจากวัดพระธาตุหริภุญชัยไม่ไกล เข้าชมเจดีย์กู่กุดและรัตนเจดีย์ได้ภายในวัด ควรแต่งกายสุภาพ ชมต่อได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยในตัวเมือง
ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้
ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่
ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: 60 องค์ ชั้นละ 12
เจดีย์กู่กุดมีห้าชั้น แต่ละชั้นมีซุ้มด้านละสามซุ้ม รวมชั้นละ 12 องค์ จึงได้พระพุทธรูปยืน 60 องค์พอดี
รู้หรือไม่: พระมีหนวด
พระพุทธรูปบนเจดีย์กู่กุดหลายองค์มีหนวด ซึ่งพบไม่บ่อยในศิลปะพุทธในไทย
รู้หรือไม่: ญาติห่าง ๆ ในศรีลังกา
รูปทรงเจดีย์กู่กุดถูกเทียบกับสัตตมหาปราสาทที่โปโลนนารุวะ ศรีลังกา
รู้หรือไม่: ภาพพุ่งหอกในวิหาร
จิตรกรรมในวิหารของวัดเล่าตำนานขุนหลวงวิลังคะ ผู้นำลัวะที่พุ่งหอกจากดอยสุเทพเพื่อขอพระนางจามเทวี
ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย
ทำไมจึงเรียกว่าวัดกู่กุด
เจดีย์นี้เป็นที่บรรจุอัฐิพระนางจามเทวีจริงหรือ
พระพุทธรูปบนเจดีย์มีกี่องค์
ทำไมพระบางองค์มีหนวด
มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรจากวัดนี้ไหม
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (1)
บทความเหล่านี้พูดถึงวัดจามเทวี (วัดกู่กุด) อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Wat Chamadevi - Wikipedia
- Wat Chamathewi - Discover with Timothy
- วัดจามเทวี - จังหวัดลำพูน
- ทำไมช่างที่ลำพูน ปั้นพระพุทธรูปมีหนวด - ศิลปวัฒนธรรม
- วัดจามเทวี (ลำพูน) - หอจดหมายเหตุ ศ.สุภัทรดิศ ดิศกุล
- จารึกพระเจ้าสววาธิสิทธิ 2 - ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย
- จารึกอนาจักรปุญชัย (วัดกู่กุด 2) - ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย
- Wat Chedi Liam - Wikipedia
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา