ยุครัฐโบราณ · บุคคลสำคัญ

พญามังราย

พ.ศ. 1781–ราว 1854 หรือ 1860 (ค.ศ. 1238–ราว 1311 หรือ 1317)

เจ้าเมืองเงินยางผู้รวมแคว้นในภาคเหนือ ยึดหริภุญชัย และสร้างเมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา

ประสูติพ.ศ. 1781 (ค.ศ. 1238) ที่เมืองเงินยาง
พระบิดา–พระมารดาลาวเม็ง และนางเทพคำขยาย ธิดาเจ้าเมืองเชียงรุ่งของชาวไทลื้อ
สร้างเมืองเชียงราย (พ.ศ. 1805) เวียงกุมกาม และเชียงใหม่ (พ.ศ. 1839)
ยึดหริภุญชัยพ.ศ. 1824 หรือ 1835 (ค.ศ. 1281 หรือ 1292) แหล่งข้อมูลให้ปีต่างกัน
กฎหมายมังรายศาสตร์ ประมวลกฎหมายเก่าแก่ที่สุดของล้านนา
ผู้สืบราชสมบัติพญาไชยสงคราม (เจ้าขุนคราม) โอรสองค์ที่สอง
ชื่อในเอกสารจีนปาไป่สีฟู่ (แคว้นภรรยาแปดร้อยคน) ปรากฏครั้งแรกราว พ.ศ. 1835
โอรสขุนเครื่อง ขุนคราม (พญาไชยสงคราม) และขุนเครือ

01ภูมิหลัง: เจ้าชายแห่งเงินยาง

พญามังรายประสูติเมื่อ พ.ศ. 1781 (ค.ศ. 1238) ที่เมืองเงินยาง แคว้นของชาวไทยวนในลุ่มแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง แถวเชียงแสนในปัจจุบัน พระบิดาคือลาวเม็ง ผู้ครองเงินยาง พระมารดาคือนางเทพคำขยาย ธิดาของเจ้าเมืองเชียงรุ่งในสิบสองปันนา พระองค์จึงมีเครือญาติทั้งฝ่ายไทยวนและไทลื้อ

ตามพงศาวดาร พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 25 ของราชวงศ์ลาวจักราชที่ครองเงินยาง และขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดาราว พ.ศ. 1804–1805 (ค.ศ. 1261–1262) ในเวลานั้นภาคเหนือแบ่งเป็นเมืองเล็กเมืองน้อยจำนวนมาก แต่ละเมืองมีเจ้าเมืองของตนเอง

ชื่อของพระองค์ที่ถูกต้องตามเอกสารโบราณคือพญามังราย ชื่อพ่อขุนเม็งรายที่คนไทยหลายรุ่นคุ้นเคยมาจากพงศาวดารโยนกซึ่งเรียบเรียงในสมัยรัชกาลที่ 5 นักวิชาการบางคนเห็นว่าการเปลี่ยนชื่ออาจเกี่ยวกับความกังวลทางการเมืองในยุคนั้น และตามธรรมเนียมล้านนา กษัตริย์จะถูกเรียกว่าพญา

แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่

02จากเชียงรายสู่หริภุญชัย

พ.ศ. 1805 (ค.ศ. 1262) พญามังรายสร้างเมืองเชียงรายริมแม่น้ำกกขึ้นเป็นศูนย์กลางใหม่ จากนั้นขยายอำนาจไปยังเมืองรอบข้าง เช่น ฝางและเชียงของ ด้วยทั้งการรบ การผูกมิตร และการแต่งงานเชื่อมเครือญาติ

เป้าหมายใหญ่คือหริภุญชัย อาณาจักรของชาวมอญที่ลำพูน ซึ่งมั่งคั่งและเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาของภาคเหนือมาหลายร้อยปี ตามตำนาน พญามังรายไม่ได้บุกตรงเข้าไป แต่ส่งคนชื่ออ้ายฟ้าไปรับราชการกับพญายีบา กษัตริย์องค์สุดท้ายของหริภุญชัย

อ้ายฟ้าค่อย ๆ ได้รับความไว้วางใจ แล้วใช้อำนาจนั้นทำให้ชาวเมืองไม่พอใจผู้ปกครอง จนบ้านเมืองอ่อนแอลง เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กองทัพของพญามังรายก็เข้ายึดเมืองได้ และพญายีบาต้องหนีไปลำปาง เรื่องอ้ายฟ้าเป็นเรื่องเล่าจากตำนาน รายละเอียดจึงควรอ่านอย่างระมัดระวัง

ปีที่ยึดหริภุญชัยยังไม่ตรงกัน แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุ พ.ศ. 1824 (ค.ศ. 1281) บางแห่งระบุ พ.ศ. 1835 (ค.ศ. 1292) ความต่างนี้อาจมาจากการนับระหว่างการเข้ายึดเมืองกับการผนวกอย่างเป็นทางการ

จากเจ้าเมืองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำกก พญามังรายสร้างเมืองใหม่ถึงสามแห่ง จนเชียงใหม่ที่พระองค์เลือกที่ตั้งยังเป็นหัวใจของภาคเหนือมากว่าเจ็ดร้อยปี

03รับมือมหาอำนาจมองโกล

รัชกาลของพญามังรายตรงกับช่วงที่ราชวงศ์หยวนของมองโกลแผ่อำนาจลงมาทางใต้ หลังยึดยูนนานได้ กองทัพมองโกลขับอำนาจของพุกามออกจากลุ่มอิรวดีตอนบนในทศวรรษ 1280 ทำให้รัฐไทเล็กใหญ่ทางตอนเหนือของไทยต้องเผชิญเพื่อนบ้านที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย

เอกสารจีนเรียกดินแดนของพญามังรายว่า ปาไป่สีฟู่ ซึ่งแปลตามตัวอักษรว่าแคว้นภรรยาแปดร้อยคน ชื่อนี้ปรากฏครั้งแรกในบันทึกราว พ.ศ. 1835 (ค.ศ. 1292) แหล่งข้อมูลสารานุกรมระบุว่าใน พ.ศ. 1844 (ค.ศ. 1301) มองโกลส่งกองทัพใหญ่ราว 20,000 คนมาตีล้านนาแต่ไม่สำเร็จ ภายหลังราชสำนักหยวนจึงหันมารับเครื่องบรรณาการแทนการทำสงคราม

นักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่อย่างคริสเตียน แดเนียลส์ ซึ่งเขียนในวารสารสยามสมาคมเมื่อ พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) เตือนว่าไม่ควรมองว่าหยวนเป็นผู้สร้างรัฐไทขึ้นมา เขาเห็นว่าอิทธิพลของหยวนส่วนใหญ่มาในรูปของการแต่งตั้งเจ้าเมืองพื้นเมืองและตั้งสำนักงานปกครอง ขณะที่ชาวไทเองเป็นผู้ริเริ่มสร้างบ้านเมืองของตน มุมมองนี้ช่วยให้เข้าใจว่าความสำเร็จของพญามังรายมาจากการเลือกจังหวะทางการเมืองของพระองค์เองด้วย

04สามกษัตริย์และการสร้างเชียงใหม่

ราว พ.ศ. 1830 (ค.ศ. 1287) พญามังรายทำพันธไมตรีกับพญางำเมืองแห่งพะเยาและพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย สามผู้นำรัฐไทนี้ตกลงจะไม่รุกรานกัน แสดงว่าในเวลานั้นมีรัฐไทหลายแห่งที่มีอำนาจทัดเทียมกัน

หลังได้หริภุญชัย พญามังรายสร้างเวียงกุมกามริมแม่น้ำปิงราว พ.ศ. 1837 (ค.ศ. 1294) แต่ที่ตั้งนี้ถูกน้ำท่วมบ่อย พระองค์จึงหาที่ตั้งเมืองใหม่ เวียงกุมกามถูกทิ้งร้างในที่สุดและจมอยู่ใต้ดินตะกอน จนกรมศิลปากรค้นพบซากเมืองอีกครั้งใน พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984)

เมืองใหม่คือเชียงใหม่ หรือนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ สร้างใน พ.ศ. 1839 (ค.ศ. 1296) บนพื้นที่ที่ชาวลัวะเคยเรียกว่าเวียงนพบุรี จารึกที่วัดเชียงมั่นซึ่งทำขึ้นในสมัยหลังระบุวันสร้างเมืองว่า 12 เมษายน ค.ศ. 1296 ตามประเพณีเล่าว่าพญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหงมาช่วยเลือกที่ตั้งเมือง

วัดเชียงมั่นซึ่งสร้างในปีต่อมา ถือเป็นวัดแห่งแรกของเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนจุดที่พญามังรายเคยประทับขณะควบคุมการสร้างเมือง

05เวียงกุมกาม: เมืองแรกในแอ่งเชียงใหม่ที่ฟื้นจากใต้ดิน

เวียงกุมกามตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงสายเดิม ในเขตอำเภอสารภีทางใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ พญามังรายสร้างเมืองนี้หลังได้หริภุญชัย ตามตำนาน พระองค์สร้างเจดีย์ที่เรียกว่ากู่คำขึ้นในเมือง ปัจจุบันคือเจดีย์ที่วัดเจดีย์เหลี่ยม ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงปราสาทห้าชั้นที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะมอญหริภุญชัยอย่างชัดเจน

ปัญหาใหญ่ของเวียงกุมกามคือน้ำท่วม เพราะตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มริมน้ำ เมืองถูกน้ำท่วมซ้ำหลายครั้งจนถูกทิ้งร้างไปในที่สุด หลังพม่ายึดเชียงใหม่ใน พ.ศ. 2101 (ค.ศ. 1558) ก็ยังเกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำอีก ตะกอนทรายทับถมจนซากวัดและกำแพงหายไปใต้ดิน กว่าสองร้อยปีต่อมาจึงมีผู้คนเข้ามาตั้งบ้านเรือนอีกครั้งเป็นหมู่บ้านช้างค้ำ

ใน พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) หน่วยศิลปากรที่ 4 ของกรมศิลปากรพบซากโบราณสถานใกล้วัดช้างค้ำ และเริ่มขุดค้นอย่างเป็นระบบ จนพบวัดร้างแล้วราวสิบแห่ง เช่น วัดช้างค้ำ วัดอีค่าง และวัดปู่เปี้ย ที่วัดหนานช้างพบว่าซากโบราณสถานถูกตะกอนทับหนาราว 1.8 เมตร หลักฐานนี้ยืนยันเรื่องเล่าในตำนานว่าเมืองแรกของพญามังรายถูกน้ำท่วมจริง

วันนี้เวียงกุมกามเป็นแหล่งโบราณคดีที่เปิดให้เข้าชม ซากวัดหลายแห่งได้รับการขุดแต่งและบูรณะ ส่วนวัดเจดีย์เหลี่ยมยังเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่จนถึงทุกวันนี้

06สามกษัตริย์สร้างเมือง: ประวัติศาสตร์หรือความเชื่อ

ภาพจำที่คนไทยคุ้นเคยคือพญามังราย พญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหง ร่วมกันวางผังเมืองเชียงใหม่ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์กลางเมืองก็สร้างขึ้นจากเรื่องเล่านี้ แต่ในช่วงหลังมีนักวิชาการตั้งคำถามว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่

สมฤทธิ์ ลือชัย เขียนในนิตยสารศิลปวัฒนธรรมฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2565 เสนอว่าพญามังรายเป็นผู้สร้างเชียงใหม่เพียงผู้เดียว เขาชี้ว่าตำนานรุ่นเก่าของเชียงแสนและเชียงรายกล่าวถึงพญามังรายเท่านั้น ขณะที่เอกสารที่กล่าวถึงสามกษัตริย์ เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ เขียนขึ้นหลังเหตุการณ์หลายร้อยปี ส่วนจารึกวัดเชียงมั่นก็จารขึ้นหลังการสร้างเมืองราว 285 ปี

เขายังชี้ว่าจารึกพ่อขุนรามคำแหงไม่ได้พูดถึงการไปช่วยสร้างเชียงใหม่เลย และตำนานพื้นเมืองยังเล่าถึงการรบระหว่างเชียงใหม่กับสุโขทัยมากกว่าความร่วมมือ ฝ่ายที่ยังยอมรับเรื่องพันธไมตรีก็มีเหตุผล เพราะเอกสารล้านนาหลายฉบับเล่าตรงกันว่าสามผู้นำเคยเป็นมิตรกัน ผู้อ่านจึงควรเข้าใจว่าเรื่องสามกษัตริย์ร่วมสร้างเมืองเป็นความเชื่อที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ แม้ความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างผู้นำทั้งสามจะมีเค้ามูลอยู่บ้าง

07มังรายศาสตร์: กฎหมายของแผ่นดินล้านนา

นอกจากการรบและสร้างเมือง พญามังรายยังได้รับการยกย่องว่าวางรากฐานกฎหมายของล้านนา ประมวลกฎหมายที่เรียกว่ามังรายศาสตร์ถือเป็นกฎหมายเก่าแก่ที่สุดของล้านนา พัฒนาจากจารีตท้องถิ่น ขนบประเพณี และหลักพุทธศาสนา

เนื้อหาครอบคลุมหลายเรื่อง ทั้งการเกณฑ์ไพร่พลและการศึก การปกครองและความสงบเรียบร้อยในสังคม ไปจนถึงเรื่องครอบครัว ที่ดิน และการทำมาหากิน นักวิชาการมองว่ากฎหมายนี้ช่วยให้คนต่างเผ่าพันธุ์ ทั้งไทยวน มอญ และลัวะ อยู่ร่วมกันในอาณาจักรเดียวได้

อย่างไรก็ตาม ต้นฉบับมังรายศาสตร์ที่เหลืออยู่เป็นใบลานที่คัดลอกต่อกันมาหลายรุ่น เนื้อหาบางส่วนจึงอาจถูกเพิ่มเติมในสมัยหลัง เราจึงไม่อาจแน่ใจได้ว่าทุกมาตราออกในรัชกาลของพญามังรายจริง

08ครอบครัวและการสืบราชสมบัติ

ตามพงศาวดาร พญามังรายมีโอรสสามองค์ คือขุนเครื่อง ขุนคราม และขุนเครือ เรื่องราวในครอบครัวนี้สะท้อนว่าการรวมอำนาจของพระองค์ไม่ได้ราบรื่นแม้แต่ในราชสำนักเอง

ตามที่เล่าไว้ ขุนเครื่องโอรสองค์โตพยายามชิงราชสมบัติจากพระบิดา แต่ไม่สำเร็จ และถูกสังหารด้วยลูกศรอาบยาพิษตามคำสั่งของพญามังราย เรื่องนี้มาจากเอกสารที่เขียนขึ้นภายหลัง รายละเอียดจึงอาจถูกเสริมแต่ง แต่แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นหลังจดจำพระองค์ในฐานะผู้ปกครองที่เด็ดขาด

ขุนคราม โอรสองค์ที่สอง ได้รับเลือกให้สืบราชสมบัติ และต่อมาขึ้นครองราชย์ในพระนามพญาไชยสงคราม ส่วนขุนเครือเป็นโอรสองค์เล็ก เรื่องของขุนเครื่องแสดงว่าการสืบทอดอำนาจเป็นปัญหาที่ราชวงศ์มังรายต้องเผชิญมาตั้งแต่รุ่นแรก

09ตำนานการสวรรคตและข้อถกเถียง

ตามตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ พญามังรายสวรรคตอย่างไม่คาดฝัน คือถูกฟ้าผ่าขณะเสด็จไปในตลาดกลางเมืองเชียงใหม่ระหว่างพายุฝนฟ้าคะนอง เรื่องนี้เล่าสืบกันมาในฐานะตำนาน และกลายเป็นที่มาของศาลที่ชาวเชียงใหม่สักการะดวงวิญญาณของพระองค์ในฐานะผีเมือง

ปีที่สวรรคตก็ยังไม่ตรงกัน บางแหล่งระบุ พ.ศ. 1854 (ค.ศ. 1311) บางแหล่งระบุ พ.ศ. 1860 (ค.ศ. 1317) หลังพระองค์สวรรคต พญาไชยสงครามโอรสองค์ที่สองขึ้นครองราชย์ต่อ

อีกเรื่องหนึ่งที่ยังเป็นข้อถกเถียงคือที่บรรจุพระอัฐิ ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เล่าว่าพญาไชยสงครามสร้างที่บรรจุพระอัฐิไว้ในเชียงใหม่ ส่วนกู่พญามังรายที่วัดงำเมือง เชียงราย นักวิชาการอิสระบางคนชี้ว่าไม่พบเอกสารชั้นต้นที่ระบุว่ามีการนำพระอัฐิไปที่นั่น

10มรดก

ราชวงศ์มังรายปกครองล้านนาต่อมาอีกราว 260 ปี จนเชียงใหม่ตกอยู่ใต้อำนาจพม่าใน พ.ศ. 2101 (ค.ศ. 1558) ตลอดช่วงนั้นล้านนาเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาค โดยรับมรดกจากหริภุญชัยมาใช้ต่อ เช่น การบูชาพระธาตุหริภุญชัย

วันนี้อนุสาวรีย์สามกษัตริย์กลางเมืองเชียงใหม่ระลึกถึงพันธไมตรีของพญามังราย พญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหง ส่วนชื่อของพญามังรายยังปรากฏในชื่อสถานที่และสถาบันมากมายทั่วภาคเหนือ ทั้งในเชียงรายและเชียงใหม่

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

พ.ศ. 1781ค.ศ. 1238ประสูติที่เงินยาง

โอรสของลาวเม็งและนางเทพคำขยาย

ราว พ.ศ. 1804–1805ค.ศ. 1261–1262ขึ้นครองเงินยาง

กษัตริย์องค์ที่ 25 ตามพงศาวดาร

พ.ศ. 1805ค.ศ. 1262สร้างเมืองเชียงราย

ศูนย์กลางใหม่ริมแม่น้ำกก

ราว พ.ศ. 1819ค.ศ. 1276ผูกไมตรีกับพญางำเมืองแห่งพะเยา

ตามแหล่งข้อมูลสารานุกรม

พ.ศ. 1824 หรือ 1835ค.ศ. 1281 หรือ 1292ยึดหริภุญชัย

ตามตำนานใช้อุบายของอ้ายฟ้า

ราว พ.ศ. 1830ค.ศ. 1287พันธไมตรีสามกษัตริย์

กับพญางำเมืองและพ่อขุนรามคำแหง

ราว พ.ศ. 1837ค.ศ. 1294สร้างเวียงกุมกาม

ต่อมาประสบปัญหาน้ำท่วม

พ.ศ. 1839ค.ศ. 1296สร้างเมืองเชียงใหม่

นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่

พ.ศ. 1840ค.ศ. 1297สร้างวัดเชียงมั่น

วัดแห่งแรกของเชียงใหม่

พ.ศ. 1844ค.ศ. 1301ต้านทัพมองโกล

กองทัพหยวนราว 20,000 คนตีล้านนาไม่สำเร็จ

พ.ศ. 1854 หรือ 1860ค.ศ. 1311 หรือ 1317สวรรคต

ตามตำนานถูกฟ้าผ่ากลางเมือง

พ.ศ. 2101ค.ศ. 1558พม่ายึดเชียงใหม่

สิ้นสุดราชวงศ์มังรายในฐานะรัฐอิสระ

ราว พ.ศ. 2124ค.ศ. 1581จารึกวัดเชียงมั่น

บันทึกวันสร้างเมือง หลังเหตุการณ์ราว 285 ปี

พ.ศ. 2527ค.ศ. 1984ค้นพบเวียงกุมกามอีกครั้ง

โดยกรมศิลปากร

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายและภาพเหมือนของบุคคลนี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ชื่อที่ถูกต้องคือมังราย

เอกสารล้านนาโบราณเรียกพระองค์ว่าพญามังราย ชื่อพ่อขุนเม็งรายเพิ่งปรากฏในพงศาวดารโยนกสมัยรัชกาลที่ 5

รู้หรือไม่: เมืองที่หลับใต้ดิน

เวียงกุมกามเมืองแรกที่พญามังรายสร้างในแอ่งเชียงใหม่ ถูกตะกอนน้ำท่วมกลบจนหายไปหลายร้อยปี ก่อนกรมศิลปากรจะพบอีกครั้งใน พ.ศ. 2527

รู้หรือไม่: วันเกิดของเชียงใหม่

จารึกที่วัดเชียงมั่นระบุวันสร้างเมืองเชียงใหม่ว่าตรงกับ 12 เมษายน ค.ศ. 1296 ใกล้กับช่วงสงกรานต์

รู้หรือไม่: แคว้นภรรยาแปดร้อยคน

เอกสารจีนสมัยหยวนเรียกล้านนาว่าปาไป่สีฟู่ แปลตามตัวอักษรว่าแคว้นภรรยาแปดร้อยคน ชื่อนี้ปรากฏตั้งแต่ราว พ.ศ. 1835

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ทำไมบางแห่งเรียกพ่อขุนเม็งราย บางแห่งเรียกพญามังราย
เอกสารล้านนาโบราณเรียกพระองค์ว่าพญามังราย ส่วนชื่อพ่อขุนเม็งรายมาจากพงศาวดารโยนกที่เรียบเรียงในสมัยรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันนักวิชาการนิยมใช้ชื่อพญามังรายตามเอกสารชั้นต้น
พญามังรายยึดหริภุญชัยปีไหน
แหล่งข้อมูลให้ปีต่างกัน บางแห่งว่า พ.ศ. 1824 (ค.ศ. 1281) บางแห่งว่า พ.ศ. 1835 (ค.ศ. 1292) หรือใกล้เคียง ความต่างอาจมาจากการนับปีที่เข้ายึดเมืองกับปีที่ผนวกอย่างเป็นทางการ
สามกษัตริย์ร่วมกันสร้างเชียงใหม่จริงหรือ
ยังพิสูจน์ไม่ได้ เอกสารที่เล่าเรื่องนี้เขียนขึ้นหลังเหตุการณ์หลายร้อยปี และนักวิชาการอย่างสมฤทธิ์ ลือชัย เห็นว่าพญามังรายสร้างเมืองเพียงผู้เดียว แต่ความเป็นมิตรระหว่างผู้นำทั้งสามก็มีเค้าในเอกสารล้านนาหลายฉบับ
ทำไมไม่ใช้เวียงกุมกามเป็นราชธานีต่อ
เวียงกุมกามตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มริมแม่น้ำปิงและถูกน้ำท่วมบ่อย พญามังรายจึงย้ายไปสร้างเชียงใหม่ที่เชิงดอยสุเทพ การขุดค้นพบตะกอนทับซากวัดหนาเกือบสองเมตร ยืนยันปัญหาน้ำท่วมได้จริง
พญามังรายถูกฟ้าผ่าจริงหรือ
เรื่องนี้มาจากตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ไม่มีหลักฐานร่วมสมัยยืนยัน แต่เป็นความเชื่อที่ชาวเชียงใหม่ยึดถือ และเป็นที่มาของศาลที่สักการะพระองค์ในฐานะผีเมือง
ล้านนาสมัยพญามังรายเกี่ยวข้องกับมองโกลอย่างไร
ราชสำนักหยวนเรียกล้านนาว่าปาไป่สีฟู่ และเคยส่งกองทัพมาตีราว พ.ศ. 1844 แต่ไม่สำเร็จ ต่อมาความสัมพันธ์เปลี่ยนเป็นการส่งบรรณาการ ล้านนาจึงรักษาความเป็นอิสระไว้ได้

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Mangrai (Wikipedia)
  2. พญามังราย (วิกิพีเดีย)
  3. Ngoenyang (Wikipedia)
  4. Lan Na (Wikipedia)
  5. Wat Chiang Man (Wikipedia)
  6. Wiang Kum Kam (Wikipedia)
  7. พญามังราย ไม่ใช่พ่อขุนเม็งราย (ศิลปวัฒนธรรม)
  8. นักวิชาการอิสระเผย ไม่มีหลักฐานจากเอกสารชั้นต้นระบุถึงการสร้างกู่พญามังรายที่เชียงราย (มติชน)
  9. พญามังราย ปฐมกษัตริย์แห่งการปกครองแผ่นดินล้านนาโดยธรรม (วารสารมนุษยศาสตร์ฯ)
  10. มังรายศาสตร์ (วารสารนิติศาสตร์ มรภ.เชียงราย)
  11. Kingdom of Lan Na (EBSCO Research Starters)
  12. Daniels, The Mongol-Yuan in Yunnan and Proto-Tai/Tai Polities (JSS 2018)
  13. เมืองเชียงใหม่เป็นของพญามังราย สร้างโดยพญามังราย (ศิลปวัฒนธรรม)
  14. พญามังราย-พญางำเมือง-พญาร่วง ร่วมกันสร้างเชียงใหม่?!? (ศิลปวัฒนธรรม)
  15. Wat Chedi Liam (Wikipedia)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา