ยุครัฐโบราณ · แหล่งโบราณคดี

วัดพระธาตุหริภุญชัย

ราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 ถึงปัจจุบัน

วัดหลวงกลางเมืองลำพูน ที่พระธาตุองค์ทองเป็นหัวใจของแคว้นหริภุญชัยและเป็นศูนย์กลางศรัทธาของล้านนาสืบมาเกือบพันปี

ที่ตั้งตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ผู้สร้างตามตำนานพระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์หริภุญชัย
ปีที่สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 (ตัวเลขต่างกันตามเอกสาร)
รูปทรงปัจจุบันเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนา บูรณะใหญ่สมัยพระเจ้าติโลกราช ราว พ.ศ. 1990
สุวรรณเจดีย์เจดีย์ทรงปราสาทหลังคาลาด รูปแบบหริภุญชัย
ความเชื่อพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา
ความสูงพระธาตุราว 46 เมตร
จารึกสำคัญจารึกหริปุญชปุรี พ.ศ. 2043 สมัยพระเมืองแก้ว

01ที่ตั้งและภูมิหลัง

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารตั้งอยู่กลางเมืองลำพูน ริมแม่น้ำกวง เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางของแคว้นหริภุญชัย อาณาจักรของชาวมอญในที่ราบลุ่มแม่ปิงตอนบน ก่อนที่พญามังรายจะยึดเมืองและตั้งอาณาจักรล้านนาในพุทธศตวรรษที่ 19

ตามตำนานพื้นเมือง หริภุญชัยก่อตั้งโดยฤษีวาสุเทพ แล้วเชิญพระนางจามเทวีจากละโว้ขึ้นมาครองเมือง ราชวงศ์ของพระนางปกครองต่อมาหลายรุ่น พระเจ้าอาทิตยราชผู้สร้างพระธาตุคือกษัตริย์องค์หนึ่งในราชวงศ์นี้

ปัจจุบันพระธาตุหริภุญชัยถือเป็นปูชนียสถานสำคัญที่สุดของลำพูน และเป็นหนึ่งในพระธาตุที่ชาวล้านนานับถือสูงสุด

หลักฐานหลักฐานสำคัญ 2 ชิ้น

ภาพในหน้านี้เป็นภาพวาดลายเส้นจำลองรูปทรงของวัตถุจริง ไม่ใช่ภาพถ่าย แตะการ์ดเพื่อขยาย หรือกด "ดูภาพถ่ายจริง" เพื่อเปิดภาพจาก Wikimedia Commons

ภาพวาดประกอบ
พระบรมธาตุหริภุญชัย

เจดีย์ทรงระฆังบุทองจังโก สูงราว 46 เมตร ศูนย์กลางพุทธศาสนาของลำพูน

เก็บรักษา/ชมได้ที่: วัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูนดูภาพถ่ายจริง ↗
ภาพวาดประกอบ
จารึกอักษรมอญโบราณ

ศิลาจารึกภาษามอญจากลำพูน หลักฐานว่าหริภุญชัยเป็นเมืองของชาวมอญ

เก็บรักษา/ชมได้ที่: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยดูภาพถ่ายจริง ↗

แผนที่ที่ตั้งบนแผนที่

จุดกะพริบคือวัดพระธาตุหริภุญชัย จุดอื่นคือแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน แตะเพื่อเปิดอ่าน

GPSพิกัดและการนำทาง

แม่นยำสูง ตรวจกับแหล่งข้อมูลตั้งแต่สองแหล่งขึ้นไป

พระบรมธาตุหริภุญชัย วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารดูหมุดสถานที่ใน Google Maps ↗
18.577105, 99.008501
18°34′37.6″N 99°00′30.6″E

พิกัดระบบ WGS84 ใช้ได้กับแอปนำทางทุกแอป ปุ่มนำทางจะเปิดแอปแผนที่ในแท็บหรือแอปใหม่ ควรตรวจเวลาเปิดทำการกับหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทาง · ที่มาของพิกัด

02กำเนิดพระธาตุตามตำนาน

ตามตำนานในเอกสารล้านนา เช่น ชินกาลมาลีปกรณ์ และตำนานพระธาตุหริภุญชัย พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมายังดินแดนนี้และทำนายว่าภายหลังจะมีพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานที่นี่ ต่อมาเมื่อพระธาตุผุดขึ้นในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช พระองค์จึงสร้างเจดีย์ครอบไว้

ชินกาลมาลีปกรณ์เล่าว่า เมื่อพระเจ้าอาทิตยราชตั้งจิตอธิษฐานขอพบพระบรมธาตุ พระธาตุก็ปรากฏลอยขึ้นเหนือพื้นและเปล่งแสงสว่างไปทั่วเมือง แล้วจมหายลงในดิน ก่อนจะผุดขึ้นมาอีกครั้งเพื่อคลายความสงสัยของพระองค์ กษัตริย์จึงอัญเชิญพระธาตุลงในผอบทองคำและสร้างเจดีย์ครอบไว้ เรื่องนี้เป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา จึงควรอ่านในฐานะความเชื่อทางศาสนา

ตามตำนาน เจดีย์องค์แรกเป็นทรงปราสาทสี่เหลี่ยม สูงราว 12 ศอก มีซุ้มประตูสี่ด้าน ภายในบรรจุพระบรมธาตุส่วนกระโหลก กระดูกอก และกระดูกนิ้ว

ราชวงศ์ผลัดเปลี่ยน แต่พระธาตุกลางเมืองลำพูนยังได้รับการทำนุบำรุงจากผู้ปกครองทุกยุค

03การสร้างและบูรณะในประวัติศาสตร์

ปีที่สร้างพระธาตุยังไม่ลงตัว พงศาวดารโยนกระบุราว พ.ศ. 1586 ส่วนการคำนวณจากชินกาลมาลีปกรณ์ให้ปีขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าอาทิตยราชราว พ.ศ. 1590 แหล่งข้อมูลภาษาอังกฤษบางแห่งระบุปี ค.ศ. 1044 หรือ 1064 และสื่อไทยบางแห่งยังอ้างตัวเลขเก่าคือ พ.ศ. 1440 นักวิชาการส่วนใหญ่จึงนิยมระบุกว้าง ๆ ว่าราวพุทธศตวรรษที่ 16–17

หลังจากนั้นพระธาตุถูกบูรณะต่อเติมหลายครั้ง สมัยพญาสัพพสิทธิ์ในราชวงศ์จามเทวีมีการเสริมซุ้มประตู ต่อมาในยุคล้านนา รูปทรงค่อย ๆ เปลี่ยนจากทรงปราสาทเป็นทรงกลมแบบลังกา

การบูรณะครั้งใหญ่ที่สุดเกิดในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ ราว พ.ศ. 1990 (ค.ศ. 1447) พระองค์ขยายองค์พระธาตุให้สูงใหญ่ขึ้นเป็นเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ต่อมาในต้นพุทธศตวรรษที่ 24 พระเจ้ากาวิละได้ถวายฉัตรทองคำเก้าชั้นประดับยอด

04ลำดับการบูรณะทีละยุค

เอกสารที่รวบรวมประวัติพระธาตุช่วยให้เห็นว่าเจดีย์องค์นี้เติบโตขึ้นทีละชั้นตามยุคสมัย จุดเริ่มต้นคือสถูปสี่เหลี่ยมทรงปราสาทของพระเจ้าอาทิตยราช ต่อมาพญาสัพพสิทธิ์ซึ่งเป็นกษัตริย์ในราชวงศ์จามเทวีได้ซ่อมแซมและทำซุ้มประตูทั้งสี่ทิศ

เมื่อพญามังรายผนวกหริภุญชัยเข้ากับล้านนา รูปทรงพระธาตุถูกปรับจากทรงปราสาทให้เป็นเจดีย์ฐานกลม ในต้นพุทธศตวรรษที่ 20 มีการปิดทององค์พระธาตุ และใน พ.ศ. 1990 พระเจ้าติโลกราชขยายองค์พระธาตุให้สูงราว 92 ศอก ฐานกว้างยาวราว 52 ศอก ซึ่งเป็นโครงหลักที่เห็นในปัจจุบัน

สมัยพระเมืองแก้ว ราว พ.ศ. 2043 มีการสร้างหอพระธรรมไว้ในวัดตามที่บันทึกในศิลาจารึก ส่วนในต้นพุทธศตวรรษที่ 24 หลังล้านนาฟื้นตัวจากยุคสงคราม พระเจ้ากาวิละได้ถวายฉัตรทองคำประดับยอด

ในยุคใหม่ เกิดแผ่นดินไหวราว พ.ศ. 2458 (ค.ศ. 1915) ทำให้วิหารหลังเดิมพังลง ช่วงทศวรรษ 2460 ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ได้นำการบูรณะวิหารหลวงของวัดนี้ งานศึกษาด้านศิลปะมองว่าวิหารหลวงหลังนี้เป็นต้นแบบสำคัญของงานช่างสายครูบาศรีวิชัยที่ไปปรากฏในวัดอื่น ๆ ทั่วล้านนา

05รูปทรงและส่วนประกอบของพระธาตุ

พระธาตุองค์ปัจจุบันสูงราว 46 เมตร เอกสารเก่าบันทึกขนาดเป็นหน่วยไทยว่าสูง 25 วา 2 ศอก และฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ องค์เจดีย์ตั้งบนฐานซ้อนหลายชั้นที่ค่อย ๆ เล็กลง ต่อด้วยองค์ระฆัง บัลลังก์ และปล้องไฉนที่เรียวขึ้นไปถึงยอดฉัตร

ผิวนอกหุ้มด้วยแผ่นทองจังโกซึ่งเป็นโลหะผสมทองแดงปิดทอง บนองค์ระฆังยังมีแผ่นสำริดดุนเป็นรูปพระพุทธรูปติดไว้โดยรอบ ทำให้พระธาตุสะท้อนแสงเป็นสีทองเกือบตลอดวัน

รอบองค์พระธาตุมีรั้วสองชั้น ฉัตรประจำมุมทั้งสี่ หอเล็กสี่หลังที่ประดิษฐานพระพุทธรูป โคมประทีป และแท่นบูชา ผังเช่นนี้ทำให้ลานรอบพระธาตุเป็นพื้นที่ทำพิธีที่ผู้คนเดินเวียนประทักษิณได้

ทางเข้าด้านหน้าวัดหันออกสู่แม่น้ำกวง มีสิงห์ปูนปั้นคู่ใหญ่สูงราว 3 เมตรเฝ้าอยู่ ข้อมูลของวัดระบุว่าสิงห์คู่นี้สร้างในสมัยพระเจ้าติโลกราช คราวเดียวกับการขยายพระธาตุ และผ่านการซ่อมใหญ่มาแล้ว มุมตะวันตกเฉียงใต้ของลานยังมีมณฑปรอยพระพุทธบาทสี่รอยซ้อนกันบนแผ่นหิน

06สิ่งสำคัญภายในวัด

องค์พระธาตุหุ้มด้วยแผ่นทองจังโก ฐานเป็นชั้นบัวซ้อนกัน มีรั้วล้อมและฉัตรประจำมุม ภาพพระธาตุองค์นี้ปรากฏบนเหรียญหนึ่งสตางค์ของไทย

ทางด้านหนึ่งของพระธาตุมีสุวรรณเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงปราสาทหลังคาลาดซ้อนชั้นแบบศิลปะหริภุญชัย ตามตำนานพระนางปทุมวดี มเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช เป็นผู้สร้าง แต่แหล่งข้อมูลบางแห่งให้ปีสร้างช้ากว่านั้นมาก คือราว ค.ศ. 1418 (พ.ศ. 1961) ทำให้ยังสรุปอายุจริงได้ไม่แน่ชัด

นอกจากนี้ยังมีวิหารหลวงที่สร้างใหม่หลังแผ่นดินไหวช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25 หอไตรไม้ที่งดงาม และหอระฆังซึ่งเก็บฆ้องสำริดขนาดใหญ่ที่หล่อขึ้นราว พ.ศ. 2403 (ค.ศ. 1860)

07จารึกและโบราณวัตถุของวัด

หลักฐานลายลักษณ์อักษรชิ้นสำคัญจากวัดนี้คือจารึกหริปุญชปุรี เป็นแผ่นหินทรายสีแดงรูปใบเสมา สูงราว 142 เซนติเมตร จารด้วยอักษรฝักขามเป็นภาษาไทย ระบุศักราช พ.ศ. 2043 ซึ่งตรงกับสมัยพระเมืองแก้วแห่งเชียงใหม่

เนื้อความเล่าถึงการสร้างหอพระธรรมสำหรับเก็บคัมภีร์พระธรรมครบแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ และการสร้างพระพุทธรูปทองคำไว้ประจำหอ จารึกนี้แสดงว่ากษัตริย์ล้านนายังให้ความสำคัญกับวัดพระธาตุในฐานะศูนย์กลางการศึกษาพระธรรมด้วย ปัจจุบันจารึกเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เติบโตมาจากการรวบรวมจารึก โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุทางพุทธศาสนาไว้ในบริเวณวัดตั้งแต่ราว พ.ศ. 2470 ต่อมาจึงย้ายไปอยู่อาคารใหม่ฝั่งตรงข้ามวัด ผู้ที่อยากเห็นพระพุทธรูปและเศียรพระศิลปะหริภุญชัยตัวจริงจึงเดินข้ามถนนไปชมต่อได้ทันที

08ความสำคัญ

พระธาตุหริภุญชัยเป็นหลักฐานที่เชื่อมยุคหริภุญชัยกับยุคล้านนา แม้ราชวงศ์มอญจะสิ้นอำนาจไปแล้ว กษัตริย์ล้านนายังคงทำนุบำรุงพระธาตุนี้อย่างต่อเนื่อง แสดงว่าความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่สืบต่อข้ามราชวงศ์

ในคติล้านนา พระธาตุองค์นี้เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา ผู้คนจากทั่วภาคเหนือจึงเดินทางมานมัสการ

ทุกปีจะมีประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุในวันเพ็ญเดือนแปดเหนือ ตรงกับเดือนหกของภาคกลาง มีการตั้งเสาและชักรอกน้ำสรงขึ้นไปยังองค์พระธาตุ โดยใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์จากดอยขะม้อและจากทั่วจังหวัด

09ประเพณีรอบปีของวัด

นอกจากงานสรงน้ำพระธาตุในเดือนแปดเหนือ วัดพระธาตุหริภุญชัยยังเป็นที่จัดงานโคมแสนดวงของลำพูน ซึ่งเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2555 ด้วยโคมราวหนึ่งพันดวง แล้วเพิ่มขึ้นทุกปีจนใน พ.ศ. 2568 มีโคมกว่า 20,000 ดวง งานจัดช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน ชาวบ้านช่วยกันแขวนโคมรอบลานพระธาตุเพื่อเป็นพุทธบูชา ตามคติล้านนาที่ผูกกับการฟังเทศน์มหาชาติ

ชาวล้านนายังมีคติพระธาตุประจำปีเกิด ซึ่งจับคู่ปีนักษัตรแต่ละปีกับพระธาตุสำคัญในดินแดนต่าง ๆ พระธาตุหริภุญชัยถูกจับคู่กับปีระกา ทำให้มีผู้คนจากต่างถิ่นแวะมานมัสการตลอดปี คตินี้เป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมา ไม่ได้มาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์

10ปัจจุบัน

วัดพระธาตุหริภุญชัยยังเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและมีกิจกรรมทางศาสนาตลอดปี ผู้มาเยือนสามารถเดินชมพระธาตุ สุวรรณเจดีย์ วิหาร และหอไตรได้ในบริเวณเดียว

ใกล้กันมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยหริภุญชัยและล้านนา ช่วยให้เข้าใจเรื่องราวของเมืองลำพูนได้ครบขึ้น

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราวพุทธศตวรรษที่ 13ตำนานกำเนิดหริภุญชัย

ตามตำนาน พระนางจามเทวีเสด็จจากละโว้มาครองเมือง

ราว พ.ศ. 1586–1590ค.ศ. ราว 1043–1047สร้างพระธาตุ

ตามพงศาวดารและชินกาลมาลีปกรณ์ พระเจ้าอาทิตยราชสร้างเจดีย์ครอบพระบรมธาตุ

สมัยราชวงศ์จามเทวีพญาสัพพสิทธิ์บูรณะ

เสริมซุ้มประตูรอบองค์พระธาตุ

พ.ศ. 1835ค.ศ. 1292พญามังรายยึดหริภุญชัย

ลำพูนเข้าสู่อาณาจักรล้านนา และพระธาตุถูกปรับเป็นทรงฐานกลม

ต้นพุทธศตวรรษที่ 20ค.ศ. ต้นศตวรรษที่ 15ปิดทององค์พระธาตุ

มีการปิดทองหุ้มองค์พระธาตุ

ราว พ.ศ. 1961ค.ศ. ราว 1418สุวรรณเจดีย์

ปีสร้างตามแหล่งข้อมูลบางแห่ง ขณะที่ตำนานโยงกับพระนางปทุมวดี

ราว พ.ศ. 1990ค.ศ. ราว 1447พระเจ้าติโลกราชบูรณะ

ขยายพระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆังสูงราว 92 ศอก

พ.ศ. 2043ค.ศ. 1500จารึกหริปุญชปุรี

พระเมืองแก้วสร้างหอพระธรรมและพระพุทธรูปทองคำ

ต้นพุทธศตวรรษที่ 24ค.ศ. ต้นศตวรรษที่ 19ฉัตรทองคำ

พระเจ้ากาวิละถวายฉัตรทองคำเก้าชั้น

พ.ศ. 2403ค.ศ. 1860หล่อฆ้องใหญ่

ฆ้องสำริดขนาดใหญ่ถูกนำมาไว้ที่วัด

พ.ศ. 2458ค.ศ. 1915แผ่นดินไหว

วิหารหลังเดิมพังลง

ทศวรรษ 2460ค.ศ. ทศวรรษ 1920ครูบาศรีวิชัยบูรณะ

สร้างวิหารหลวงหลังใหม่ซึ่งกลายเป็นต้นแบบงานช่างล้านนาสายครูบา

ราว พ.ศ. 2470ค.ศ. ราว 1927รวบรวมโบราณวัตถุ

เริ่มเก็บจารึกและโบราณวัตถุไว้ในวัด ต้นทางของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย

ปัจจุบันประเพณีสรงน้ำพระธาตุ

จัดทุกปีในวันเพ็ญเดือนแปดเหนือ

ไปชมของจริงการเยี่ยมชมวันนี้

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารอยู่กลางเมืองลำพูน เดินทางจากเชียงใหม่ได้สะดวก ภายในวัดมีพระธาตุ สุวรรณเจดีย์ วิหาร หอไตร และหอระฆัง ควรแต่งกายสุภาพ ใกล้กันมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชยที่จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยหริภุญชัย

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายสถานที่นี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: อยู่บนเหรียญ

พระธาตุหริภุญชัยปรากฏบนด้านหลังของเหรียญหนึ่งสตางค์ของไทย

รู้หรือไม่: พระธาตุประจำปีระกา

ชาวล้านนาเชื่อว่าคนเกิดปีระกาควรมานมัสการพระธาตุหริภุญชัยสักครั้งในชีวิต

รู้หรือไม่: ตัวเลขหลายชุด

ปีที่สร้างพระธาตุในเอกสารต่าง ๆ ห่างกันหลายร้อยปี เพราะตำนานแต่ละฉบับนับศักราชต่างกัน

รู้หรือไม่: ฆ้องยักษ์

ฆ้องสำริดที่หล่อเมื่อ พ.ศ. 2403 ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นฆ้องที่ใหญ่ที่สุดใบหนึ่งของโลก

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

พระธาตุหริภุญชัยสร้างเมื่อไร
ตำนานบอกว่าพระเจ้าอาทิตยราชสร้างเพื่อครอบพระบรมธาตุ แต่ปีที่ระบุในเอกสารต่าง ๆ ไม่ตรงกัน นักวิชาการจึงนิยมให้ช่วงกว้าง ๆ ว่าราวพุทธศตวรรษที่ 16–17 ส่วนรูปทรงที่เห็นวันนี้มาจากการขยายใน พ.ศ. 1990 สมัยพระเจ้าติโลกราช
ทำไมพระธาตุจึงเป็นสีทอง
องค์พระธาตุหุ้มด้วยแผ่นทองจังโก คือแผ่นโลหะผสมทองแดงที่ปิดทองทับ และยังมีแผ่นสำริดดุนรูปพระพุทธรูปติดรอบองค์ระฆัง
สุวรรณเจดีย์ต่างจากพระธาตุองค์ใหญ่อย่างไร
สุวรรณเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมซ้อนชั้นแบบหริภุญชัย มีซุ้มพระพุทธรูปในแต่ละชั้น ขณะที่พระธาตุองค์ใหญ่เป็นทรงระฆังแบบล้านนา
ทำไมคนเกิดปีระกาจึงมาไหว้ที่นี่
ในคติพระธาตุประจำปีเกิดของล้านนา พระธาตุหริภุญชัยเป็นพระธาตุประจำปีระกา คนเกิดปีนี้จึงถือว่าควรมานมัสการ
มาวัดแล้วควรดูอะไรต่อ
ฝั่งตรงข้ามวัดคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย ซึ่งเก็บจารึกและพระพุทธรูปสมัยหริภุญชัย และไม่ไกลกันมีวัดจามเทวีที่มีเจดีย์กู่กุด

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Wat Phra That Hariphunchai - Wikipedia
  2. พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน - ห้องสมุดมหาวิทยาลัยพายัพ
  3. พระธาตุหริภุญชัยในเอกสารตำนาน - GotoKnow
  4. วัดพระธาตุหริภุญชัย - ผู้จัดการออนไลน์
  5. Thailand Lexicon - Wat Phrathat Haripunchai
  6. Wat Phra That Haripunchai - Discover with Timothy
  7. ประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย - Love Thailand
  8. ตำนานการพบพระธาตุในชินกาลมาลีปกรณ์ - GotoKnow
  9. จารึกหริปุญชปุรี - ฐานข้อมูลจารึกในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
  10. งานสถาปัตยกรรมแบบครูบาศรีวิชัย - วารสารศิลปกรรมศาสตร์ (ThaiJO)
  11. Hariphunchai National Museum - Lamphun Province
  12. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย - เดลินิวส์
  13. แสงแห่งศรัทธา โคมแสนดวง เมืองลำพูน - ไทยโพสต์

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา