01เมืองที่ฤๅษีสร้าง: ตำนานการกำเนิด
เรื่องราวของหริภุญชัยที่คนไทยรู้จักส่วนใหญ่มาจากตำนานภาษาบาลีที่พระภิกษุล้านนาเรียบเรียงขึ้นภายหลัง เล่มสำคัญคือจามเทวีวงศ์ และชินกาลมาลีปกรณ์ ทั้งสองเล่มเขียนขึ้นหลายร้อยปีหลังเหตุการณ์ จึงผสมทั้งความทรงจำทางประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าทางศาสนาเข้าด้วยกัน
ตามตำนาน ฤๅษีวาสุเทพซึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่บนดอยสุเทพ ร่วมกับฤๅษีอีกหลายตน ได้เลือกพื้นที่ระหว่างแม่น้ำปิงกับแม่น้ำกวงเป็นที่ตั้งเมืองใหม่ ตำนานเล่าว่าผังเมืองมีรูปคล้ายหอยสังข์ เมื่อสร้างเสร็จแล้วกลับยังไม่มีผู้ปกครองที่เหมาะสม
ฤๅษีจึงส่งทูตลงไปทางใต้ ไปขอพระธิดาของกษัตริย์เมืองละโว้ (ลพบุรีในปัจจุบัน) มาครองเมือง พระธิดาองค์นั้นคือพระนางจามเทวี ตำนานระบุว่าพระนางเสด็จขึ้นมาตามลำน้ำปิงพร้อมผู้คนจำนวนมาก ทั้งพระสงฆ์ นักปราชญ์ และช่างฝีมือ นำพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมจากภาคกลางขึ้นมาด้วย
ตำนานยังเล่าว่าพระนางให้กำเนิดโอรสฝาแฝด องค์พี่ครองหริภุญชัยต่อจากพระนาง ส่วนองค์น้องไปครองเมืองเขลางค์นคร คือลำปางในปัจจุบัน เรื่องนี้อธิบายว่าเหตุใดสองเมืองนี้จึงมีความผูกพันกันมาตลอด
แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่
02หริภุญชัยเกิดขึ้นเมื่อใดกันแน่
ตำนานแต่ละฉบับให้ศักราชการสร้างเมืองไม่ตรงกัน แต่ส่วนใหญ่ชี้ไปที่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 หรือราว พ.ศ. 1200 นักวิชาการปัจจุบันเห็นว่าตัวเลขนี้เก่าเกินไป เพราะยังไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีที่เก่าถึงขนาดนั้น
เมื่อเทียบกับโบราณวัตถุและรูปแบบศิลปะ นักวิชาการจำนวนมากจึงกำหนดการเริ่มต้นของหริภุญชัยไว้ราว ค.ศ. 750 หรือราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 งานวิจัยด้านโบราณคดีของลำพูนแบ่งการอยู่อาศัยออกเป็นสามช่วง คือราวคริสต์ศตวรรษที่ 8–9, 10–11 และ 12–14
งานศึกษาเดียวกันเตือนว่าตำนานเพียงอย่างเดียวให้ข้อมูลไม่แม่นยำพอ ต้องใช้คู่กับจารึกและหลักฐานจากการขุดค้นเสมอ ดังนั้นเวลาอ่านเรื่องพระนางจามเทวี จึงควรมองว่าเป็นตำนานที่สะท้อนความสัมพันธ์จริงระหว่างลำพูนกับละโว้ มากกว่าบันทึกเหตุการณ์ทีละปี
หริภุญชัยล่มสลายในฐานะอาณาจักร แต่ตัวอักษร ศาสนา และพระธาตุของชาวมอญยังมีชีวิตอยู่ในล้านนามาจนถึงวันนี้
03วัฒนธรรมมอญและจารึกที่ยังเหลืออยู่
หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าชาวหริภุญชัยเป็นใคร คือศิลาจารึกอักษรมอญและภาษามอญโบราณที่พบในลำพูนหลายหลัก จารึกเหล่านี้แสดงว่าคนที่นี่พูดภาษาเดียวกับผู้คนในเมืองยุคทวารวดีทางภาคกลาง ทำให้นักวิชาการเชื่อว่าละโว้กับหริภุญชัยน่าจะมีประชากรกลุ่มเดียวกัน
ตัวอย่างสำคัญคือจารึกพระเจ้าสววาธิสิทธิ หลักที่ 1 ซึ่งพบที่วัดดอนแก้ว ในเขตอำเภอเมืองลำพูน เขียนด้วยอักษรมอญ ใช้ภาษาบาลีและมอญโบราณ จารึกบนหินทรายรูปใบเสมาสองด้าน ปัจจุบันเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย
จารึกกลุ่มนี้บันทึกการทำบุญ การสร้างและซ่อมศาสนสถาน รวมทั้งกล่าวถึงแผ่นดินไหวครั้งหนึ่งที่ทำให้เจดีย์เสียหาย ฐานข้อมูลจารึกของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรกำหนดอายุไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 17 ขณะที่งานบางชิ้นอ่านศักราชได้ราว ค.ศ. 1218–1219 ซึ่งตรงกับพุทธศตวรรษที่ 18 การกำหนดอายุจึงยังต่างกันอยู่
นอกจากจารึกแล้ว ชาวหริภุญชัยยังทิ้งงานศิลปะที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น พระพุทธรูปดินเผาและเครื่องปั้นดินเผาเขียนสีแดง นักวิชาการพบว่าศิลปะของที่นี่ได้รับอิทธิพลจากทวารวดี ศิลปะพุกาม และขอม ก่อนจะผสมกันจนกลายเป็นแบบของตัวเอง
04พระเจ้าอาทิตยราชและพระธาตุหริภุญชัย
ในบรรดากษัตริย์หลายสิบพระองค์ที่ตำนานระบุไว้ พระเจ้าอาทิตยราชเป็นองค์ที่ถูกจดจำมากที่สุด เพราะตำนานยกย่องว่าทรงสร้างพระธาตุหริภุญชัย เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ จนกลายเป็นศูนย์กลางความศรัทธาของลำพูนมาถึงทุกวันนี้
ปีที่สร้างพระธาตุเป็นเรื่องที่ยังสรุปไม่ได้ บางแหล่งระบุ พ.ศ. 1440 ชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวถึงราว ค.ศ. 1063 ส่วนนักวิชาการบางท่านเห็นว่าน่าจะอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 แหล่งข้อมูลด้านศิลปะจึงมักพูดกว้างๆ ว่าราวพุทธศตวรรษที่ 17
รูปทรงเดิมของพระธาตุเป็นสถูปสี่เหลี่ยมทรงปราสาท ต่อมาในสมัยพญามังรายมีการปรับให้เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา และในสมัยพระเจ้าติโลกราชราว พ.ศ. 1990 ก็ได้ขยายองค์ให้ใหญ่ขึ้นอีก รูปทรงที่เราเห็นวันนี้จึงเป็นผลงานของหลายยุคซ้อนกัน
05วัดจามเทวีหรือกู่กุด
ทางทิศตะวันตกของเมืองลำพูนมีวัดจามเทวี ชาวบ้านเรียกว่าวัดกู่กุด ภายในมีเจดีย์สำคัญสององค์ องค์ใหญ่เรียกว่าเจดีย์สุวรรณจังโกฏหรือเจดีย์มหาพล เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมซ้อนชั้นห้าชั้น แต่ละชั้นมีซุ้มพระพุทธรูปยืน รวมทั้งหมด 60 องค์
อีกองค์หนึ่งคือรัตนเจดีย์ มีผังแปดเหลี่ยม ก่ออิฐ มีพระพุทธรูปยืนในซุ้มแปดองค์ ทั้งสององค์ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของสถาปัตยกรรมหริภุญชัย และมักถูกนำไปเปรียบกับศาสนสถานแบบทวารวดี
ช่วงเวลาที่สร้างยังมีความเห็นสองทาง ฝ่ายหนึ่งเชื่อตามตำนานว่าโอรสของพระนางจามเทวีสร้างขึ้นหลังพระนางสิ้นพระชนม์ อีกฝ่ายเห็นว่าน่าจะสร้างในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช ชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่าในเจดีย์บรรจุพระอัฐิของพระนางจามเทวี แต่เรื่องนี้เป็นความเชื่อท้องถิ่นที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
06สงครามกับละโว้และการอพยพหนีโรคระบาด
แม้ตำนานจะเล่าว่าหริภุญชัยเกิดจากเชื้อสายละโว้ แต่ต่อมาสองเมืองนี้กลับรบกันหลายครั้ง ตามตำนาน การรบเกิดขึ้นตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 10 และเกิดซ้ำอีกในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช บางฉบับเล่าว่าฝ่ายหริภุญชัยชนะและส่งเชื้อพระวงศ์ไปครองละโว้ด้วย
เรื่องเล่าท้องถิ่นยังเชื่อมเจดีย์บางองค์ในลำพูนเข้ากับสงครามนี้ เช่นเรื่องที่ว่าเชลยจากละโว้ถูกให้สร้างเจดีย์ใหญ่ เรื่องเหล่านี้ควรอ่านอย่างตำนาน เพราะเราไม่มีจารึกร่วมสมัยที่ยืนยันรายละเอียดการรบ
ตำนานจามเทวีวงศ์ยังมีเรื่องน่าสนใจอีกตอนหนึ่ง เล่าว่าครั้งหนึ่งเกิดโรคระบาดคล้ายอหิวาตกโรคในหริภุญชัย ผู้คนจึงพากันหนีลงไปอยู่เมืองสุธรรมวดี คือเมืองสะเทิมในพม่าตอนล่าง แล้วย้ายต่อไปยังหงสาวดี เรื่องนี้สะท้อนว่าชาวมอญทางเหนือกับชาวมอญริมทะเลอันดามันยังรู้สึกว่าเป็นเครือญาติกัน
07พญามังรายกับอ้ายฟ้า: จุดจบของหริภุญชัย
ในพุทธศตวรรษที่ 19 พญามังรายแห่งเมืองเงินยางได้ขยายอำนาจลงมาทางใต้ และหมายตาหริภุญชัยซึ่งเป็นเมืองที่มั่งคั่ง ตำนานเล่าว่าพระองค์ไม่ได้บุกตรงเข้าไป แต่ส่งคนชื่ออ้ายฟ้าไปรับราชการกับพญายีบา กษัตริย์องค์สุดท้ายของหริภุญชัย
อ้ายฟ้าค่อยๆ ได้รับความไว้วางใจ แล้วใช้อำนาจที่ได้มาสร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวเมือง จนบ้านเมืองอ่อนแอลง ตำนานบางฉบับว่าแผนนี้ใช้เวลานานหลายปี เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กองทัพของพญามังรายก็เข้ายึดเมืองได้ พญายีบาต้องหนีไปอยู่ลำปาง
ปีที่เสียเมืองเป็นข้อถกเถียงที่รู้จักกันดี แหล่งข้อมูลต่างๆ ให้ไว้ตั้งแต่ ค.ศ. 1281 (พ.ศ. 1824), ค.ศ. 1291 (พ.ศ. 1834), ค.ศ. 1292 (พ.ศ. 1835) จนถึง พ.ศ. 1836 ตามชินกาลมาลีปกรณ์ ความต่างนี้มาจากตำนานแต่ละฉบับนับศักราชไม่ตรงกัน นักประวัติศาสตร์จึงมักบอกเป็นช่วงเวลาแทนที่จะยืนยันปีเดียว
หลังจากนั้นไม่นาน พญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่ใน พ.ศ. 1839 (ค.ศ. 1296) และหริภุญชัยก็กลายเป็นเมืองสำคัญทางศาสนาของอาณาจักรล้านนาแทนที่จะเป็นศูนย์กลางการเมือง
08มรดกมอญในล้านนา
แม้หริภุญชัยจะสิ้นสุดลงในฐานะอาณาจักร แต่สิ่งที่ชาวมอญสร้างไว้ไม่ได้หายไป ล้านนารับพระพุทธศาสนา ประเพณีการบูชาพระธาตุ และงานช่างหลายอย่างจากลำพูน พญามังรายเองก็ให้ความสำคัญกับพระธาตุหริภุญชัยจนบูรณะครั้งใหญ่
มรดกที่สำคัญมากคือตัวอักษร อักษรธรรมล้านนาซึ่งใช้จารคัมภีร์ใบลานในภาคเหนือมีรูปร่างคล้ายอักษรมอญของหริภุญชัยในราวคริสต์ศตวรรษที่ 13 อย่างเห็นได้ชัด หลักฐานอักษรธรรมที่เก่าที่สุดเท่าที่พบมีอายุ ค.ศ. 1376 แสดงว่าชาวไทจากทางเหนือได้เรียนการเขียนจากชาวมอญแล้วนำมาปรับใช้
ร่องรอยเล็กๆ ในชีวิตประจำวันก็ยังอยู่ เช่น เครื่องปั้นดินเผาเขียนสีแดงแบบหริภุญชัยที่มีอิทธิพลต่อหม้อน้ำ หรือคนโท ของเชียงใหม่ในสมัยหลัง เรื่องของหริภุญชัยจึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่าบ้านเมืองของคนไทเติบโตขึ้นบนพื้นฐานของวัฒนธรรมที่มีมาก่อน
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
ฤๅษีวาสุเทพสร้างเมือง และเชิญพระนางจามเทวีจากละโว้มาครอง (ศักราชตามตำนานต่างกัน)
นักวิชาการปัจจุบันกำหนดการเริ่มต้นของหริภุญชัยไว้ราวช่วงนี้
ตำนานเล่าถึงการรบระหว่างหริภุญชัยกับละโว้หลายครั้ง
ตำนานยกย่องว่าทรงสร้างพระธาตุหริภุญชัย ปีที่สร้างยังเป็นที่ถกเถียง
จารึกพระเจ้าสววาธิสิทธิบันทึกการทำบุญและการซ่อมศาสนสถาน
ใช้อ้ายฟ้าเป็นไส้ศึก พญายีบาหนีไปลำปาง ปีที่แน่นอนยังไม่ยุติ
ลำพูนกลายเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของล้านนา
พระเจ้าติโลกราชบูรณะและขยายองค์พระธาตุให้ใหญ่ขึ้น
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ตำนานใช้ภาษาบาลี
ทั้งจามเทวีวงศ์และชินกาลมาลีปกรณ์เป็นงานของพระภิกษุล้านนาที่เขียนเป็นภาษาบาลี ตำนานพระนางจามเทวีที่เรารู้จักจึงเป็นเรื่องที่ผ่านมุมมองของคนล้านนาในยุคหลังมาแล้ว
รู้หรือไม่: เมืองหน้าตาเหมือนหอยสังข์
ตำนานเล่าว่าผังเมืองหริภุญชัยมีรูปคล้ายหอยสังข์ คูเมืองลำพูนที่ยังเห็นร่องรอยในปัจจุบันจึงมักถูกเล่าคู่กับตำนานนี้
รู้หรือไม่: อักษรของพระสงฆ์ล้านนามาจากมอญ
อักษรธรรมที่ใช้จารใบลานในภาคเหนือมีรูปร่างใกล้เคียงอักษรมอญของหริภุญชัยมาก ถือเป็นมรดกที่ยังใช้กันในวัดจนทุกวันนี้
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (7)
บทความเหล่านี้พูดถึงหริภุญชัย: นครมอญแห่งลุ่มน้ำปิง อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Haripuñjaya (Wikipedia)
- Haripunjaya: An Archaeological and Literary Account (วารสารดำรงวิชาการ)
- จารึกพระเจ้าสววาธิสิทธิ หลักที่ 1 (วัดดอนแก้ว) ฐานข้อมูลจารึก ศมส.
- พระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน (หอสมุดมหาวิทยาลัยพายัพ)
- Wat Chamadevi (Wikipedia)
- Mangrai (Wikipedia)
- ชินกาลมาลีปกรณ์ ตอนเมืองหริภุญชัย (GotoKnow)
- Tai Tham script (Wikipedia)
- หริภุญชัย (ทรูปลูกปัญญา)
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา