ยุครัฐโบราณ · ตอนที่ 3 จาก 9

บ้านเชียงและยุคโลหะ

ราว 1000 ปีก่อน ค.ศ. ถึง พุทธศตวรรษที่ 11 (ราว ค.ศ. 500)

เมื่อชุมชนในดินแดนไทยรู้จักหล่อสำริดและถลุงเหล็ก ผลิตเกลือ ขุดคูน้ำรอบหมู่บ้าน และค้าขายกับดินแดนไกล จนวางรากฐานให้รัฐยุคแรก

ยุคสำริดเริ่มราว 1000 ปีก่อน ค.ศ. ตามข้อเสนอของไฮแอม หรือราว 2000 ปีก่อน ค.ศ. ตามข้อเสนอของไวท์
ยุคเหล็กเริ่มราว 420 ปีก่อน ค.ศ. ที่บ้านโนนวัด
แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง จ.อุดรธานี ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992)
แหล่งทองแดงภูโล้น จ.เลย และหุบเขาวงพระจันทร์ จ.ลพบุรี
ชุมชนคูน้ำพบชุมชนยุคเหล็กที่มีคูน้ำคันดินจำนวนมากในลุ่มแม่น้ำมูล
ศิลปะบนผาผาแต้ม จ.อุบลราชธานี และเขาปลาร้า จ.อุทัยธานี

01สะดุดรากไม้ เจอประวัติศาสตร์

ในปี พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) สตีฟ ยัง (Steve Young) นักศึกษาชาวอเมริกันจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เดินผ่านหมู่บ้านบ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เขาสะดุดรากต้นงิ้วล้มลงบนทางดิน และเห็นปากไหดินเผาโบราณโผล่พ้นดินขึ้นมา ภาชนะเหล่านั้นมีลายเขียนสีแดงเป็นวงก้นหอยที่สวยงาม

ข่าวการค้นพบทำให้บ้านเชียงเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว แต่ก็ตามมาด้วยการลักลอบขุดหาของขายจำนวนมาก ภาชนะลายเขียนสีถูกนำออกไปขายในตลาดของเก่าทั่วโลก ทำให้หลักฐานจำนวนมากสูญหายไปจากบริบทเดิม

ในปี พ.ศ. 2517–2518 (ค.ศ. 1974–1975) กรมศิลปากรร่วมกับพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียขุดค้นอย่างเป็นระบบ นำโดย ปีสิทธิ์ เจริญวงศ์ และเชสเตอร์ กอร์แมน ได้โบราณวัตถุราวหกตัน ทั้งภาชนะดินเผา กำไล แหวน หัวหอก และเครื่องมือสำริด ซึ่งบอกว่าคนที่นี่ผลิตโลหะเองในท้องถิ่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนบ้านเชียงเป็นมรดกโลก

แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่

02สำริดเก่าแค่ไหน ข้อถกเถียงที่ยังไม่จบ

คำถามว่าคนบ้านเชียงเริ่มใช้สำริดเมื่อไร เป็นข้อถกเถียงที่ยาวนานที่สุดเรื่องหนึ่งในโบราณคดีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี พ.ศ. 2519 กอร์แมนและปีสิทธิ์รายงานว่าสำริดที่บ้านเชียงอาจเก่าถึง 3600 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งจะเก่ากว่าสำริดในจีนและตะวันออกกลาง ข้อเสนอนี้สร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก

ต่อมา ดร.จอยซ์ ไวท์ (Joyce White) แห่งพิพิธภัณฑ์เพนน์ ศึกษาตัวอย่างใหม่และปรับลำดับเวลา เธอเสนอว่ายุคสำริดตอนต้นของบ้านเชียงอยู่ราว 2000 ปีก่อนคริสตกาล โดยอาศัยการหาอายุจากสารอินทรีย์ในเนื้อดินภาชนะและเศษข้าวที่ติดอยู่ในหม้อ

ฝ่าย ศ.ชาร์ลส์ ไฮแอม (Charles Higham) ไม่เห็นด้วย เขาตั้งคำถามว่าทำไมสองแหล่งที่อยู่ไม่ไกลกันจึงรับเทคโนโลยีสำริดห่างกันถึงพันปี ทีมของเขาหาอายุจากกระดูกมนุษย์ที่บ้านเชียงได้ราว 1128–936 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งตรงกับผลจากบ้านโนนวัด เขาเสนอว่าความรู้เรื่องสำริดน่าจะมาจากทางจีนตอนใต้ ในช่วงที่อารยธรรมสำริดของจีนรุ่งเรือง

ไวท์โต้กลับว่าการหาอายุจากกระดูกมีปัญหาทางเทคนิค และผลยังไม่สอดคล้องกับหลักฐานอื่นในภูมิภาค ข้อถกเถียงนี้จึงยังไม่ยุติ ผู้อ่านควรเข้าใจว่าตัวเลขอายุสำริดของไทยที่เห็นในแหล่งต่าง ๆ อาจต่างกันได้เกือบพันปี ขึ้นกับว่าอ้างอิงนักวิชาการฝ่ายใด

สำริดที่บ้านเชียงเริ่มเมื่อไร นักโบราณคดีสองฝ่ายยังเถียงกันโดยห่างกันเกือบพันปี

03บ้านโนนวัด บ้านปราสาท และเนินอุโลก

ในลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน จังหวัดนครราชสีมา มีแหล่งโบราณคดีสำคัญหลายแห่งที่ช่วยเติมภาพของยุคโลหะ บ้านโนนวัด อำเภอโนนสูง ขุดค้นตั้งแต่ พ.ศ. 2545 โดยไฮแอมเป็นผู้เริ่ม พบหลุมศพ 640 หลุมใน 11 ช่วงเวลา ตั้งแต่ยุคหินใหม่ในศตวรรษที่ 17 ก่อนคริสตกาล ยุคสำริดราว 1050–420 ปีก่อนคริสตกาล ต่อด้วยยุคเหล็ก

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 ทีมงานพบหลุมศพยุคสำริดที่ร่ำรวยอย่างไม่คาดคิด บางหลุมยาวราวห้าเมตร มีภาชนะดินเผามากกว่า 20 ใบ ลูกปัดเปลือกหอยนับพัน ขวานสำริด และกำไลเปลือกหอยขนาดใหญ่ นักวิจัยเรียกกลุ่มนี้ว่าหลุมศพชั้นสูง ซึ่งแสดงว่าสังคมยุคสำริดตอนต้นมีความเหลื่อมล้ำชัดเจน บ้านโนนวัดยังพบกระดูกไก่บ้านที่เก่าที่สุดเท่าที่รู้จัก อายุราว 1650–1250 ปีก่อนคริสตกาล

ไม่ไกลกันคือบ้านปราสาท ซึ่งกรมศิลปากรขุดค้นและเปิดหลุมขุดค้นให้ประชาชนชม ในสามหลุมพบโครงกระดูกรวม 59 โครง พร้อมเครื่องประดับสำริด ลูกปัดแก้ว และภาชนะดินเผา ชุมชนนี้มีอายุย้อนไปราว 3,000 ปี และมีคนอยู่ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดีและเขมร

ส่วนเนินอุโลก อำเภอสูงเนิน เป็นชุมชนยุคเหล็กที่กรมศิลปากรร่วมกับมหาวิทยาลัยโอทาโกขุดค้นในปี พ.ศ. 2540–2541 พบโครงกระดูกราว 120 คน บางคนมีร่องรอยความรุนแรง เช่น กะโหลกที่ถูกฟันด้วยของมีคมหนัก และชายหนุ่มที่มีหัวลูกศรเหล็กฝังอยู่ในกระดูกสันหลัง หลักฐานนี้บอกว่าความขัดแย้งระหว่างชุมชนเพิ่มขึ้นในยุคเหล็ก

04ทองแดงจากภูเขา ดีบุกจากแดนไกล

สำริดเป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงกับดีบุก ชุมชนที่ทำสำริดจึงต้องหาแร่ทั้งสองชนิด ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 กรมศิลปากรร่วมกับพิพิธภัณฑ์เพนน์ทำโครงการโบราณโลหวิทยาในประเทศไทย นำโดย ดร.วินเซนต์ พิกอตต์ (Vincent Pigott) และ สุรพล นาถะพินธุ เพื่อตามหาแหล่งทองแดงโบราณ

แหล่งแรกคือภูโล้น ริมแม่น้ำโขงในจังหวัดเลย ซึ่งขุดค้นในปี พ.ศ. 2528 ที่นี่เป็นเหมืองทองแดงก่อนประวัติศาสตร์แห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการขุดค้น มีอายุในช่วงสหัสวรรษแรกก่อนคริสตกาล นักวิจัยเชื่อว่าผู้คนจากที่ห่างไกลตามลำน้ำโขงเดินทางขึ้นมาขุดแร่ที่นี่ และอุโมงค์เหมืองจำนวนมากอาจถล่มลงจนรูปร่างภูเขาเปลี่ยนไป

แหล่งที่สองคือหุบเขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในสามแหล่งผลิตทองแดงขั้นต้นที่รู้จักในภูมิภาค แหล่งสำคัญได้แก่ โนนป่าหวาย นิลกำแหง และโนนหมากลา ช่างโลหะที่นี่ถลุงแร่ทองแดงหลายชนิดร่วมกันในเตาเดียว และผลิตทองแดงเป็นปริมาณมากเพื่อส่งออกไปยังชุมชนอื่น

ส่วนดีบุกนั้นหลักฐานโดยตรงยังมีน้อยกว่าทองแดง นักวิชาการยังศึกษาต่อว่าดีบุกที่ใช้ในชุมชนอีสานและภาคกลางมาจากแหล่งใด สิ่งที่ชัดเจนคือการทำสำริดต้องอาศัยเครือข่ายแลกเปลี่ยนที่กว้างไกล ชุมชนแต่ละแห่งจึงไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว

05เกลือและเหล็กบนที่ราบสูงโคราช

ใต้ผืนดินของที่ราบสูงโคราชมีชั้นเกลือหินขนาดใหญ่ ในฤดูแล้งคราบเกลือจะขึ้นมาบนผิวดิน ผู้คนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์รู้จักขูดดินเค็มมากรองน้ำ แล้วต้มน้ำเกลือจนตกผลึก หลักฐานการผลิตเกลือขนาดใหญ่พบที่บ่อพันขัน ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด และในลุ่มน้ำสงคราม

นักโบราณคดีชาวญี่ปุ่น เออิจิ นิตตะ (Eiji Nitta) ศึกษาแหล่งผลิตเกลือและเหล็กในอีสาน เขาพบว่าเนินดินบางแห่งเกิดจากดินที่ทิ้งจากการทำเกลือซ้อนกันหลายช่วง และพบแหล่งถลุงเหล็กที่มีกลุ่มเตาซึ่งสร้างใหม่และใช้ซ้ำหลายครั้ง แสดงว่าการผลิตเหล็กบางแห่งทำเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

เกลือเป็นสิ่งจำเป็นในการถนอมอาหาร โดยเฉพาะปลาร้าและปลาเค็ม ส่วนเหล็กให้เครื่องมือทำนา อาวุธ และเครื่องใช้ที่แข็งแรงกว่าสำริด การควบคุมทรัพยากรทั้งสองชนิดจึงอาจเป็นแหล่งที่มาของอำนาจและความมั่งคั่งของผู้นำชุมชนในยุคเหล็ก

06ชุมชนคูน้ำคันดินแห่งยุคเหล็ก

หากมองจากภาพถ่ายทางอากาศ จะเห็นว่าในลุ่มแม่น้ำมูลมีเนินดินจำนวนมากที่ล้อมรอบด้วยคูน้ำและคันดินเป็นวงกลมหรือวงรี ชุมชนเหล่านี้รุ่งเรืองในยุคเหล็ก ราว 500 ปีก่อนคริสตกาลถึงราว ค.ศ. 600 การสำรวจด้วยภาพดาวเทียมพบชุมชนคูน้ำแห่งใหม่อีก 146 แห่ง ในลุ่มแม่น้ำมูล

นักวิชาการยังเห็นไม่ตรงกันว่าคูน้ำมีไว้ทำอะไร บางคนเห็นว่าใช้เก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งและทำนา บางคนเห็นว่าใช้ป้องกันการโจมตี หรืออาจใช้ทั้งสองอย่าง ที่บ้านโนนวัด ชุมชนยุคเหล็กมีคันดินและคูน้ำสองชั้น และมีลานทำงานโลหะราวสิบกว่าแห่ง

ไฮแอมเสนอว่ายุคเหล็กในลุ่มแม่น้ำมูลเป็นช่วงที่สังคมเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งประชากรเพิ่มขึ้น การค้าทางทะเลระหว่างอินเดียกับจีนขยายตัว และการใช้กำลังรุนแรงมากขึ้น ชุมชนคูน้ำบางแห่งยังมีคนอยู่ต่อเนื่องมาถึงสมัยที่สร้างปราสาทอิฐแบบเขมร

07กลองมโหระทึกและการติดต่อกับโลกภายนอก

กลองมโหระทึกสำริดเป็นสัญลักษณ์สำคัญของยุคโลหะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลองแบบนี้นักวิชาการเรียกว่าเฮเกอร์ประเภทที่ 1 หรือกลองดองซอน ตามชื่อวัฒนธรรมในเวียดนามเหนือ ผลิตตั้งแต่ราว 600 ปีก่อนคริสตกาลหรือก่อนหน้านั้น จนถึงราวคริสต์ศตวรรษที่ 3 พบแล้วกว่า 200 ใบ กระจายตั้งแต่จีนตอนใต้ถึงอินโดนีเซียตะวันออก

ในประเทศไทย แหล่งที่มีชื่อเสียงคือถ้ำองบะ ริมแม่น้ำแควใหญ่ตอนบน จังหวัดกาญจนบุรี คณะสำรวจไทย-เดนมาร์กสำรวจถ้ำนี้ในช่วง พ.ศ. 2503–2505 พบกลองมโหระทึกหลายใบวางอยู่ใกล้โลงไม้รูปเรือ ซึ่งน่าจะบรรจุศพของบุคคลชั้นสูง แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ระบุจำนวนกลองไม่ตรงกัน บางแหล่งว่าสี่ใบ บางแหล่งว่าหกใบ

ถ่านจากโลงไม้ที่ถูกเผาในถ้ำองบะให้ค่าอายุราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล กลองเหล่านี้น่าจะเป็นของมีค่าที่เดินทางมาตามเส้นทางแลกเปลี่ยนจากทางเหนือ และใช้เป็นเครื่องแสดงฐานะของผู้นำ การพบกลองร่วมกับหลุมศพชั้นสูงจึงสะท้อนว่าสังคมยุคเหล็กมีการแบ่งชนชั้นชัดเจน

08ภาพเขียนบนผาและก้าวสู่รัฐยุคแรก

ผู้คนยุคโลหะยังทิ้งงานศิลปะไว้บนผาหิน ที่ผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีภาพเขียนสีบนหน้าผาเหนือแม่น้ำโขง กลุ่มที่ยาวที่สุดยาวราว 180 เมตร มีภาพมากกว่า 300 ภาพ เช่น คน ฝ่ามือ ปลาขนาดใหญ่ซึ่งอาจเป็นปลาบึก และเครื่องมือจับปลา อายุของภาพมักประเมินกันว่าราว 3,000–4,000 ปี แต่ตัวเลขยังต่างกันไปตามแหล่งข้อมูล ทีมจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งมีศรีศักร วัลลิโภดม ร่วมอยู่ด้วย สำรวจพบเมื่อ พ.ศ. 2524

ที่เขาปลาร้า อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี มีภาพเขียนสีแดงและดำบนผนังผาสูงชัน เป็นภาพคนและสัตว์หลายชนิด เช่น สุนัข ไก่ เต่า กบ กวาง และวัว อายุโดยประมาณราว 3,000–5,000 ปี ภาพบางภาพดูเหมือนบันทึกพิธีกรรมและการเลี้ยงสัตว์ของชุมชนเกษตรกรรม

เมื่อถึงปลายยุคเหล็ก ชุมชนในดินแดนไทยมีครบทั้งการทำนาขนาดใหญ่ การผลิตโลหะและเกลือ เครือข่ายการค้าที่กว้างไกล และผู้นำที่มีฐานะเหนือคนอื่น เมื่อการค้าทางทะเลกับอินเดียและจีนขยายตัว ความคิดเรื่องศาสนา อักษร และการปกครองแบบใหม่ก็หลั่งไหลเข้ามา ชุมชนคูน้ำหลายแห่งจึงค่อย ๆ เติบโตเป็นเมืองในยุคทวารวดีและบ้านเมืองยุคแรกเริ่มที่ตามมา

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราว 1650–1250 ปีก่อน ค.ศ.ไก่บ้านที่บ้านโนนวัด

กระดูกไก่บ้านที่เก่าที่สุดเท่าที่รู้จัก

ราว 2000 ปีก่อน ค.ศ. (ข้อเสนอของไวท์)สำริดยุคแรกที่บ้านเชียง

ลำดับเวลาแบบยาวจากการหาอายุเศษข้าวและเนื้อดินภาชนะ

ราว 1050–1000 ปีก่อน ค.ศ. (ข้อเสนอของไฮแอม)เริ่มยุคสำริด

ผลจากบ้านโนนวัดและกระดูกมนุษย์ที่บ้านเชียง

สหัสวรรษแรกก่อน ค.ศ.เหมืองทองแดงภูโล้นและการถลุงที่วงพระจันทร์

การผลิตทองแดงขนาดใหญ่ในเลยและลพบุรี

ราว 420 ปีก่อน ค.ศ.เริ่มยุคเหล็กที่บ้านโนนวัด

ชุมชนสร้างคูน้ำคันดินและผลิตเหล็ก

ราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 ก่อน ค.ศ.โลงไม้และกลองมโหระทึกที่ถ้ำองบะ

หลุมศพชั้นสูงในกาญจนบุรี

ราว 500 ปีก่อน ค.ศ.–ค.ศ. 600ชุมชนคูน้ำรุ่งเรือง

ชุมชนคูน้ำคันดินกระจายทั่วลุ่มแม่น้ำมูล

พ.ศ. 2509ค.ศ. 1966สตีฟ ยัง พบบ้านเชียง

สะดุดรากต้นงิ้วและเห็นไหเขียนสี

พ.ศ. 2517–2518ค.ศ. 1974–1975ขุดค้นบ้านเชียง

กรมศิลปากรร่วมกับพิพิธภัณฑ์เพนน์

พ.ศ. 2524ค.ศ. 1981สำรวจพบภาพเขียนสีผาแต้ม

ทีมมหาวิทยาลัยศิลปากร

พ.ศ. 2535ค.ศ. 1992บ้านเชียงเป็นมรดกโลก

ยูเนสโกขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง

พ.ศ. 2545ค.ศ. 2002เริ่มขุดค้นบ้านโนนวัด

พบหลุมศพ 640 หลุม รวมถึงหลุมศพชั้นสูงยุคสำริด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ลายเขียนสีที่โด่งดังมาทีหลัง

ภาชนะลายเขียนสีแดงบนพื้นสีนวลซึ่งเป็นภาพจำของบ้านเชียง จริง ๆ แล้วอยู่ในช่วงปลายของแหล่ง ราว 300 ปีก่อน ค.ศ. ถึง ค.ศ. 300 ส่วนภาชนะยุคแรกเป็นแบบสีดำมีลายขูดขีด

รู้หรือไม่: ภูเขาที่ถล่มเพราะเหมือง

นักวิจัยเสนอว่ารูปร่างของภูโล้นในจังหวัดเลยเปลี่ยนไป เพราะอุโมงค์เหมืองทองแดงโบราณที่ขุดกันเป็นร่างแหทรุดตัวลงภายใต้น้ำหนักของดินด้านบน

รู้หรือไม่: หลุมศพที่เปิดให้ชม

ทั้งบ้านเชียงและบ้านปราสาทมีหลุมขุดค้นที่เก็บโครงกระดูกและภาชนะไว้ในตำแหน่งเดิม ผู้มาเยือนจึงเห็นได้ว่านักโบราณคดีพบหลักฐานในสภาพอย่างไร

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Ban Chiang Archaeological Site - UNESCO World Heritage Centre
  2. Charles Higham: The dating game and the saga of Ban Chiang - World Archaeology
  3. Ban Chiang Chronology - ISEAA
  4. Ban Non Wat - Wikipedia
  5. Thailand's Bronze Age superburials - World Archaeology
  6. Thailand Archaeometallurgy Project - Penn Museum
  7. Moated sites of the Iron Age in the Mun River Valley (O'Reilly & Scott) - ANU
  8. Noen U-Loke - Physical Anthropology in Thailand (SAC)
  9. Journal of the Siam Society vol. 77 reviews (Sørensen, Archaeological Excavations in Thailand: Ongbah Cave)
  10. ภาพเขียนสีผาแต้ม - ศิลปวัฒนธรรม

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา