ยุครัฐโบราณ · บุคคลสำคัญ

พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2

ครองราชย์ราว พ.ศ. 1656–1693 (ค.ศ. 1113–1150)

กษัตริย์เขมรผู้สร้างนครวัด ผู้มีภาพขบวนเสียมกุกอยู่ในปราสาทของพระองค์ และมีเครือญาติปกครองดินแดนพนมรุ้ง

ครองราชย์ราว พ.ศ. 1656–1693 (ค.ศ. 1113–1150)
ราชวงศ์มหิธรปุระ ซึ่งมีรากเหง้าในลุ่มแม่น้ำมูลแถบพิมาย
ศาสนาไวษณพนิกาย บูชาพระวิษณุเป็นหลัก
ผลงานเด่นนครวัด บันทายสำเหร่ ธมมานนท์ เจ้าสายเทวดา และส่วนสำคัญของปราสาทพระวิหาร
เชื่อมกับดินแดนไทยภาพสลักเสียมกุกและขบวนละโว้ที่นครวัด และนเรนทราทิตย์ผู้สร้างปรางค์ประธานพนมรุ้ง
พระนามหลังสวรรคตบรมวิษณุโลก
ชื่อเดิมของนครวัดวฺระวิษฺณุโลก หรือปรมวิษณุโลก
ราชครูทิวากรบัณฑิต พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีราชาภิเษก

01ภูมิหลัง: เจ้าชายหนุ่มผู้ชิงบัลลังก์

ปลายพุทธศตวรรษที่ 17 อาณาจักรเขมรแตกแยก มีผู้ปกครองหลายกลุ่มแย่งอำนาจกัน ราชวงศ์ที่ขึ้นมาครองเมืองพระนครในเวลานั้นคือราชวงศ์มหิธรปุระ ซึ่งมีรากเหง้าอยู่ในลุ่มแม่น้ำมูลแถบพิมาย ในดินแดนที่เป็นอีสานของไทยทุกวันนี้

เจ้าชายสุริยวรมันเป็นเชื้อสายของราชวงศ์นี้ ตามวิกิพีเดียภาษาไทย พระบิดาคือกษิตินทราทิตย์และพระมารดาคือนเรนทรลักษมี เมื่อพระชนมายุยังน้อย พระองค์ยกกำลังเข้าโค่นพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 ซึ่งเป็นพระญาติผู้ใหญ่ แล้วขึ้นครองราชย์ราว พ.ศ. 1656 (ค.ศ. 1113)

พิธีราชาภิเษกมีพราหมณ์ชื่อทิวากรบัณฑิตเป็นผู้ประกอบพิธี และมีการทำพิธีซ้ำอีกครั้งใน พ.ศ. 1662 (ค.ศ. 1119) หลังจากพระองค์รวบรวมอาณาจักรที่แตกแยกให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวได้

แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่

02ทิวากรบัณฑิต: พราหมณ์เบื้องหลังราชบัลลังก์

บุคคลที่มีบทบาทมากที่สุดในช่วงต้นรัชกาลคือพราหมณ์ทิวากรบัณฑิต ซึ่งมีชีวิตอยู่ราว ค.ศ. 1040 ถึงราว ค.ศ. 1120 ท่านเป็นผู้ประกอบพิธีราชาภิเษกให้กษัตริย์เขมรมาแล้วหลายพระองค์ก่อนหน้า การที่พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ซึ่งยังทรงพระเยาว์ได้รับการรับรองจากพราหมณ์อาวุโสผู้นี้ จึงช่วยให้การยึดอำนาจจากพระญาติผู้ใหญ่ดูชอบธรรมในสายตาของชนชั้นนำ

ข้อมูลประวัติของพระองค์ระบุว่าพระองค์ประสูติราว ค.ศ. 1094 หรือ 1098 หมายความว่าตอนขึ้นครองราชย์ใน ค.ศ. 1113 พระองค์มีพระชนมายุเพียงราว 15 ถึง 19 พรรษา บางแหล่งเล่าว่าพระองค์เข้าต่อสู้กับพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 โดยตรงและได้ชัยชนะ แต่รายละเอียดของเหตุการณ์มาจากจารึกที่เขียนยกย่องฝ่ายผู้ชนะ จึงควรอ่านอย่างระมัดระวัง

จารึกที่ปราสาทพระวิหารเล่าว่าพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 พระราชทานสิ่งของมีค่าแก่ทิวากรบัณฑิต เช่น ฉัตรขาว ขันทองคำ และช้าง ส่วนพราหมณ์ผู้นี้ได้ถวายรูปพระศิวะนาฏราชทองคำไว้ที่ปราสาท และมีข้อมูลระบุว่าการสร้างนครวัดก็เกิดจากคำแนะนำของท่าน แสดงว่านักบวชในราชสำนักไม่ได้มีหน้าที่ทางพิธีกรรมอย่างเดียว แต่มีส่วนกำหนดโครงการใหญ่ของแผ่นดินด้วย

ในขบวนทัพยาวเหยียดบนผนังนครวัด มีทหารกลุ่มหนึ่งที่จารึกเรียกว่าพวกสยาม เป็นหนึ่งในร่องรอยแรก ๆ ของชื่อที่วันหนึ่งจะกลายเป็นชื่อประเทศ

03นครวัด: ศาสนสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ผลงานที่ทำให้พระองค์เป็นที่รู้จักทั่วโลกคือนครวัด ปราสาทที่สร้างถวายพระวิษณุ การก่อสร้างเริ่มในรัชกาลของพระองค์และน่าจะเสร็จหลังพระองค์สวรรคต พื้นที่ทั้งหมดราว 162.6 เฮกตาร์ และระเบียงคดมีภาพสลักนูนต่ำรวมพื้นที่เกือบ 1,000 ตารางเมตร

นครวัดหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ต่างจากปราสาทเขมรส่วนใหญ่ที่หันไปทางตะวันออก นักวิชาการบางคนตีความว่าปราสาทนี้อาจทำหน้าที่เป็นที่ประดิษฐานพระศพหรือพระอัฐิของกษัตริย์ด้วย

น่าสนใจว่าไม่มีจารึกก่อตั้งที่ระบุว่าใครสร้างนครวัด นักวิชาการรู้ได้จากชื่อในภาพสลัก ซึ่งเรียกกษัตริย์ในภาพว่าบรมวิษณุโลก และเมื่อเทียบกับจารึกอื่น ๆ ก็สรุปได้ว่านี่คือพระนามหลังสวรรคตของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2

นอกจากนครวัด พระองค์ยังสร้างหรือสร้างต่อปราสาทอีกหลายแห่ง เช่น บันทายสำเหร่ ธมมานนท์ เจ้าสายเทวดา และบึงมาลา รวมทั้งส่วนสำคัญของปราสาทพระวิหารบนเทือกเขาพนมดงรัก

04แผนผังนครวัด: จักรวาลที่สร้างด้วยหิน

นครวัดมีชื่อเดิมว่า วฺระวิษฺณุโลก หรือปรมวิษณุโลก แปลว่าที่ประทับอันศักดิ์สิทธิ์ของพระวิษณุ ตัวปราสาทล้อมรอบด้วยคูน้ำกว้างราว 190 เมตร ยาวรอบรวมกว่า 5 กิโลเมตร กำแพงชั้นนอกมีขนาดราว 1,024 x 802 เมตร ภายในเป็นระเบียงคดซ้อนกันสามชั้น ยกระดับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงยอดปรางค์ประธานที่สูงจากพื้นดินราว 65 เมตร

ปรางค์ห้ายอดที่เรียงแบบจุดศูนย์กลางและสี่มุม เป็นสัญลักษณ์ของยอดเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นแกนของจักรวาล ส่วนคูน้ำรอบปราสาทแทนมหาสมุทรที่ล้อมโลกไว้ ผู้ที่เดินจากทางเข้าด้านตะวันตกไปยังปรางค์ประธานจึงเหมือนได้เดินทางจากโลกมนุษย์ขึ้นสู่สวรรค์ของพระวิษณุ

หินทรายที่ใช้มาจากเทือกเขาพนมกุเลนซึ่งอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 40 กิโลเมตร คาดว่าใช้หินราว 5 ถึง 10 ล้านก้อน แต่ละก้อนหนักได้ถึงราว 1.5 ตัน นักวิจัยพบร่องรอยคลองยาวราว 35 กิโลเมตร ที่น่าจะใช้ล่องหินจากแหล่งตัดมายังที่ก่อสร้าง

แหล่งข้อมูลบางแห่งระบุว่าการก่อสร้างเริ่มราว พ.ศ. 1665 (ค.ศ. 1122) ส่วนการแล้วเสร็จยังเห็นต่างกัน บางแหล่งว่าเสร็จราวปีที่พระองค์สวรรคต บางแหล่งว่างานประดับบางส่วนยังทำต่อในรัชกาลถัดมา นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่พบว่าในวันวสันตวิษุวัตและศารทวิษุวัต ดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงยอดปรางค์ประธานเมื่อมองจากทางเดินด้านตะวันตก ซึ่งนักวิชาการหลายคนเชื่อว่าเป็นการออกแบบโดยตั้งใจ

05อ่านภาพสลักบนระเบียงคด

ระเบียงคดชั้นนอกของนครวัดเป็นเหมือนหนังสือภาพยาวต่อเนื่องหลายร้อยเมตร ด้านตะวันตกเล่าเรื่องสงครามกรุงลงกาจากรามายณะ และสงครามทุ่งกุรุเกษตรจากมหาภารตะ ด้านเหนือแสดงชัยชนะของพระกฤษณะเหนืออสูรพาณะ

ด้านตะวันออกมีภาพที่มีชื่อเสียงที่สุด คือการกวนเกษียรสมุทร เทวดาและอสูรช่วยกันดึงพญานาควาสุกิที่พันรอบเขามันทระ เพื่อกวนมหาสมุทรน้ำนมให้เกิดน้ำอมฤต โดยมีพระวิษณุอยู่ตรงกลางคอยควบคุม ภาพนี้สอดคล้องกับการที่ปราสาทสร้างถวายพระวิษณุ

ด้านใต้มีสองเรื่อง ส่วนแรกเป็นขบวนเสด็จของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ซึ่งพระองค์ประทับบนแท่นที่ประดับงดงาม สวมมงกุฎยอดแหลม มีข้าราชบริพารถือฉัตรและพัด ข้อมูลประวัติของพระองค์ระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่กษัตริย์เขมรถูกสลักเป็นภาพบุคคล ส่วนที่สองแสดงการพิพากษาวิญญาณ มีสวรรค์ 37 ชั้นและนรก 32 ขุม

นอกจากภาพเล่าเรื่อง ผนังปราสาทยังมีรูปเทวดานางฟ้ายืนอยู่มากกว่า 1,700 รูป แต่ละรูปแต่งผม เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับไม่ซ้ำกัน นักวิชาการใช้รายละเอียดเหล่านี้ศึกษาแฟชั่นและเครื่องประดับของราชสำนักเขมรในพุทธศตวรรษที่ 17

06สงครามและการทูต

พระองค์ทำสงครามบ่อยครั้ง ใน พ.ศ. 1671 (ค.ศ. 1128) ทรงนำทัพราว 20,000 คนบุกไดเวียดในเวียดนามตอนเหนือแต่พ่ายแพ้ ปีต่อมาส่งเรือกว่า 700 ลำไปโจมตีชายฝั่ง และร่วมกับจามปาบุกไดเวียดอีกหลายครั้ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

ใน พ.ศ. 1688 (ค.ศ. 1145) กองทัพเขมรบุกจามปาและยึดเมืองวิชัยได้ ส่วนการศึกครั้งสุดท้ายราว พ.ศ. 1693 (ค.ศ. 1150) จบลงอย่างเลวร้าย เพราะทหารป่วยด้วยโรคระบาดระหว่างทาง

ด้านการทูต พระองค์ฟื้นความสัมพันธ์กับราชสำนักซ่งของจีนใน พ.ศ. 1659 (ค.ศ. 1116) และส่งทูตอีกหลายครั้ง จนใน พ.ศ. 1671 (ค.ศ. 1128) จักรพรรดิจีนยกย่องพระองค์ในฐานะประเทศราชคนสำคัญ

07บทบาทต่อดินแดนไทย: เสียมกุกและขบวนละโว้

ภาพสลักที่ระเบียงคดด้านทิศใต้ของนครวัดเป็นภาพประวัติศาสตร์เพียงภาพเดียวในปราสาท แสดงขบวนแห่ของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 พร้อมขุนนางและกองทัพจากเมืองต่าง ๆ แต่ละกลุ่มมีจารึกสั้น ๆ บอกชื่อ

กลุ่มหนึ่งมีจารึกว่า เนะ สยำ กุก ซึ่งแปลได้ว่า นี่คือพวกสยาม ทหารกลุ่มนี้แต่งกายต่างจากทหารเขมร นุ่งผ้ายาวมีชายพลิ้วเป็นริ้ว ภาพนี้จึงเป็นหลักฐานเก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งที่กล่าวถึงคำว่าสยาม

ในภาพเดียวกันยังมีขบวนจากละโว้แยกอยู่อีกกลุ่ม จารึกระบุว่านำโดยเจ้านายชื่อศรีชยสิงหวรมัน แสดงว่าในรัชกาลนี้ละโว้ยังอยู่ในเครือข่ายของเมืองพระนคร และพวกสยามในภาพเป็นคนละกลุ่มกับชาวละโว้

คนสยามในภาพมาจากไหนยังเป็นข้อถกเถียง นักวิชาการตะวันตกยุคแรกเคยเชื่อว่ามาจากสุโขทัย ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นในเวลานั้น จิตร ภูมิศักดิ์เสนอว่ามาจากลุ่มน้ำกก สุจิตต์ วงษ์เทศเสนอว่ามาจากแอ่งสกลนครและลุ่มน้ำโขง ขณะที่อีกความเห็นหนึ่งโยงพวกเขากับลุ่มน้ำมูลแถบนครราชสีมา

08พนมรุ้งและนเรนทราทิตย์

อีกจุดเชื่อมสำคัญกับดินแดนไทยอยู่ที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ปรางค์ประธานหินทรายสีชมพูที่เห็นในวันนี้สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 17 ร่วมสมัยกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2

จารึกที่พนมรุ้งกล่าวถึงนเรนทราทิตย์ เจ้านายในราชวงศ์มหิธรปุระผู้ปกครองดินแดนแถบนี้ และเป็นเครือญาติของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่านเรนทราทิตย์เป็นผู้สร้างปรางค์ประธาน และภายหลังได้บำเพ็ญตนเป็นโยคีอยู่ที่พนมรุ้ง

จารึกปราสาทพนมรุ้งหลักที่ 7 เขียนด้วยภาษาสันสกฤต สรรเสริญความกล้าหาญและความรู้ของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และกล่าวถึงสายตระกูลของพระองค์ แต่ข้อความบางด้านก็ยังไม่ชัดว่ายกย่องพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 หรือนเรนทราทิตย์ ความสัมพันธ์ทางเครือญาติที่แน่นอนระหว่างทั้งสองจึงยังตีความต่างกันไป

09นครวัดหลังยุคผู้สร้าง

ราว พ.ศ. 1720 (ค.ศ. 1177) กองทัพจามบุกเข้าปล้นเมืองพระนคร ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างราชธานีใหม่ที่นครธม นครวัดไม่ได้ถูกทิ้งร้าง แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นวัดในพุทธศาสนา ตั้งแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 มีการนำพระพุทธรูปเข้าไปประดิษฐานแทนรูปเคารพฮินดู และพระสงฆ์เถรวาทใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมสืบมา

นครวัดจึงมีผู้มาเยือนอยู่เสมอ ราว พ.ศ. 2129 (ค.ศ. 1586) นักบวชชาวโปรตุเกสชื่ออันโตนิโอ ดา มาดาเลนา บันทึกว่าได้เห็นปราสาทนี้ ใน พ.ศ. 2175 (ค.ศ. 1632) ผู้แสวงบุญชาวญี่ปุ่นชื่อโมริโมโตะ อุกนดายุ คาซุฟุสะ จารึกไว้ว่ามาฉลองปีใหม่เขมรที่นี่ แต่ชื่อเสียงในโลกตะวันตกมาจากบันทึกการเดินทางของนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส อองรี มูโอต์ ที่มาเยือนราว พ.ศ. 2403 (ค.ศ. 1860)

ระหว่าง พ.ศ. 2155 ถึง 2175 (ค.ศ. 1612–1632) ผู้แสวงบุญชาวญี่ปุ่นทิ้งจารึกไว้ที่นครวัดอย่างน้อย 14 แห่ง เพราะเชื่อว่าที่นี่คือสวนเชตวันของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันนครวัดเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกเมืองพระนครซึ่งกินพื้นที่ราว 400 ตารางกิโลเมตร และเคยอยู่ในบัญชีมรดกโลกที่อยู่ในภาวะอันตรายระหว่าง พ.ศ. 2535 ถึง 2547 (ค.ศ. 1992–2004)

งานอนุรักษ์อย่างเป็นระบบเริ่มเมื่อสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพทิศ (EFEO) ตั้งหน่วยอนุรักษ์เมืองพระนครใน พ.ศ. 2451 (ค.ศ. 1908) ระหว่าง พ.ศ. 2529 ถึง 2535 (ค.ศ. 1986–1992) กรมสำรวจโบราณคดีอินเดียเข้ามาบูรณะ และตั้งแต่ พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) มีคณะกรรมการประสานงานนานาชาติดูแลการอนุรักษ์ร่วมกับหลายประเทศ รวมทั้งโครงการของเยอรมนีที่เน้นอนุรักษ์ภาพเทวดาและภาพสลักนูนต่ำ

10การสวรรคตและมรดก

พระองค์สวรรคตราว พ.ศ. 1693 (ค.ศ. 1150) แต่บางแหล่งเสนอว่าอาจเร็วกว่านั้น รายละเอียดการสวรรคตไม่ชัดเจน อาจเกิดระหว่างการศึกครั้งสุดท้าย ผู้สืบราชสมบัติคือพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 ผู้เป็นพระญาติ และเป็นพระบิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

นครวัดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกใน พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) ภาพปราสาทนี้ยังอยู่บนธงชาติกัมพูชา สำหรับคนไทย รัชกาลนี้ให้หลักฐานชั้นต้นที่หายากว่าคนที่เรียกว่าสยามมีตัวตนอยู่แล้วในพุทธศตวรรษที่ 17 และยังช่วยอธิบายว่าทำไมปราสาทหินงดงามอย่างพนมรุ้งจึงเกิดขึ้นในอีสาน

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราว พ.ศ. 1656ค.ศ. 1113ขึ้นครองราชย์

โค่นพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 มีทิวากรบัณฑิตทำพิธี

พ.ศ. 1657ค.ศ. 1114ส่งอัญมณีถวายราชสำนักโจฬะ

ถวายพระเจ้ากุโลตตุงคะโจฬะที่ 1

พ.ศ. 1659ค.ศ. 1116ฟื้นความสัมพันธ์กับจีน

ส่งคณะทูตไปราชสำนักซ่ง

พ.ศ. 1662ค.ศ. 1119ราชาภิเษกซ้ำ

หลังรวบรวมอาณาจักรได้

ราว พ.ศ. 1665ค.ศ. 1122เริ่มสร้างนครวัด (ตามบางแหล่ง)

สร้างถวายพระวิษณุ

พ.ศ. 1671ค.ศ. 1128ยกทัพบุกไดเวียด

ทหารราว 20,000 คน แต่พ่ายแพ้

พ.ศ. 1672ค.ศ. 1129ส่งเรือกว่า 700 ลำโจมตีไดเวียด

ไม่ประสบผล

พุทธศตวรรษที่ 17นเรนทราทิตย์สร้างปรางค์ประธานพนมรุ้ง

เครือญาติในราชวงศ์มหิธรปุระ

พ.ศ. 1688ค.ศ. 1145ยึดเมืองวิชัยของจามปา

ราว พ.ศ. 1693ค.ศ. 1150สวรรคต

ได้รับพระนามบรมวิษณุโลก

พ.ศ. 1720ค.ศ. 1177จามปาปล้นเมืองพระนคร

นำไปสู่การสร้างนครธม

พ.ศ. 2403ค.ศ. 1860อองรี มูโอต์ เยือนนครวัด

ทำให้โลกตะวันตกรู้จักปราสาทนี้

พ.ศ. 2451ค.ศ. 1908EFEO ตั้งหน่วยอนุรักษ์เมืองพระนคร

เริ่มงานอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ

พ.ศ. 2535ค.ศ. 1992นครวัดเป็นมรดกโลก

ส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกเมืองพระนคร

ภาพอ้างอิงดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้

ภาพถ่ายและภาพเหมือนของบุคคลนี้มีอยู่ในคลังภาพสาธารณะที่ระบุผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตทุกภาพ แตะเพื่อเปิดดูในแท็บใหม่

ถ้าจะนำภาพไปใช้ต่อ ให้ระบุชื่อผู้ถ่ายและสัญญาอนุญาตตามที่หน้าภาพกำหนด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ชื่อในภาพสลัก

นักวิชาการรู้ว่าใครสร้างนครวัดจากพระนามบรมวิษณุโลกที่สลักกำกับภาพกษัตริย์ เพราะไม่มีจารึกก่อตั้งปราสาทหลงเหลือ

รู้หรือไม่: สยามกับละโว้คนละขบวน

ภาพสลักที่นครวัดแยกพวกสยามกับทหารละโว้ไว้คนละกลุ่ม แสดงว่าในพุทธศตวรรษที่ 17 คนเขมรมองว่าทั้งสองเป็นคนละพวกกัน

รู้หรือไม่: กษัตริย์จากที่ราบสูงโคราช

ราชวงศ์มหิธรปุระของพระองค์มีรากเหง้าในลุ่มแม่น้ำมูลแถบพิมาย ผู้สร้างนครวัดจึงมีบรรพบุรุษจากดินแดนที่เป็นอีสานในปัจจุบัน

รู้หรือไม่: ผู้แสวงบุญญี่ปุ่น

ใน พ.ศ. 2175 (ค.ศ. 1632) ผู้แสวงบุญชาวญี่ปุ่นชื่อโมริโมโตะ อุกนดายุ คาซุฟุสะ ทิ้งจารึกไว้ที่นครวัดว่ามาฉลองปีใหม่ที่นี่ ผู้แสวงบุญญี่ปุ่นยุคนั้นเชื่อว่านครวัดคือเชตวันมหาวิหารของพระพุทธเจ้า

ถาม-ตอบคำถามที่พบบ่อย

ใครเป็นผู้สร้างนครวัด
พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เป็นผู้โปรดให้สร้าง แม้จะไม่มีจารึกก่อตั้งปราสาท นักวิชาการรู้ได้จากพระนามบรมวิษณุโลกที่กำกับภาพกษัตริย์ในระเบียงคดด้านใต้ ซึ่งตรงกับพระนามหลังสวรรคตของพระองค์
ทำไมนครวัดหันหน้าไปทางตะวันตก
มีสองคำอธิบายหลัก ข้อแรกคือทิศตะวันตกสัมพันธ์กับพระวิษณุซึ่งเป็นเทพประธาน ข้อที่สองคือปราสาทอาจทำหน้าที่เป็นสุสานหรือที่ประดิษฐานพระอัฐิของกษัตริย์ด้วย นักวิชาการยังไม่ได้ข้อยุติ
เสียมกุกในภาพสลักคือบรรพบุรุษของคนไทยหรือไม่
ภาพนี้เป็นหลักฐานยุคแรกของคำว่าสยาม แต่ยังเถียงกันว่าคนกลุ่มนี้มาจากไหน มีทั้งความเห็นว่ามาจากลุ่มน้ำกก แอ่งสกลนคร หรือลุ่มน้ำมูล และคำว่าสยามในยุคนั้นอาจหมายถึงกลุ่มคนที่หลากหลายกว่าคนไทยในความหมายปัจจุบัน
พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เคยมาดินแดนไทยหรือไม่
ไม่มีหลักฐานว่าพระองค์เสด็จมาเอง แต่ราชวงศ์ของพระองค์มีรากเหง้าแถบพิมาย ภาพสลักแสดงขบวนจากละโว้ในกองทัพ และจารึกพนมรุ้งกล่าวถึงพระองค์ จึงเห็นได้ว่าดินแดนอีสานและลุ่มเจ้าพระยาอยู่ในเครือข่ายอำนาจของพระองค์
พระองค์สวรรคตอย่างไร
ไม่มีหลักฐานชัดเจน ทราบเพียงว่าราว พ.ศ. 1693 (ค.ศ. 1150) การศึกกับไดเวียดและจามปาจบลงอย่างเลวร้ายเพราะโรคระบาด พระองค์อาจสวรรคตระหว่างการศึกหรือที่เมืองพระนคร
หินที่สร้างนครวัดมาจากไหน
มาจากเทือกเขาพนมกุเลนซึ่งอยู่ห่างไปราว 40 กิโลเมตร งานวิจัยพบร่องรอยคลองยาวราว 35 กิโลเมตรที่น่าจะใช้ขนหินทางน้ำ

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Suryavarman II (Wikipedia)
  2. พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (วิกิพีเดีย)
  3. Angkor Wat (Wikipedia)
  4. เรารู้ได้ไงว่าพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เป็นผู้สถาปนานครวัด (ศิลปวัฒนธรรม)
  5. จารึกขบวนเกียรติยศที่ปราสาทนครวัด นอกจากเสียมกุก มีอะไรอีกบ้าง (ศิลปวัฒนธรรม)
  6. เสียมกุก ชาวสยามจากแอ่งสกลนคร (ศิลปวัฒนธรรม)
  7. จารึกปราสาทหินพนมรุ้ง 7 (ฐานข้อมูลจารึก ศมส.)
  8. ปราสาทพนมรุ้ง (วิกิพีเดีย)
  9. Phnom Rung Temple (Angkorpedia)
  10. Preah Vihear Temple (Wikipedia)
  11. Angkor (UNESCO World Heritage Centre)
  12. Ukondayu Kazufusa (Wikipedia)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา