ยุครัฐโบราณ · สารานุกรม

ตามพรลิงค์

ราวพุทธศตวรรษที่ 15–19 (คริสต์ศตวรรษที่ 10–13)

รัฐการค้าบนชายฝั่งอ่าวไทยแถบนครศรีธรรมราช ที่อยู่ระหว่างอิทธิพลของศรีวิชัยกับเขมร ก่อนจะรุ่งเรืองถึงขีดสุดในสมัยพระเจ้าจันทรภาณุ และกลายเป็นนครศรีธรรมราชในเวลาต่อมา

ศูนย์กลางบริเวณนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน ฝั่งอ่าวไทย
ชื่อในเอกสารจีนตันหลิวเหมย และตันหม่าหลิง
ส่งทูตไปจีนพ.ศ. 1544, 1559 และ 1613 (ค.ศ. 1001, 1016 และ 1070)
ในจารึกทมิฬมาทมาลิงคัม เมืองที่กองทัพโจฬะตีได้ราว พ.ศ. 1568 (ค.ศ. 1025)
กษัตริย์ที่โดดเด่นพระเจ้าจันทรภาณุ ศรีธรรมราช จารึก พ.ศ. 1773 (ค.ศ. 1230)
ผู้สืบทอดนครศรีธรรมราช ศูนย์กลางพุทธศาสนาแบบลังกาของภาคใต้

01ชื่อที่ยังแปลไม่ลงตัว

ตามพรลิงค์เป็นชื่อรัฐโบราณบนคาบสมุทรภาคใต้ที่ปรากฏทั้งในจารึกภาษาสันสกฤต จารึกทมิฬ และเอกสารจีน คำอธิบายที่แพร่หลายที่สุดมาจากภาษาสันสกฤต โดยแยกเป็นตามร ที่แปลว่าทองแดง กับลิงค์ ที่หมายถึงศิวลึงค์ สัญลักษณ์ของพระศิวะ รวมแล้วแปลได้ว่าลึงค์สีทองแดง

แต่ก็มีความเห็นอื่น มนตรี ศรีบุษรา เสนอผ่านนิตยสารศิลปวัฒนธรรมว่า ชื่อนี้อาจมาจากคำเขมรที่หมายถึงเมืองที่มีธรรมเป็นขวัญ ก่อนจะถูกแปลงเป็นภาษาสันสกฤตว่าศิริธรรมนคร แล้วกลายเป็นนครศรีธรรมราชในที่สุด ข้อเสนอนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับกว้างขวาง แต่ชวนให้คิดว่าชื่อเมืองนครศรีธรรมราชกับตามพรลิงค์อาจมีรากเดียวกัน

ตามพรลิงค์มีศูนย์กลางอยู่บริเวณนครศรีธรรมราช บนสันทรายริมอ่าวไทย ทำเลนี้เหมาะกับการเป็นเมืองท่า เรือสินค้าที่แล่นระหว่างจีนกับช่องแคบมะละกาแวะพักได้สะดวก และยังเชื่อมกับเส้นทางข้ามคาบสมุทรไปสู่ทะเลอันดามัน

แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่

02ทูตสู่ราชสำนักซ่ง

ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11 ตามพรลิงค์เริ่มติดต่อกับจีนโดยตรง เอกสารสมัยราชวงศ์ซ่งเรียกรัฐนี้ว่าตันหลิวเหมย และบันทึกว่าส่งทูตไปใน พ.ศ. 1544 (ค.ศ. 1001) ตามด้วยคณะต่อมาใน พ.ศ. 1559 และ 1613 (ค.ศ. 1016 และ 1070) การส่งทูตเองแสดงว่าตามพรลิงค์มีฐานะพอจะเจรจาการค้ากับจีนในนามของตน

โอ. ดับเบิลยู. โวลเตอร์ส ศึกษาบันทึกเหล่านี้และพบว่า เอกสารซ่งให้ภาพตามพรลิงค์ค่อนข้างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13 นักวิชาการบางท่านยังตั้งข้อสังเกตว่า ในสายตาจีนช่วงหลัง ค.ศ. 1000 ตามพรลิงค์อยู่ใกล้ชิดกับวงอำนาจของกัมพูชา

อย่างไรก็ดี นักวิชาการยังเถียงกันว่าชื่อจีนทุกชื่อหมายถึงรัฐเดียวกันหรือไม่ เพราะการถอดเสียงชื่อต่างประเทศในเอกสารจีนมักเปลี่ยนไปตามยุคและผู้บันทึก

ตามพรลิงค์เป็นรัฐเล็กที่อยู่กลางวงล้อมของมหาอำนาจ แต่วันหนึ่งกลับกล้าส่งทัพเรือข้ามมหาสมุทรไปทวงพระเขี้ยวแก้วถึงลังกา

03ระหว่างศรีวิชัย โจฬะ และเขมร

ตามพรลิงค์ตั้งอยู่ในจุดที่มหาอำนาจหลายฝ่ายแย่งชิงกัน ราว พ.ศ. 1568 (ค.ศ. 1025) พระเจ้าราเชนทรโจฬะที่ 1 แห่งอินเดียใต้ยกทัพเรือมาโจมตีศรีวิชัยและเมืองท่าบนคาบสมุทร จารึกของพระองค์ระบุชื่อมาทมาลิงคัมไว้ในรายชื่อเมืองที่ตีได้ ซึ่งนักวิชาการเทียบว่าคือตามพรลิงค์

หลังศรีวิชัยอ่อนแอลงจากสงครามครั้งนั้น อิทธิพลเขมรก็ปรากฏชัดขึ้นบนคาบสมุทร ที่อำเภอไชยา สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พบพระพุทธรูปนาคปรกสำริดเมื่อ พ.ศ. 2447 (ค.ศ. 1904) ที่ฐานมีจารึกภาษาเขมรโบราณ ลงศักราชตรงกับ พ.ศ. 1726 (ค.ศ. 1183) กล่าวว่ามหาเสนาบดีผู้ปกครองเมืองครหิ หรือไชยา สั่งให้สร้างพระพุทธรูปนี้ ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้อยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

สแตนลีย์ โอคอนเนอร์ ใช้จารึกนี้ร่วมกับโบราณวัตถุสำริดแบบเขมรในภาคใต้ เสนอว่าตามพรลิงค์อยู่ในวงอิทธิพลของเขมรตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11–13 แต่ในเวลาเดียวกัน หนังสือจูฟานจื้อของจ้าวรู่กว้า ที่เขียนใน ค.ศ. 1225 ยังจัดให้ตันหม่าหลิงเป็นเมืองขึ้นของศรีวิชัย ภาพที่ได้จึงเป็นรัฐที่อยู่ในพื้นที่ทับซ้อนของสองวัฒนธรรม และอาจเปลี่ยนข้างตามจังหวะของอำนาจ

04พระเจ้าจันทรภาณุ: ยุครุ่งเรืองที่สุด

เพียงไม่กี่ปีหลังจ้าวรู่กว้าบันทึกว่าตามพรลิงค์เป็นเมืองขึ้น ก็ปรากฏหลักฐานว่ารัฐนี้ก้าวขึ้นมาเข้มแข็งในตัวเอง จารึกภาษาสันสกฤตที่พบที่ไชยา ลงศักราชตรงกับ พ.ศ. 1773 (ค.ศ. 1230) ยกย่องพระเจ้าจันทรภาณุแห่งปัทมวงศ์ว่าเป็นเจ้าแห่งตามพรลิงค์ และทรงพระนามว่าศรีธรรมราช

เอกสารลังกา เช่น จุลวงศ์ เล่าว่าราว พ.ศ. 1790 (ค.ศ. 1247) พระเจ้าจันทรภาณุนำกองทัพที่ลังกาเรียกว่าชาวชวกะ ข้ามทะเลไปบุกลังกา และเรียกร้องพระเขี้ยวแก้วกับบาตรของพระพุทธเจ้า แม้จะถูกตีกลับ พระองค์ก็ตั้งมั่นอยู่ทางเหนือของเกาะ และยกทัพไปอีกครั้งราว พ.ศ. 1805 (ค.ศ. 1262) ก่อนจะพ่ายแพ้เมื่อลังการ่วมมือกับราชวงศ์ปาณฑยะของอินเดียใต้

การทัพข้ามมหาสมุทรของรัฐเล็ก ๆ บนคาบสมุทรเป็นเรื่องที่หาได้ยากในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ แต่ก็สะท้อนว่าตามพรลิงค์ในเวลานั้นมีทั้งเรือ กำลังคน และความสนใจในพุทธศาสนาแบบลังกาอย่างลึกซึ้ง

05จากตามพรลิงค์สู่นครศรีธรรมราช

หลังความพ่ายแพ้ในลังกา ตามพรลิงค์อ่อนกำลังลง นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นว่าบ้านเมืองนี้กลายเป็นนครศรีธรรมราชในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 18 แต่ยังไม่รู้แน่ว่าการเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นอย่างไร และคนไทเข้ามามีบทบาทในเมืองนี้เมื่อใด

จารึกพ่อขุนรามคำแหงกล่าวถึงนครศรีธรรมราชว่าเป็นเมืองทางใต้สุดที่สุโขทัยมีความสัมพันธ์ด้วย แต่นักวิชาการบางท่านตั้งคำถามว่าข้อความส่วนนี้อาจถูกเพิ่มเติมภายหลัง สิ่งที่หลักฐานหลายแหล่งยืนยันตรงกันคือ นครศรีธรรมราชกลายเป็นศูนย์กลางที่ส่งพระสงฆ์และพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาขึ้นไปยังสุโขทัย

ตำนานเมืองนครศรีธรรมราชยังเล่าถึงกษัตริย์ชื่อพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชหลายพระองค์ นักประวัติศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่าความทรงจำนี้มีรากมาจากพระนามศรีธรรมราชของพระเจ้าจันทรภาณุ ส่วนเรื่องเมืองสิบสองนักษัตรที่ขึ้นกับนครศรีธรรมราช ก็เป็นเรื่องในตำนานที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่านครศรีธรรมราชปกครองเมืองเหล่านั้นจริง

06มรดกที่ยังเห็นได้

มรดกที่โดดเด่นที่สุดคือพระบรมธาตุเจดีย์ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช เจดีย์ทรงระฆังแบบลังกาองค์นี้สูงราว 78 เมตร นักวิชาการเชื่อว่าองค์ปัจจุบันสร้างหรือปรับรูปแบบราวพุทธศตวรรษที่ 18 ซึ่งตรงกับยุคที่พุทธศาสนาแบบลังกาเข้ามา วัดนี้ได้รับการเสนอชื่อเข้าบัญชีรายชื่อเบื้องต้นของมรดกโลกเมื่อ พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012)

ตามตำนานท้องถิ่น เจ้าชายธนกุมารและพระนางเหมชาลานำพระทันตธาตุมาขึ้นฝั่งที่หาดทรายแก้ว และสร้างเจดีย์องค์แรกไว้ ตำนานให้ปีที่เก่ามากถึงราวพุทธศตวรรษที่ 9 ซึ่งยังไม่มีหลักฐานทางโบราณคดียืนยัน

ทุกวันนี้ผู้สนใจสามารถตามรอยตามพรลิงค์ได้ที่วัดพระมหาธาตุ วัดเสมาเมือง และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช รวมทั้งที่ไชยาซึ่งพบจารึกสำคัญ เมืองนี้จึงเป็นทั้งพยานของยุคศรีวิชัย ยุคอิทธิพลเขมร และจุดเริ่มต้นของพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาในดินแดนไทย

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

พ.ศ. 1318ค.ศ. 775จารึกวัดเสมาเมือง

หลักฐานอิทธิพลศรีวิชัยในนครศรีธรรมราช

พ.ศ. 1544ค.ศ. 1001ทูตคณะแรกสู่ราชสำนักซ่ง

จีนเรียกตามพรลิงค์ว่าตันหลิวเหมย

พ.ศ. 1559 และ 1613ค.ศ. 1016 และ 1070ทูตคณะต่อมา

ตามพรลิงค์รักษาความสัมพันธ์กับจีน

ราว พ.ศ. 1568ค.ศ. ราว 1025ทัพโจฬะบุก

จารึกทมิฬระบุมาทมาลิงคัมในเมืองที่ตีได้

พ.ศ. 1726ค.ศ. 1183จารึกฐานพระพุทธรูปครหิ

จารึกภาษาเขมรที่ไชยา แสดงอิทธิพลเขมร

พ.ศ. 1768ค.ศ. 1225จูฟานจื้อ

จ้าวรู่กว้าระบุตันหม่าหลิงเป็นเมืองขึ้นศรีวิชัย

พ.ศ. 1773ค.ศ. 1230จารึกพระเจ้าจันทรภาณุ

ยกย่องพระองค์ว่าศรีธรรมราช เจ้าแห่งตามพรลิงค์

ราว พ.ศ. 1790ค.ศ. ราว 1247ยกทัพไปลังกาครั้งแรก

ถูกตีกลับ แต่ตั้งมั่นทางเหนือของเกาะ

ราว พ.ศ. 1805ค.ศ. ราว 1262ยกทัพครั้งที่สอง

พ่ายแพ้ต่อลังกาและปาณฑยะ

ปลายพุทธศตวรรษที่ 18กำเนิดนครศรีธรรมราช

ศูนย์กลางพุทธศาสนาแบบลังกาที่สัมพันธ์กับสุโขทัย

พ.ศ. 2447ค.ศ. 1904พบพระพุทธรูปครหิ

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพพบที่วัดในอำเภอไชยา

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: ลิกอร์

ชาวตะวันตกเรียกนครศรีธรรมราชว่าลิกอร์มานานหลายร้อยปี จารึกวัดเสมาเมืองจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่าจารึกลิกอร์

รู้หรือไม่: พระพุทธรูปจากไชยาในกรุงเทพฯ

พระพุทธรูปนาคปรกที่มีจารึกปี พ.ศ. 1726 ซึ่งช่วยไขเรื่องอิทธิพลเขมรบนคาบสมุทร ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Tambralinga (Wikipedia)
  2. Grahi inscription (Wikipedia)
  3. Rajendra I (Wikipedia)
  4. Nakhon Si Thammarat Kingdom (Wikipedia)
  5. Wat Phra Mahathat Woramahawihan (Wikipedia)
  6. O'Connor, Tambralinga and the Khmer Empire (JSS 63)
  7. Ligor inscription (Wikipedia)
  8. ตามพรลิงค์ ชื่อเดิมอาณาจักรนครศรีธรรมราช (ศิลปวัฒนธรรม)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา