ยุครัฐโบราณ · สารานุกรม

พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรไชยา

ราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 (คริสต์ศตวรรษที่ 7–8)

ประติมากรรมสำริดครึ่งองค์จากไชยา ที่แม้จะชำรุดแต่ได้รับการยกย่องว่างามที่สุดชิ้นหนึ่งของศิลปะศรีวิชัย และเป็นหลักฐานของพุทธศาสนามหายานบนคาบสมุทรภาคใต้

วัสดุสำริด หล่อด้วยวิธีขี้ผึ้งหาย
ขนาดเหลือเพียงท่อนบน สูงราว 63 เซนติเมตร
ที่พบอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนใหญ่ระบุว่าวัดพระบรมธาตุไชยา บางแหล่งว่าวัดเวียง
นำเข้ากรุงเทพฯราว พ.ศ. 2448 (ค.ศ. 1905) โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ศิลปะศิลปะศรีวิชัย มีอิทธิพลศิลปะปาละของอินเดียและไศเลนทร์ของชวาภาคกลาง
ที่เก็บรักษาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ

01พระโพธิสัตว์แห่งความกรุณา

ในพุทธศาสนามหายาน พระโพธิสัตว์คือผู้ที่บำเพ็ญบารมีจนพร้อมจะตรัสรู้ แต่เลือกอยู่ช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ก่อน ในบรรดาพระโพธิสัตว์ทั้งหมด พระอวโลกิเตศวรเป็นองค์ที่ได้รับความนับถือกว้างขวางที่สุด เพราะเป็นตัวแทนของความกรุณา

ชื่ออวโลกิเตศวรมักแปลว่าพระผู้ทอดพระเนตรลงมา หมายถึงการมองดูความทุกข์ของสัตว์โลกด้วยความเมตตา ผู้ศรัทธาเชื่อว่าพระองค์ช่วยคนให้รอดจากภัยต่าง ๆ ได้ รวมถึงภัยจากเรือแตก ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวมากสำหรับเมืองท่าค้าขายทางทะเล

อีกนามหนึ่งของพระองค์คือปัทมปาณี แปลว่าผู้ถือดอกบัว เมื่อคติความเชื่อนี้เดินทางไปถึงจีน พระอวโลกิเตศวรค่อย ๆ กลายเป็นกวนอิม ซึ่งคนไทยรู้จักในรูปของเจ้าแม่กวนอิมในปัจจุบัน

แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่

02จากไชยาสู่กรุงเทพฯ

ไชยาในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองโบราณบนชายฝั่งอ่าวไทย มีวัดพระบรมธาตุไชยาเป็นศูนย์กลาง และพบหลักฐานพุทธศาสนามหายานหนาแน่นกว่าที่ใดบนคาบสมุทรไทย ทั้งพระพุทธรูป รูปพระโพธิสัตว์ และซากศาสนสถานอิฐ

ราว พ.ศ. 2448 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งดูแลกิจการหัวเมืองในฐานะเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เสด็จตรวจราชการที่ไชยาและนำประติมากรรมสำริดชิ้นนี้เข้ามายังกรุงเทพฯ แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่าพบที่วัดพระบรมธาตุไชยา แต่บางแหล่งกล่าวว่าอาจมาจากวัดเวียงซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน

ประติมากรรมถูกเก็บรักษาไว้ในพระบรมมหาราชวังก่อน ต่อมาในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ซึ่งยังเป็นที่ประดิษฐานจนถึงทุกวันนี้

พระโพธิสัตว์ที่เหลือเพียงครึ่งองค์ ยังคงก้มพระพักตร์มองลงมาอย่างอ่อนโยนเหมือนเมื่อพันกว่าปีก่อน

03รูปลักษณ์ที่งดงาม

สิ่งที่เหลืออยู่คือพระวรกายท่อนบน สูงราว 63 เซนติเมตร ส่วนตั้งแต่บั้นพระองค์ลงไปหักหายไป มงกุฎก็ชำรุดไปบางส่วน แต่แม้จะไม่สมบูรณ์ ประติมากรรมชิ้นนี้ก็ได้รับคำชมว่างามที่สุดชิ้นหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

พระพักตร์กลมอิ่ม พระเนตรเหลือบลงต่ำ ลำตัวโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย เหมือนกำลังมองลงมายังผู้ที่มากราบไหว้ ซึ่งเข้ากับความหมายของพระนาม พระศอและพระกรประดับด้วยสร้อยและกำไลอย่างประณีต บนพระอังสาซ้ายมีหนังสัตว์ที่มีหัวกวางพาดอยู่ ซึ่งเป็นเครื่องหมายหนึ่งของพระอวโลกิเตศวร

จุดที่ทำให้ระบุได้ว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรคือรูปพระพุทธเจ้าอมิตาภะประทับนั่งสมาธิอยู่ที่มวยผมหรือมงกุฎ ในคติมหายาน พระอมิตาภะเป็นพระพุทธเจ้าที่พระอวโลกิเตศวรนับถือเป็นต้นสาย ฐานข้อมูลศิลปะของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรยังระบุว่าเดิมประติมากรรมชิ้นนี้น่าจะมีแปดกร

04หล่อที่ไหน: ข้อถกเถียงของนักวิชาการ

ลักษณะทางศิลปะของพระโพธิสัตว์ไชยาคล้ายกับประติมากรรมในชวาภาคกลางสมัยราชวงศ์ไศเลนทร์ โดยเฉพาะรูปเคารพจากจันทิบานอนในอินโดนีเซีย และยังมีเค้าของศิลปะปาละในอินเดียตะวันออก คำถามที่ตามมาคือชิ้นงานนี้หล่อในท้องถิ่นหรือนำเข้ามาจากที่อื่น

ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุข อินทราวุธ เห็นว่าเป็นศิลปะศรีวิชัยที่ได้รับอิทธิพลชวาภาคกลาง ไม่น่าจะนำเข้ามาจากอินเดีย และอาจหล่อขึ้นที่ไชยาหรือที่ชวาก็ได้ เพราะทั้งสองแห่งอยู่ในเครือข่ายศรีวิชัยในเวลานั้น ส่วนการศึกษาในระยะหลังบางชิ้นเอนไปทางว่าน่าจะผลิตในภาคใต้ของไทยเอง

เรื่องอายุก็ยังไม่ลงตัวนัก บางแหล่งกำหนดไว้ราวคริสต์ศตวรรษที่ 7–8 บางแหล่งว่าคริสต์ศตวรรษที่ 8 ซึ่งตรงกับราวพุทธศตวรรษที่ 13–14 ทั้งหมดนี้อาศัยการเทียบรูปแบบศิลปะ เพราะตัวประติมากรรมไม่มีจารึกบอกปีสร้าง

05เชื่อมโยงกับจารึกศรีวิชัย

จารึกหลักที่ 23 หรือจารึกลิกอร์ ลงปี พ.ศ. 1318 (ค.ศ. 775) กล่าวถึงพระเจ้ากรุงศรีวิชัยที่โปรดให้สร้างปราสาทอิฐสามหลัง เพื่อประดิษฐานพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ปัทมปาณี และพระโพธิสัตว์วัชรปาณี นักวิชาการบางคนจึงเสนอว่าพระโพธิสัตว์ไชยาอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในจารึกนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้ยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ทะเบียนเดิมระบุว่าจารึกพบที่วัดเสมาเมือง นครศรีธรรมราช แม้บางคนจะเชื่อว่าย้ายมาจากไชยา และยังไม่มีใครชี้ได้ว่าปราสาทสามหลังในจารึกคืออาคารใด การผูกประติมากรรมเข้ากับจารึกโดยตรงจึงต้องทำอย่างระมัดระวัง

สิ่งที่พูดได้มั่นใจกว่าคือ ทั้งจารึกและประติมากรรมยืนยันตรงกันว่า ในราวพุทธศตวรรษที่ 14 คาบสมุทรภาคใต้ของไทยเป็นส่วนหนึ่งของโลกพุทธมหายานที่เชื่อมโยงกับสุมาตราและชวา

06มรดกในปัจจุบัน

ใน พ.ศ. 2486 ท่านพุทธทาสภิกขุได้เห็นพระโพธิสัตว์องค์นี้ และประทับใจจนต่อมาให้พระภิกษุช่างฝีมือจำลองรูปไว้ที่สวนโมกขพลาราม อำเภอไชยา ท่านพุทธทาสตีความว่ารูปนี้แสดงคุณธรรมสามประการ คือปัญญา เมตตา และขันติ

ทุกวันนี้มีรูปจำลองของพระโพธิสัตว์ไชยาตั้งอยู่หลายแห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประติมากรรมสำริดที่หักเหลือครึ่งองค์จึงกลายเป็นตัวแทนของความภูมิใจในอดีตอันรุ่งเรืองของไชยา

ผู้ที่อยากเห็นองค์จริงสามารถชมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ ส่วนที่ไชยาเองมีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ไชยา ข้างวัดพระบรมธาตุไชยา ซึ่งจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยศรีวิชัยและช่วยให้เห็นบริบทของเมืองที่พระโพธิสัตว์องค์นี้จากมา

ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์

ราวพุทธศตวรรษที่ 13–14ค.ศ. คริสต์ศตวรรษที่ 7–8หล่อประติมากรรม

ช่างในเครือข่ายศรีวิชัยหล่อรูปพระโพธิสัตว์สำริด

พ.ศ. 1318ค.ศ. 775จารึกลิกอร์

กล่าวถึงการสร้างปราสาทถวายพระโพธิสัตว์ปัทมปาณี

ราว พ.ศ. 2448ค.ศ. 1905เข้ากรุงเทพฯ

กรมพระยาดำรงราชานุภาพนำมาจากไชยา

รัชกาลที่ 7ค.ศ. พ.ศ. 2468–2477ย้ายเข้าพิพิธภัณฑ์

ย้ายจากพระบรมมหาราชวังไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

พ.ศ. 2486ค.ศ. 1943พุทธทาสภิกขุพบเห็น

เป็นแรงบันดาลใจให้สร้างรูปจำลองที่สวนโมกขพลาราม

ปัจจุบันรูปจำลองในสุราษฎร์ธานี

รูปจำลองตั้งอยู่หลายแห่งในจังหวัด

เกร็ดความรู้รู้หรือไม่

รู้หรือไม่: พระพุทธเจ้าบนมวยผม

รูปพระอมิตาภะองค์เล็กบนมวยผมเป็นเหมือนบัตรประจำตัวของพระอวโลกิเตศวร ทำให้แยกออกจากพระโพธิสัตว์องค์อื่นได้

รู้หรือไม่: ญาติห่าง ๆ ของเจ้าแม่กวนอิม

พระอวโลกิเตศวรที่ไชยาเป็นรูปบุรุษ แต่เมื่อคติเดียวกันเดินทางไปจีน ค่อย ๆ กลายเป็นกวนอิมในรูปสตรี

รู้หรือไม่: หนังกวางบนบ่า

หนังสัตว์ที่มีหัวกวางพาดบนพระอังสาซ้าย เป็นเครื่องหมายของนักพรต และพบในรูปพระอวโลกิเตศวรหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อ้างอิงแหล่งข้อมูล

  1. Avalokiteshvara of Chaiya (Wikipedia)
  2. ศิลปวัฒนธรรม: พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปัทมปาณี ประติมากรรมที่แม้ชำรุด แต่งามที่สุดในสยาม
  3. SAC Southeast Asian Arts: Avalokitesvara Bodhisattva
  4. Thai Buddhist sculpture (Wikipedia)
  5. Thailex: Avalokitesvara
  6. ศิลปวัฒนธรรม: อวโลกิเตศวร พระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมการุณย์ ต้นแบบเจ้าแม่กวนอิม
  7. Ligor inscription (Wikipedia)

บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา