01ชื่อที่ซ่อนอยู่ในไหดินเผา
นักประวัติศาสตร์รู้จักชื่อทวารวดีมาก่อนจากบันทึกจีน แต่ยังไม่มีหลักฐานในแผ่นดินไทยยืนยัน จนกระทั่ง พ.ศ. 2486 (ค.ศ. 1943) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวบ้านพบไหดินเผาใต้ซากเจดีย์ร้างริมห้วยจระเข้ ตำบลเนินหิน จังหวัดนครปฐม ภายในมีเหรียญเงินขนาดราว 2 เซนติเมตรสองเหรียญ
ด้านหนึ่งของเหรียญมีรูปหม้อน้ำมีพันธุ์พฤกษาหรือแม่วัวกับลูก อีกด้านมีจารึกอักษรปัลลวะภาษาสันสกฤต ยอร์ช เซเดส์ อ่านได้ว่า ศรีทวารวตีศวรปุณยะ แปลว่าบุญกุศลของพระเจ้าศรีทวารวดี และกำหนดอายุตัวอักษรไว้ราวพุทธศตวรรษที่ 12 (คริสต์ศตวรรษที่ 7)
ต่อมามีการพบเหรียญแบบเดียวกันอีกหลายแห่ง เช่น อู่ทอง เมืองดงคอนในชัยนาท และเขตจังหวัดสิงห์บุรี ใน พ.ศ. 2562 ยังพบศิลาจารึกที่วัดพระงาม นครปฐม ซึ่งกล่าวถึงคำว่าทวารวตีวิภูติ หลักฐานเหล่านี้ทำให้มั่นใจว่าชื่อทวารวดีเป็นชื่อที่ผู้คนยุคนั้นใช้เรียกตัวเองจริง
แผนที่แหล่งที่เกี่ยวข้องบนแผนที่
02ทวารวดีในสายตาจีน
พระถังซัมจั๋ง หรือเสวียนจั้ง ภิกษุจีนผู้เดินทางไปอินเดียในพุทธศตวรรษที่ 12 ได้ยินชื่อแคว้นหนึ่งชื่อโถโลโปตี้ และบันทึกว่าแคว้นนี้อยู่ระหว่างศรีเกษตรในพม่ากับอีศานปุระในกัมพูชา ตำแหน่งนี้ตรงกับภาคกลางของไทยพอดี
จดหมายเหตุราชวงศ์ถังบันทึกว่าแคว้นนี้ส่งคณะทูตไปจีนใน พ.ศ. 1181, 1183, 1186, 1190 และ 1192 (ค.ศ. 638, 640, 643, 647 และ 649) ในครั้งหนึ่งทูตยังขอม้าและระฆังสำริดจากราชสำนักจีน ซึ่งนับเป็นคำขอที่ไม่ธรรมดา
การส่งทูตบ่อยครั้งในเวลาเพียงสิบกว่าปีแสดงว่าผู้ปกครองทวารวดีให้ความสำคัญกับการค้าและการรับรองจากจีน และมีความมั่งคั่งพอจะส่งคณะทูตข้ามทะเลไปได้หลายครั้ง
เหรียญเงินเล็ก ๆ สองเหรียญในไหดินเผาใต้เจดีย์ร้าง ได้คืนชื่อให้กับอารยธรรมที่ถูกลืมไปกว่าพันปี
03ชาวมอญและภาษาในจารึก
จารึกจำนวนมากในสมัยทวารวดีเขียนเป็นภาษามอญโบราณ จารึกภาษามอญที่เก่าที่สุดที่รู้จักคือชิ้นส่วนจารึกจากวัดโพธิ์ร้าง นครปฐม อายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ 11 นอกจากนี้ยังพบจารึกภาษามอญในลพบุรี สระบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และไกลถึงขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์
หลักฐานนี้ทำให้นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าผู้คนกลุ่มหลักของทวารวดีพูดภาษาตระกูลมอญ-เขมร ส่วนภาษาสันสกฤตและบาลีใช้ในบริบททางศาสนาและราชสำนัก เช่น คาถาเย ธมฺมา ที่จารึกบนธรรมจักรและพระพิมพ์
ภาษามอญยังคงใช้ต่อเนื่องในภาคเหนือที่หริภุญชัยจนถึงพุทธศตวรรษที่ 18 แสดงว่าวัฒนธรรมมอญมีรากลึกและแพร่กว้างในดินแดนไทยก่อนที่คนไทจะมีบทบาทเด่น
04เครือข่ายเมืองคูน้ำคันดิน
เมืองทวารวดีมักมีผังรูปวงรีหรือรูปไม่สม่ำเสมอ ล้อมด้วยคูน้ำและคันดิน ตั้งอยู่ใกล้ทางน้ำที่เชื่อมกับทะเลหรือเส้นทางการค้า ในภาคกลางมีนครปฐมโบราณซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุด อู่ทองในสุพรรณบุรีซึ่งมีหลักฐานต่อเนื่องจากยุคการค้าสุวรรณภูมิ และคูบัวในราชบุรีที่มีลวดลายปูนปั้นงดงาม
ทางเหนือของลุ่มเจ้าพระยามีลพบุรีซึ่งพบจารึกภาษามอญหลายหลัก และศรีเทพในเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นเมืองแฝดขนาดใหญ่ที่มีทั้งศาสนสถานพุทธและเทวรูปพระวิษณุ ศรีเทพเชื่อมโยงทั้งภาคกลาง อีสาน และอิทธิพลจากกัมพูชาเข้าด้วยกัน
บนที่ราบสูงโคราชมีเมืองเสมาในอำเภอสูงเนิน นครราชสีมา ซึ่งมีพระนอนหินทรายยาว 13.30 เมตร ที่วัดธรรมจักรเสมาราม อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13 (คริสต์ศตวรรษที่ 7) นับเป็นพระนอนที่เก่าที่สุดในประเทศไทย และมีเมืองฟ้าแดดสงยางในกาฬสินธุ์ ซึ่งพบใบเสมามากกว่า 170 ชิ้น
05ธรรมจักร กวางหมอบ และพระพุทธรูป
สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของทวารวดีคือธรรมจักรศิลา ซึ่งมักตั้งบนเสาสูงคู่กับรูปกวางหมอบ ทั้งสองอย่างหมายถึงการแสดงปฐมเทศนาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ธรรมจักรจากวัดเสน่หา นครปฐม สูง 106 เซนติเมตร และมีจารึกภาษาบาลีจากธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
การสร้างธรรมจักรแทนการสร้างพระพุทธรูปในบางกรณีเป็นลักษณะที่พบน้อยในที่อื่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของศิลปะทวารวดี และบอกว่าชาวพุทธในยุคนั้นเข้าใจหลักธรรมผ่านสัญลักษณ์อย่างลึกซึ้ง
พระพุทธรูปทวารวดีได้แรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะ แต่ปรับให้มีหน้าตาแบบท้องถิ่น คือ ใบหน้ากลม โหนกแก้มสูง ริมฝีปากหนา และคิ้วต่อกันเป็นรูปปีกกา พระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทและพระพุทธรูปยืนที่แสดงวิตรรกมุทราทั้งสองพระหัตถ์ก็เป็นรูปแบบที่พบบ่อย
06ใบเสมาแห่งอีสาน
เมื่อพุทธศาสนาแบบทวารวดีแผ่ขึ้นไปบนที่ราบสูงโคราชตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ผู้คนในอีสานได้สร้างธรรมเนียมเฉพาะของตนขึ้น คือการปักใบเสมาหินขนาดใหญ่เพื่อกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ ใบเสมาเหล่านี้มีทั้งแบบแผ่นแบน แบบแท่งเสา และหินธรรมชาติที่ไม่ตกแต่ง
ใบเสมาจำนวนมากสลักภาพเล่าเรื่องชาดกและพุทธประวัติ ที่เมืองฟ้าแดดสงยางพบใบเสมาสลักเรื่องภูริทัตชาดกและมโหสถชาดก ส่วนใบเสมาชิ้นที่มีชื่อเสียงอย่างภาพพิมพาพิลาปปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น
ที่ภูพระบาท อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี มีการปักใบเสมาล้อมเพิงหินธรรมชาติราวพุทธศตวรรษที่ 14 (คริสต์ศตวรรษที่ 8) เป็นต้นมา ยูเนสโกระบุว่าภูพระบาทเก็บรักษากลุ่มใบเสมาที่ใหญ่ที่สุดในโลก และขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2567
07อาณาจักรเดียวหรือเครือข่ายนครรัฐ
นักวิชาการรุ่นแรกมักมองทวารวดีเป็นอาณาจักรใหญ่ที่มีราชธานีเดียว โดยมากเสนอว่าศูนย์กลางอยู่ที่นครปฐม แต่ข้อเสนอเรื่องที่ตั้งราชธานีก็แตกต่างกัน บางท่านเสนออู่ทอง และงานของศาสตราจารย์พิริยะ ไกรฤกษ์ ในระยะหลังเสนอว่าศรีเทพอาจเป็นศูนย์กลางสำคัญ
นักวิชาการอีกกลุ่มเห็นว่าทวารวดีน่าจะเป็นกลุ่มนครรัฐที่รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ มีวัฒนธรรม ศาสนา และศิลปะร่วมกัน แต่แต่ละเมืองมีผู้ปกครองของตนเอง เหตุผลคือรูปแบบศิลปะของแต่ละเมืองต่างกันพอสมควร และยังไม่พบหลักฐานของระบบปกครองรวมศูนย์
สุจิตต์ วงษ์เทศ ยังชี้ว่าเหรียญเงินที่พบใน พ.ศ. 2486 ไม่ได้มาจากการขุดค้นทางโบราณคดี และเหรียญลักษณะนี้น่าจะเป็นเหรียญในพิธีกรรมมากกว่าเงินตรา คำถามว่าทวารวดีเป็นอาณาจักรหรือเป็นวัฒนธรรมจึงยังเปิดอยู่ และผู้อ่านควรรู้ว่าทั้งสองมุมมองมีเหตุผลรองรับ
08เมื่อเขมรแผ่อำนาจ และมรดกที่เหลืออยู่
ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 16 (คริสต์ศตวรรษที่ 11) อาณาจักรเขมรจากเมืองพระนครขยายอิทธิพลเข้ามาในลุ่มเจ้าพระยาและที่ราบสูงโคราช ลพบุรีกลายเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมเขมรในภาคกลาง และศาสนสถานแบบปราสาทเริ่มแทนที่สถูปแบบทวารวดีในหลายพื้นที่
นอกจากเขมร ทวารวดียังได้รับแรงกดดันจากพุกามทางตะวันตกและรัฐทางคาบสมุทรภาคใต้ เมืองหลายแห่งค่อย ๆ ซบเซา ขณะที่วัฒนธรรมมอญยังอยู่รอดทางเหนือที่หริภุญชัย
มรดกของทวารวดีกลับได้รับการยอมรับในระดับโลกในยุคของเรา เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566 ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเมืองโบราณศรีเทพและโบราณสถานทวารวดีที่เกี่ยวข้องเป็นมรดกโลก ตามมาด้วยภูพระบาทในปีถัดมา ทำให้โลกได้รู้จักอารยธรรมที่วางรากฐานพุทธศาสนาให้ดินแดนไทย
ลำดับเหตุการณ์ไทม์ไลน์
จารึกภาษามอญที่วัดโพธิ์ร้าง นครปฐม
เหรียญเงินจารึกชื่อผู้ปกครองทวารวดี
โถโลโปตี้ส่งทูตไปจีนอย่างน้อยห้าครั้ง
พระนอนหินทรายยาว 13.30 เมตร ที่นครราชสีมา
การปักใบเสมาล้อมเพิงหินบนภูพระบาท อุดรธานี
ลพบุรีกลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมเขมรในภาคกลาง
พบในไหใต้เจดีย์ร้าง ตำบลเนินหิน นครปฐม
จารึกสันสกฤตกล่าวถึงคำว่าทวารวตี
ยูเนสโกขึ้นทะเบียนในการประชุมสมัยที่ 45
ยูเนสโกขึ้นทะเบียนในการประชุมสมัยที่ 46 ที่นิวเดลี
เกร็ดความรู้รู้หรือไม่
รู้หรือไม่: ทูตขอระฆัง
บันทึกจีนกล่าวว่าคณะทูตจากทวารวดีเคยขอม้าและระฆังสำริดจากราชสำนักถัง ของสองอย่างนี้บอกเป็นนัยว่าผู้ปกครองต้องการสัญลักษณ์แห่งอำนาจและเครื่องใช้ในพิธีกรรม
รู้หรือไม่: พระนอนที่เก่าที่สุด
พระนอนหินทรายที่วัดธรรมจักรเสมาราม เมืองเสมา มีอายุราว 1,300 ปี ถือเป็นพระนอนที่เก่าที่สุดในไทย และเคยถูกน้ำท่วมสูงถึงครึ่งองค์ในปี พ.ศ. 2564
รู้หรือไม่: ชื่อนี้ไม่ได้มีแค่ในไทย
คำว่าทวารวดีเป็นชื่อเมืองของพระกฤษณะในมหากาพย์อินเดีย และพบในจารึกของกัมพูชาด้วย การใช้ชื่อเมืองในตำนานอินเดียเป็นวิธีที่ผู้ปกครองในอุษาคเนย์ใช้เสริมบารมีของตน
เชื่อมโยงหน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้ (27)
บทความเหล่านี้พูดถึงทวารวดี อ่านต่อเพื่อดูว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร · ดูในแผนที่ความเชื่อมโยง
อ้างอิงแหล่งข้อมูล
- Dvaravati (Wikipedia)
- Boeles, The King of Sri Dvaravati and His Regalia (JSS)
- ฐานข้อมูลจารึก ศมส.: จารึกเหรียญเงินทวารวดี
- ศิลปวัฒนธรรม: พบศิลาจารึกวัดพระงาม นครปฐม
- Mon Language in Thailand
- SAC Southeast Asian Arts: Dharmachakra
- UNESCO: The Ancient Town of Si Thep
- MFA: Phu Phrabat World Heritage
- Bangkok Post: Thailand's oldest reclining Buddha flooded
- มติชน: สุจิตต์ วงษ์เทศ ทวารวดีมีปัญหา
บทความเรียบเรียงใหม่จากแหล่งข้างต้น ตัวเลขและศักราชที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกันได้ระบุไว้ในเนื้อหา