ภาพประกอบ: Bannonwat all10 · Hellokorat · CC BY-SA 4.0 · Wikimedia Commons
สองหมู่บ้านในอำเภอโนนสูงที่หลุมศพยุคสำริดอันมั่งคั่งเปิดให้เห็นสังคมเกษตรกรรมลุ่มแม่น้ำมูลก่อนยุคพิมายหลายพันปี · ราวศตวรรษที่ 17 ก่อน ค.ศ. ถึงราว ค.ศ. 300
| ที่ตั้ง | อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน |
| บ้านโนนวัด | ตำบลพลสงคราม ขุดค้นหลักช่วง พ.ศ. 2545–2550 (ค.ศ. 2002–2007) |
| ผู้นำการขุดค้นบ้านโนนวัด | ชาร์ลส์ ไฮแอม ร่วมกับอำพัน กิจงาม ต่อมาไนเจล ชาง |
| หลุมศพที่บ้านโนนวัด | ราว 640 หลุม ใน 11 ช่วงเวลา |
| ยุคสำริดที่บ้านโนนวัด | ราว 1,050–420 ปีก่อน ค.ศ. (ตามลำดับเวลาของไฮแอม) |
| บ้านปราสาท | หลุมขุดค้นเปิดให้ชมหลุมศพยุคสำริดในตำแหน่งที่พบ |
| โครงกระดูกที่บ้านปราสาท | 59 โครง จากหลุมขุดค้นที่เปิดให้ชม 3 หลุม |
| ค่าอายุที่บ้านโนนวัด | คาร์บอนกัมมันตรังสี 76 ค่า วิเคราะห์แบบเบย์ |
ที่ตั้งและภูมิประเทศ
อำเภอโนนสูงอยู่ในลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน ระหว่างตัวเมืองนครราชสีมากับพิมาย พื้นที่เป็นที่ราบลุ่มสลับเนินดินเตี้ย ๆ เหมาะแก่การทำนาข้าว ชุมชนโบราณหลายแห่งตั้งอยู่บนเนินที่สูงพ้นน้ำหลาก
บ้านโนนวัดอยู่ในตำบลพลสงคราม ใกล้ทางผ่านที่เชื่อมที่ราบสูงโคราชกับที่ราบลุ่มเจ้าพระยา ตำแหน่งนี้ทำให้ชุมชนติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างทองแดงกับภาคกลางได้ ส่วนบ้านปราสาทอยู่ในลุ่มแม่น้ำมูลตอนบนเช่นกัน ห่างจากแหล่งบ้านลุมเขาราวสิบกิโลเมตร
ในหมู่บ้านทั้งสองแห่ง ชาวบ้านยุคปัจจุบันยังอาศัยอยู่บนเนินดินที่คนโบราณสร้างทับถมไว้ ใต้บ้านเรือนและลานวัดจึงมีชั้นดินเก่าซ้อนอยู่หลายพันปี
หลักฐานสำคัญ
- หลุมฝังศพยุคสำริด: โครงกระดูกพร้อมภาชนะและเครื่องประดับ จัดแสดงในหลุมเดิมกลางหมู่บ้าน (เก็บรักษาหรือชมได้ที่ แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท) ดูภาพถ่ายจริง
- ภาชนะดินเผาฝังร่วมศพ: หม้อและชามที่วางคู่กับผู้ตาย บอกความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย (เก็บรักษาหรือชมได้ที่ พิพิธภัณฑ์แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท) ดูภาพถ่ายจริง
การค้นพบและการขุดค้น
บ้านปราสาทเป็นแหล่งที่มีการขุดค้นและเก็บหลุมขุดค้นไว้กลางหมู่บ้าน ทำให้คนทั่วไปเห็นหลุมศพยุคสำริดในตำแหน่งที่พบจริง แหล่งนี้จึงเป็นห้องเรียนกลางแจ้งของโบราณคดีอีสาน
บ้านโนนวัดเป็นโครงการขุดค้นขนาดใหญ่ เริ่มใน พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) นำโดยชาร์ลส์ ไฮแอม จากมหาวิทยาลัยโอทาโก นิวซีแลนด์ ร่วมกับอำพัน กิจงาม แห่งกรมศิลปากร ช่วงแรกขุดต่อเนื่องหลายฤดูกาลจนถึงราว พ.ศ. 2550 จากนั้นไนเจล ชาง รับหน้าที่นำการขุดค้นต่อ
ผลการขุดค้นบ้านโนนวัดตีพิมพ์เป็นรายงานหลายเล่มในชุด The Origins of the Civilization of Angkor ร่วมกับกรมศิลปากร ทำให้แหล่งนี้กลายเป็นแหล่งอ้างอิงหลักของยุคก่อนประวัติศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ใต้ลานบ้านในโนนสูง มีหลุมศพที่บอกว่าเมื่อสามพันปีก่อน บางคนในหมู่บ้านร่ำรวยกว่าคนอื่นมาก
บ้านปราสาท: สามหลุมกลางหมู่บ้าน
บ้านปราสาทตั้งอยู่ริมลำธารปราสาท หลักฐานการอยู่อาศัยย้อนไปได้ราว 3,000 ปี และนักโบราณคดีแยกการตั้งถิ่นฐานได้หลายระยะ ตั้งแต่ชุมชนเกษตรกรรมที่ทำภาชนะดินเผาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องถึงสมัยทวารวดีและสมัยเขมร ชาวบ้านเองพบเศษภาชนะได้ทั่วไปทั้งในสวน หลังบ้าน และใต้ถุนเรือน
กรมศิลปากรเริ่มขุดค้นบ้านปราสาทราว พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) หลังมีโบราณวัตถุที่ถูกลักลอบขุดจากพื้นที่ออกวางขาย ต่อมามีการจัดภูมิทัศน์หลุมขุดค้น 3 หลุมให้ประชาชนเข้าชม ทั้งสามหลุมพบโครงกระดูกรวม 59 โครง หลุมศพส่วนใหญ่อยู่ในช่วงราว 2,500 ถึง 1,500 ปีก่อน บางโครงยังสวมเครื่องประดับสำริดที่กระดูกแขน และวางภาชนะดินเผาไว้รอบร่าง หลุมที่ 1 เป็นหลุมใหญ่ที่สุด ขุดลึกลงไปหลายเมตรกว่าจะถึงชั้นหลุมศพที่เก่าที่สุด และมีอาคารหลังคาคลุม ส่วนพิพิธภัณฑ์บ้านปราสาทซึ่งจัดตั้งใน พ.ศ. 2539 จัดแสดงประวัติแหล่งและหลุมขุดค้นจำลอง
หลุมที่ 2 มีโครงกระดูกให้เห็นไม่มาก แต่เป็นจุดที่พบชิ้นส่วนเศียรพระพุทธรูปแบบทวารวดี ซึ่งบอกว่าผู้คนสมัยทวารวดีก็เคยอยู่ที่นี่ ส่วนหลุมที่ 3 แสดงโครงกระดูกผู้หญิงและเด็กหลายโครงที่ไม่มีกะโหลก ร่วมกับภาชนะที่แตกกระจาย เรื่องเล่าในพื้นที่โยงหลุมนี้กับการตายอย่างรุนแรง แต่ยังไม่มีงานวิจัยที่สรุปสาเหตุได้แน่ชัด
นอกจากหลุมศพ ยังพบภาชนะดินเผาแบบเคลือบน้ำดินสีแดงและลายเชือกทาบ กำไลเปลือกหอย แม่พิมพ์สำหรับหล่อขวานสำริด เบ้าหลอม และลูกปัดแก้ว ซึ่งแสดงว่าชุมชนบ้านปราสาทหล่อโลหะเองและเชื่อมกับเครือข่ายการค้าลูกปัดเช่นเดียวกับบ้านโนนวัด สื่อไทยมักเรียกบ้านปราสาทว่าพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งทางโบราณคดีแห่งที่สองของไทยต่อจากบ้านเชียง
สิ่งที่พบ
บ้านโนนวัดพบหลุมฝังศพราว 640 หลุม แบ่งได้ 11 ช่วงเวลา เริ่มจากชุมชนยุคหินใหม่ราวศตวรรษที่ 17 ก่อนคริสตกาล ต่อด้วยยุคสำริดราว 1,050–420 ปีก่อนคริสตกาล และยุคเหล็กหลังจากนั้น ที่นี่ยังพบกระดูกไก่บ้านที่เก่าที่สุดเท่าที่รู้จัก อายุราว 1,650–1,250 ปีก่อนคริสตกาล
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ทีมขุดค้นพบหลุมศพยุคสำริดขนาดใหญ่ผิดปกติ หลุมหนึ่งกว้างราว 5 x 3.5 เมตร มีภาชนะดินเผาฝีมือดีอย่างน้อย 20 ใบ ขวานสำริดมีบ้อง และลูกปัดเปลือกหอยจำนวนมาก บางหลุมมีกำไลเปลือกหอยมือเสือขนาดใหญ่ ต่างหูเปลือกหอย และกำไลหินอ่อน นักวิจัยเรียกหลุมกลุ่มนี้ว่าหลุมศพชั้นสูง
ในหลุมอื่นยังพบเด็กทารกที่ฝังพร้อมขวานสำริด และทารกคนหนึ่งสวมกำไลข้อเท้าที่มีกระดิ่งสำริดราว 30 ลูก ในชั้นยุคสำริดตอนหลัง ของอุทิศลดลง แต่พบแม่พิมพ์ เบ้าหลอม และหลุมศพของช่างหล่อโลหะมากขึ้น
ในยุคเหล็ก ชุมชนบ้านโนนวัดมีคันดินและคูน้ำล้อมรอบสองชั้น โดยผันน้ำจากลำน้ำใกล้เคียง ส่วนที่บ้านปราสาท หลุมขุดค้นที่เปิดให้ชมแสดงหลุมศพยุคสำริดของชายและหญิงที่มีของอุทิศมั่งคั่ง ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่พบที่บ้านโนนวัด
ลำดับชั้นยุคที่บ้านโนนวัด
ลำดับเวลาของบ้านโนนวัดสร้างจากค่าอายุคาร์บอนกัมมันตรังสี 76 ค่า ที่วิเคราะห์ด้วยสถิติแบบเบย์ ชั้นแรกสุดเป็นยุคหินใหม่ตอนต้นราวศตวรรษที่ 17 ก่อนคริสตกาล หลุมศพรุ่นแรกฝังในท่างอตัว ซึ่งนักวิจัยคิดว่าอาจเป็นของกลุ่มนักล่าสัตว์หาของป่า ส่วนยุคหินใหม่ตอนปลายราวศตวรรษที่ 13 ถึง 11 ก่อนคริสตกาล ฝังศพพร้อมภาชนะลายเรียบง่ายและของอุทิศไม่มาก
ยุคสำริดแบ่งได้ 5 ระยะ ระยะที่ 1 ราว 1,050–1,000 ปีก่อนคริสตกาล มีหลุมศพเพียง 7 หลุม พบกำไลเปลือกหอย สร้อย และขวานทองแดง ระยะที่ 2 ราว 1,000–850 ปีก่อนคริสตกาล มีของอุทิศหลากหลายที่สุด ระยะที่ 3 ราว 850–800 ปีก่อนคริสตกาล เป็นช่วงสุดท้ายที่หลุมศพมั่งคั่ง และศพหันศีรษะไปทางตะวันออกเฉียงเหนือหรือตะวันตกเฉียงใต้
จากนั้นทุกอย่างเปลี่ยนไป ระยะที่ 4 ราว 800–700 ปีก่อนคริสตกาล มีหลุมศพถึง 162 หลุม แต่ของอุทิศลดลงอย่างฮวบฮาบ และระยะที่ 5 ราว 700–420 ปีก่อนคริสตกาล ก็ยังเรียบง่าย ภาพนี้ชี้ว่าคนมากขึ้นแต่การแสดงความมั่งคั่งในพิธีศพกลับลดลง
ยุคเหล็กเริ่มราว 420 ปีก่อนคริสตกาล มีเครื่องประดับจากแดนไกล เช่น หินคาร์เนเลียน หินอาเกต และแก้ว ระยะที่ 2 ของยุคเหล็กมีภาชนะสีดำขัดมันแบบที่เรียกว่าพิมายดำ ซึ่งเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน และยังพบลานทำโลหะราวสิบจุดที่มีเบ้าหลอมและเศษโลหะ
เข้าไปดูหลุมศพชั้นสูงใกล้ ๆ
หลุมศพชั้นสูงหลุมแรกกว้างราว 5 x 3.5 เมตร มีโครงกระดูก 2 โครง ร่างผู้ชายที่อยู่ตรงกลางถูกวางในโลงไม้ มีลูกปัดเปลือกหอยนับพันเม็ด กำไลเปลือกหอยที่แตกหัก กำไลหินอ่อน และขวานสำริดมีบ้องวางอยู่ระหว่างข้อเท้า ที่น่าสนใจคือร่างนี้ถูกขุดขึ้นมาบางส่วนในภายหลัง และมีรอยฟันขวานที่หัวเข่าและลำคอ
หลุมที่สองเป็นของผู้หญิง 2 คน คนหนึ่งถูกขุดขึ้นบางส่วนเช่นกันและมีขวานสำริดมีบ้อง อีกคนสวมต่างหูเปลือกหอยข้างละ 12 ชิ้น สร้อยหลายสาย และกำไลเปลือกหอยมือเสือขนาดใหญ่ที่แขนท่อนล่าง ในยุคสำริดระยะที่ 3 บางคนสวมกำไลเปลือกหอยถึงราว 40 วงต่อแขน ร่วมกับกำไลหินอ่อนที่นำเข้ามาจากที่อื่น
หลุมอื่นก็บอกเรื่องอาชีพและความผูกพัน ชายคนหนึ่งถูกฝังพร้อมขวานสำริด 3 เล่ม ซึ่งเล่มหนึ่งเป็นขวานจิ๋ว อีกคนมีเครื่องมือช่างไม้สำริดทั้งเหล็กหมาด สิ่ว และขวาน 2 เล่ม ยังมีการฝังสุนัขพร้อมชามสองใบ ราวกับใส่อาหารและน้ำไว้ให้ ส่วนทารกบางคนถูกฝังในภาชนะที่เขียนลายเส้นโค้งอย่างประณีต
ชาร์ลส์ ไฮแอม ตีความว่าหลุมศพเหล่านี้แสดงการเกิดชนชั้นนำในยุคสำริดตอนต้น ซึ่งใช้พิธีศพแสดงฐานะ ก่อนที่การโอ้อวดแบบนี้จะลดลงในระยะหลัง สำหรับเขา บ้านโนนวัดคือหลักฐานของพัฒนาการทางสังคมที่ต่อเนื่องจนนำไปสู่การเกิดรัฐในภูมิภาคนี้
ความสำคัญ
หลักฐานจากบ้านโนนวัดชี้ว่าสังคมยุคสำริดตอนต้นในลุ่มแม่น้ำมูลมีความเหลื่อมล้ำชัดเจน บางครอบครัวหรือบางกลุ่มสะสมของมีค่าจากแดนไกลได้มาก เช่น เปลือกหอยทะเลที่ต้องขนมาจากชายฝั่ง น้ำหนักของเครื่องประดับเปลือกหอยและหินอ่อนในหลุมศพช่วงนี้ไม่มีแหล่งใดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เทียบได้
ความมั่งคั่งในหลุมศพสูงสุดช่วงราว 1,000–800 ปีก่อนคริสตกาล แล้วลดลง ก่อนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งในยุคเหล็กตอนต้นราว 200 ปีก่อนคริสตกาล ลำดับนี้ช่วยให้นักโบราณคดีเห็นว่าความซับซ้อนของสังคมขึ้นลงตามยุคสมัย
ชุมชนคูน้ำยุคเหล็กในลุ่มแม่น้ำมูลเป็นพื้นฐานของบ้านเมืองในยุคประวัติศาสตร์ เช่น พิมาย ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล การศึกษาบ้านโนนวัดจึงช่วยตอบคำถามว่ารากของอารยธรรมแบบเขมรในอีสานมาจากไหน
ข้อถกเถียง
ค่าอายุจากบ้านโนนวัดเป็นหัวใจของข้อถกเถียงเรื่องยุคสำริดในไทย ไฮแอมหาอายุจากกระดูกมนุษย์และสัตว์ แล้วสรุปว่ายุคสำริดเริ่มราวศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสตกาล และความรู้เรื่องสำริดน่าจะมาจากจีนตอนใต้
ฝ่ายจอยซ์ ไวท์ ซึ่งศึกษาบ้านเชียง เสนอว่ายุคสำริดเริ่มเร็วกว่านั้นหลายร้อยปี และตั้งคำถามว่าค่าอายุจากกระดูกที่บ้านโนนวัดอาจคลาดเคลื่อนจากสภาพดินหรือวิธีเก็บตัวอย่าง ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ข้อสรุปร่วมกัน
ปัจจุบัน
แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทเปิดให้ประชาชนชมหลุมขุดค้นที่มีโครงกระดูกและภาชนะดินเผาจัดแสดงในตำแหน่งเดิม หลุมเหล่านี้ตั้งอยู่ท่ามกลางบ้านเรือนของชาวบ้านในปัจจุบัน
บ้านโนนวัดเป็นแหล่งวิจัยเป็นหลัก ผู้สนใจสามารถชมบ้านปราสาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย และปราสาทหินพิมายต่อกันได้ในเส้นทางเดียว
พิกัดและการนำทาง
แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง
พิกัด 15.245566, 102.371021 (15°14′44.0″N 102°22′15.7″E)
จุดนี้คือแหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท บ้านโนนวัดอยู่ในอำเภอโนนสูงเช่นกัน
การเยี่ยมชมวันนี้
แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาทอยู่ในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เปิดให้ชมหลุมขุดค้นที่จัดแสดงโครงกระดูกและภาชนะดินเผาในตำแหน่งเดิม บ้านโนนวัดเป็นแหล่งวิจัยเป็นหลัก ชมต่อได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย และอุทยานประวัติศาสตร์พิมายซึ่งอยู่ไม่ไกล
ไทม์ไลน์
- ศตวรรษที่ 17 ก่อน ค.ศ.: ชุมชนยุคหินใหม่ที่บ้านโนนวัด. เริ่มตั้งถิ่นฐาน หลุมศพรุ่นแรกฝังในท่างอตัว
- ราว 1,650–1,250 ปีก่อน ค.ศ.: ไก่บ้านรุ่นแรก. กระดูกไก่บ้านเก่าที่สุดเท่าที่รู้จักพบที่บ้านโนนวัด
- ศตวรรษที่ 13–11 ก่อน ค.ศ.: ยุคหินใหม่ตอนปลาย. ฝังศพพร้อมภาชนะลายเรียบง่ายและของอุทิศไม่มาก
- ราว 1,050–1,000 ปีก่อน ค.ศ.: ยุคสำริดระยะที่ 1. หลุมศพ 7 หลุมพร้อมกำไลเปลือกหอยและขวานทองแดง
- ราว 1,000–800 ปีก่อน ค.ศ.: หลุมศพชั้นสูง. ยุคสำริดระยะที่ 2–3 ช่วงที่หลุมศพมีของอุทิศมั่งคั่งที่สุด
- ราว 800–700 ปีก่อน ค.ศ.: ยุคสำริดระยะที่ 4. หลุมศพ 162 หลุม แต่ของอุทิศลดลงมาก
- ราว 420 ปีก่อน ค.ศ.: เข้าสู่ยุคเหล็ก. มีเครื่องประดับคาร์เนเลียน อาเกต และแก้ว ต่อมาชุมชนสร้างคันดินและคูน้ำล้อมรอบ
- ราว 2,500–1,500 ปีก่อน: หลุมศพบ้านปราสาท. ช่วงเวลาของหลุมศพส่วนใหญ่ในหลุมขุดค้นที่เปิดให้ชม
- สมัยทวารวดี: ชุมชนทวารวดีที่บ้านปราสาท. พบชิ้นส่วนเศียรพระพุทธรูปแบบทวารวดีในหลุมที่ 2
- พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983): เริ่มขุดค้นบ้านปราสาท. กรมศิลปากรเข้าขุดค้นหลังพบของที่ถูกลักลอบขุดออกวางขาย
- พ.ศ. 2539 (ค.ศ. 1996): พิพิธภัณฑ์บ้านปราสาท. จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ประจำแหล่งโบราณคดี
- พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002): เริ่มขุดค้นบ้านโนนวัด. ไฮแอมร่วมกับกรมศิลปากรเริ่มโครงการ
- 20 ก.พ. พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003): พบหลุมศพชั้นสูง. หลุมศพยุคสำริดขนาดใหญ่พร้อมของอุทิศมากมาย
- พ.ศ. 2552–2555 (ค.ศ. 2009–2012): ตีพิมพ์รายงาน. รายงานการขุดค้นหลายเล่มในชุด The Origins of the Civilization of Angkor
รู้หรือไม่
ไก่บ้านที่เก่าที่สุด
กระดูกไก่บ้านจากบ้านโนนวัดเป็นหลักฐานไก่เลี้ยงที่เก่าที่สุดเท่าที่รู้จัก
กระดิ่ง 30 ลูก
ทารกคนหนึ่งที่บ้านโนนวัดถูกฝังพร้อมกำไลข้อเท้าที่มีกระดิ่งสำริดราว 30 ลูก
หลุมกลางหมู่บ้าน
ที่บ้านปราสาท หลุมขุดค้นถูกเก็บไว้ให้ชมกลางหมู่บ้าน คนทั่วไปจึงเห็นหลุมศพโบราณได้ในตำแหน่งที่พบจริง
สุนัขที่มีชามข้าว
ที่บ้านโนนวัดมีการฝังสุนัขพร้อมชามสองใบ ราวกับเตรียมอาหารและน้ำไว้ให้ในโลกหลังความตาย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- บ้านเชียงและยุคโลหะ (ตอน)
- บ้านเชียง (สถานที่)
- ปราสาทหินพิมาย (สถานที่)
- ชาร์ลส์ ไฮแอม (บุคคล)
- ละโว้และอาณาจักรขอมในดินแดนไทย (ตอน)
- เมืองเสมา (สถานที่)
หน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้
ภาพอ้างอิง
ดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้: ภาพจาก Wikimedia Commons
แหล่งข้อมูล
- Ban Non Wat – Wikipedia
- Thailand's Bronze Age superburials – Current World Archaeology
- Non Sung district – Wikipedia
- Charles Higham (archaeologist) – Wikipedia
- Higham, Ban Non Wat and the upper Mun valley – Siam Society
- Social organisation and the rise of civilisation in the Mun River valley – Physical Anthropology in Thailand (SAC)
- Ban Chiang Chronology – ISEAA
- Bare bones of history – Bangkok Post
- Ban Prasat – Travelfish
- Ban Prasat Archaeological Site – Thai Holiday Guide
กลับไปที่ ยุครัฐโบราณ · หน้าหลักรอยสยาม
ภาพจากสถานที่จริงและหลักฐาน






































