ภาพประกอบ: Lang Rongrien Exterior 1 · Noel Hidalgo Tan · CC BY-SA 4.0 · Wikimedia Commons
เพิงผาหินปูนในจังหวัดกระบี่ที่เก็บร่องรอยนักล่าสัตว์และเก็บของป่าย้อนหลังไปราว 40,000 ปี นับเป็นหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย · ราว 43,000–27,000 ปีก่อน และราว 9,000–3,000 ปีก่อน
| ที่ตั้ง | หุบเขาแม่น้ำกระบี่ จังหวัดกระบี่ |
| ประเภทแหล่ง | เพิงผาหินปูน (rockshelter) |
| ผู้ขุดค้นหลัก | ดักลาส แอนเดอร์สัน (Douglas D. Anderson) |
| ช่วงขุดค้น | พ.ศ. 2526–2528 (ค.ศ. 1983–1985) |
| อายุชั้นล่างสุดที่มีร่องรอยมนุษย์ | ราว 39,000–43,000 ปีก่อน |
| วัฒนธรรมชั้นบน | โฮบินเหียน และการฝังศพสมัยหินใหม่ |
| จำนวนชั้นดิน | 10 ชั้น ชั้นล่างสุดไม่มีโบราณวัตถุ |
| แหล่งร่วมสมัยใกล้เคียง | ถ้ำหมอเขียว และเพิงผาเขาโต๊ะช่อง จังหวัดกระบี่ |
ชื่อแปลก ๆ กับที่ตั้งในหุบเขากระบี่
เพิงผาหลังโรงเรียนเป็นเพิงผาหินปูนขนาดไม่ใหญ่นักในหุบเขาของแม่น้ำกระบี่ ทางฝั่งทะเลอันดามันของภาคใต้ ชื่อของแหล่งมาจากเรื่องง่าย ๆ คือเพิงผานี้อยู่ด้านหลังโรงเรียนประจำหมู่บ้าน นักโบราณคดีต่างชาติจึงเรียกตามคำไทยว่า Lang Rongrien
จังหวัดกระบี่มีภูเขาหินปูนตั้งโดดเรียงรายอยู่มาก ภูเขาเหล่านี้มีถ้ำและเพิงผาเป็นที่หลบแดดหลบฝนได้ดี มนุษย์ยุคโบราณจึงใช้เป็นที่พักชั่วคราวระหว่างออกล่าสัตว์ เพิงผาหลังโรงเรียนตั้งอยู่บนที่สูง การขึ้นไปถึงต้องเดินตามทางชันหรือไต่ไปตามสันเขาแคบ ๆ
หลักฐานสำคัญ
- สะเก็ดหินและเครื่องมือหิน: เครื่องมือในชั้นดินลึกสุด อายุราว 39,000 ปี (เก็บรักษาหรือชมได้ที่ มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียและกรมศิลปากร) ดูภาพถ่ายจริง
- ร่องรอยเตาไฟ: เถ้าและถ่านจากกองไฟของคนในเพิงผา (เก็บรักษาหรือชมได้ที่ เพิงผาหลังโรงเรียน กระบี่) ดูภาพถ่ายจริง
การขุดค้นของดักลาส แอนเดอร์สัน
ช่วง พ.ศ. 2526–2528 ศาสตราจารย์ดักลาส แอนเดอร์สัน จากมหาวิทยาลัยบราวน์ สหรัฐอเมริกา เข้ามาสำรวจและขุดค้นเพิงผาแห่งนี้ เขาพบว่าดินในเพิงผาทับถมกันเป็นชั้นอย่างชัดเจน และมีถ่านจากกองไฟที่นำไปหาอายุด้วยวิธีคาร์บอน-14 ได้
ผลการศึกษาตีพิมพ์เป็นหนังสือเมื่อ พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) โดยพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย งานชิ้นนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นการขุดค้นครั้งแรกในไทยที่พบชั้นดินสมัยไพลสโตซีนตอนปลายซึ่งมีค่าอายุชัดเจน วางอยู่ใต้ชั้นวัฒนธรรมโฮบินเหียนสมัยโฮโลซีนตอนต้นอย่างเป็นระเบียบ
ต่อมาใน พ.ศ. 2550 แอนเดอร์สันร่วมกับคาเรน มูดาร์ ตีพิมพ์ผลวิเคราะห์กระดูกสัตว์จากชั้นล่างของแหล่ง ทำให้เรารู้ว่าคนยุคนั้นกินอะไรและใช้ชีวิตอย่างไร
เพิงผาเล็ก ๆ หลังโรงเรียนหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เก็บรอยกองไฟของมนุษย์ไว้นานกว่าสี่หมื่นปี
ชั้นดินเล่าเรื่องสี่หมื่นปี
นักโบราณคดีแบ่งชั้นดินที่นี่ออกเป็นสิบชั้น ชั้นล่างสุดไม่มีโบราณวัตถุ ถัดขึ้นมาเป็นชั้นที่มีถ่าน เครื่องมือหิน และกระดูกสัตว์อยู่รอบกองไฟ ถ่านจากชั้นเหล่านี้มีอายุราว 39,000 ปีก่อน และบางตัวอย่างเก่าถึงกว่า 43,000 ปี ส่วนชั้นไพลสโตซีนที่อายุน้อยที่สุดมีอายุราว 27,000 ปีก่อน
เหนือขึ้นไปมีชั้นที่เต็มไปด้วยเศษหินปูนแตก นักวิชาการตีความว่าเพดานเพิงผาเคยพังถล่มลงมา หลังจากนั้นมีช่วงที่ไม่พบร่องรอยคนอยู่นาน ก่อนที่มนุษย์จะกลับมาใช้เพิงผาอีกครั้งเมื่อราว 9,000 ปีก่อน ในช่วงนี้พบกองไฟจำนวนมากพร้อมเถ้าและเศษอาหาร
ชั้นบนสุดเปลี่ยนบทบาทจากที่พักเป็นที่ฝังศพ พบหลุมศพหลายหลุม บางร่างฝังแบบนอนหงายเหยียดยาว บางร่างงอเข่า และบางหลุมเป็นการฝังครั้งที่สอง ภาชนะดินเผาที่พบในหลุมศพมีอายุราว 5,000–3,000 ปีก่อน
เครื่องมือหินและอาหารของนักล่ายุคน้ำแข็ง
เครื่องมือหินในชั้นไพลสโตซีนมีไม่กี่แบบ ส่วนใหญ่เป็นสะเก็ดหินที่กะเทาะจากหินหลายชนิด เช่น หินเชิร์ต หินปูนที่แทรกด้วยซิลิกา และหินจากแหล่งน้ำพุร้อน ขอบของสะเก็ดถูกแต่งให้คมสำหรับตัดและขูด นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือแกนหินขนาดเล็กที่แต่งขอบด้านเดียวให้เป็นฟันเลื่อย
เครื่องมือเหล่านี้เบาและพกพาง่าย เหมาะกับคนที่ย้ายที่อยู่บ่อย ต่างจากชั้นโฮบินเหียนด้านบน ซึ่งวัฒนธรรมนี้โดยทั่วไปมีเครื่องมือเด่นคือหินกรวดแม่น้ำที่กะเทาะหน้าเดียว นักวิชาการยังสังเกตว่าที่เพิงผาหลังโรงเรียนพบเศษจากการกะเทาะน้อยมาก แสดงว่าคนอาจทำเครื่องมือที่อื่นแล้วนำติดตัวมา
กระดูกสัตว์ในชั้นล่างมีทั้งวัวป่าและกวาง และในชั้นอายุราว 27,000 ปีก่อนยังพบกระดูกช้าง แต่เต่าและตะพาบคือสัตว์ที่พบมากที่สุด ส่วนลิงที่อาศัยบนต้นไม้ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่มากในป่าแถบนี้ กลับพบน้อยมาก นอกจากนี้ยังมีกระดูกนก ปลาน้ำจืดหรือปลาทะเลเล็กน้อย และเปลือกหอยทาก
มูดาร์และแอนเดอร์สันเปรียบเทียบกับถ้ำนีอาห์ในเกาะบอร์เนียวและถ้ำหมอเขียวในกระบี่ ซึ่งมีคนอยู่ต่อเนื่องนานกว่า แล้วสรุปว่าเพิงผาหลังโรงเรียนถูกใช้เป็นช่วงสั้น ๆ เป็นครั้งคราว เหมือนจุดแวะพักบนเส้นทางเดินทางตามฤดูกาล
สิ่งที่พบและชีวิตของคนโบราณ
ในชั้นไพลสโตซีนพบกระดูกเต่าและตะพาบจำนวนมาก รวมทั้งกระดูกสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และกระดูกปลาเล็กน้อย สิ่งที่น่าแปลกคือแทบไม่พบกระดูกหมูป่า ซึ่งต่างจากแหล่งร่วมสมัยอื่นในภูมิภาค
มูดาร์และแอนเดอร์สันสรุปว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้ตั้งหลักแหล่งถาวร พวกเขาเป็นนักหาอาหารที่เคลื่อนย้ายไปมาตามฤดูกาลระหว่างพื้นที่ในแผ่นดินกับชายฝั่ง และแวะมาพักที่เพิงผานี้เป็นครั้งคราว ส่วนในชั้นโฮโลซีนเริ่มพบเปลือกหอยทะเล แสดงว่าคนรุ่นหลังนำอาหารจากชายฝั่งเข้ามากินด้วย
ของในหลุมศพชั้นบนมีภาชนะดินเผาทรงพาน มีเชิงสูง ตกแต่งด้วยลายขีดไขว้ คล้ายภาชนะที่พบที่บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ยังพบขวานหินขัดฝีมือประณีตวางคู่กับศพหนึ่งร่าง
จากที่พักกลายเป็นสุสาน
ในชั้นโฮโลซีนตอนต้น คนที่กลับมาใช้เพิงผาเริ่มเก็บหอยมากิน หอยทะเลในชั้นดินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงราวหลัง 7,500 ปีก่อน แล้วจึงลดลง ซึ่งน่าจะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่งเมื่อน้ำทะเลสูงขึ้นหลังยุคน้ำแข็ง
รายงานการขุดค้นฉบับปี พ.ศ. 2533 บรรยายหลุมศพสี่กลุ่มอย่างละเอียด หลุมที่ 1 ฝังแบบนอนหงายเหยียดยาว พร้อมภาชนะทรงพานมีเชิง หลุมที่ 2 และ 3 เป็นการฝังครั้งที่สอง มีกระดูกของคนสองถึงสามคนกระจายอยู่กับเศษภาชนะลายเชือกทาบก้นกลม ส่วนหลุมที่ 4 ฝังแบบงอเข่า พร้อมภาชนะทรงพานและขวานหรือผึ่งหินขัด
ภาชนะทรงพานในหลุมที่ 1 และ 4 มีผิวเรียบ เผาไฟไม่สม่ำเสมอ และมีรูปทรงคล้ายภาชนะจากบ้านเก่าในกาญจนบุรี ต่อมาในบทความปี พ.ศ. 2548 แอนเดอร์สันระบุว่าชั้นบนสุดของแหล่งมีหลุมศพมากกว่า 20 หลุม บางหลุมบุด้วยท่อนไม้คล้ายโลงศพ บางหลุมเป็นเพียงหลุมดินธรรมดา ตัวเลขที่ต่างกันนี้น่าจะมาจากการนับรวมหลุมศพทั้งหมดที่ขุดพบ ไม่เฉพาะกลุ่มที่บรรยายละเอียด
แอนเดอร์สันชี้ว่าการใช้เพิงผาเป็นสุสานแยกจากการใช้ชีวิตประจำวัน คือคนในช่วงนี้ไม่ได้พักอาศัยในที่เดียวกับที่ฝังศพ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิดที่สำคัญ
ความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ไทย
เพิงผาหลังโรงเรียนเป็นหลักฐานยืนยันว่ามนุษย์สมัยใหม่เดินทางเข้ามาถึงคาบสมุทรมลายูตอนบนตั้งแต่ราว 40,000 ปีก่อน ช่วงนั้นโลกอยู่ในยุคน้ำแข็ง ระดับน้ำทะเลต่ำกว่าปัจจุบันมาก ชายฝั่งอันดามันจึงอยู่ห่างออกไปไกลกว่าที่เห็นในวันนี้
แหล่งนี้ยังช่วยให้นักวิชาการเห็นการเปลี่ยนผ่านจากยุคไพลสโตซีนมาสู่โฮโลซีน คือจากโลกยุคน้ำแข็งไปสู่โลกที่อุ่นขึ้น และจากสังคมนักล่าสัตว์ไปสู่ชุมชนที่ใช้ภาชนะดินเผาและฝังศพอย่างมีพิธีกรรม เพิงผาเล็ก ๆ แห่งเดียวจึงเก็บเรื่องราวไว้หลายหมื่นปี
เพื่อนบ้านในหุบเขากระบี่
เพิงผาหลังโรงเรียนไม่ได้เป็นแหล่งเดียวในกระบี่ที่เก็บเรื่องยุคน้ำแข็งไว้ แอนเดอร์สันจัดให้ที่นี่กับถ้ำหมอเขียวเป็นสองแหล่งหลักของภาคใต้ไทยที่มีหลักฐานการใช้ถ้ำในปลายยุคไพลสโตซีน โดยชั้นล่างสุดของถ้ำหมอเขียวน่าจะเก่ากว่า 25,800 ปีก่อน
ในเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2554 ทีมของเบน มาร์วิก ขุดค้นเพิงผาเขาโต๊ะช่องใกล้เมืองกระบี่ พบว่าคนที่นั่นเก็บหอยน้ำจืดมากที่สุดเมื่อราว 13,000 ปีก่อน และกินเต่ากับตะพาบมากตลอดช่วงเวลา คล้ายกับเพิงผาหลังโรงเรียน ขณะที่ถ้ำหมอเขียวและถ้ำซาไกพบกระดูกเต่าน้อยมาก
การเปรียบเทียบหลายแหล่งแบบนี้ทำให้เห็นว่านักล่าสัตว์และเก็บของป่าในภาคใต้ไม่ได้มีวิถีเดียวกันหมด แต่ละกลุ่มเลือกอาหารและวิธีใช้พื้นที่ต่างกันตามสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัว
ข้อถกเถียงและสิ่งที่ยังต้องศึกษา
ค่าอายุที่เก่าที่สุดราว 43,000–45,000 ปีมาจากชั้นที่มีหินเพดานถล่ม นักวิชาการบางส่วนจึงระมัดระวังว่าถ่านในชั้นนั้นอาจปะปนมาจากที่อื่น ตัวเลขที่ใช้กันอย่างมั่นใจกว่าคือราว 39,000 ปีก่อน
สื่อบางแห่งเคยเขียนว่าพบกระดูกมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลที่นี่ ข้อความนี้ไม่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับ งานตีพิมพ์ของผู้ขุดค้นกล่าวถึงเครื่องมือหิน กองไฟ และกระดูกสัตว์ในชั้นไพลสโตซีน โดยไม่ได้ระบุว่าพบนีแอนเดอร์ทัล นอกจากนี้ช่องว่างระหว่างชั้นสมัยไพลสโตซีนกับโฮโลซีนก็ยังเป็นคำถามที่นักวิจัยรุ่นหลังพยายามหาคำตอบจากแหล่งใกล้เคียง เช่น ถ้ำหมอเขียว และเขาโต๊ะช่อง
พิกัดและการนำทาง
เพิงผาหลังโรงเรียน บ้านทับพริก อ.เมืองกระบี่
พิกัด 8.180369, 98.880618 (8°10′49.3″N 98°52′50.2″E)
พิกัดจากแหล่งข้อมูลหนึ่งถึงสองแหล่ง อาจต่างจากทางเข้าจริงเล็กน้อย ตรวจป้ายบอกทางเมื่อใกล้ถึง
การเยี่ยมชมวันนี้
เพิงผาหลังโรงเรียนอยู่ในจังหวัดกระบี่ ตัวแหล่งเป็นเพิงผาบนภูเขาหินปูนที่ต้องเดินขึ้นทางชัน ไม่มีการจัดแสดงถาวรในพื้นที่ ผู้สนใจควรติดต่อสำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต หรือหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเดินทาง และศึกษาเรื่องราวโบราณคดีกระบี่เพิ่มเติมได้ที่พิพิธภัณฑ์วัดคลองท่อม
ไทม์ไลน์
- ราว 43,000 ปีก่อน: ค่าอายุเก่าที่สุด. ถ่านจากชั้นล่างให้ค่าอายุกว่า 43,000 ปี แต่ยังมีข้อสงสัยเรื่องการปะปน
- ราว 39,000 ปีก่อน: นักล่าสัตว์แวะพัก. กองไฟ เครื่องมือหิน และกระดูกเต่าในชั้นไพลสโตซีน
- ราว 27,000 ปีก่อน: ร่องรอยชั้นไพลสโตซีนสุดท้าย. พบกระดูกช้าง หลังจากนั้นเพดานเพิงผาถล่มและไม่พบร่องรอยคนอยู่นาน
- ราว 25,800 ปีก่อนหรือเก่ากว่า: ถ้ำหมอเขียวมีคนใช้. แหล่งเพื่อนบ้านในกระบี่ที่มีหลักฐานยุคน้ำแข็ง
- ราว 13,000 ปีก่อน: คนที่เขาโต๊ะช่องเก็บหอยมากที่สุด. หลักฐานวิถีหาอาหารที่หลากหลายในกระบี่
- ราว 9,000 ปีก่อน: คนกลับมาอีกครั้ง. วัฒนธรรมโฮบินเหียน กองไฟจำนวนมากและเปลือกหอยทะเล
- หลังราว 7,500 ปีก่อน: หอยทะเลลดลง. สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่ง
- ราว 5,000–3,000 ปีก่อน: กลายเป็นที่ฝังศพ. หลุมศพพร้อมภาชนะดินเผาทรงพานและขวานหินขัด
- พ.ศ. 2526–2528 (ค.ศ. 1983–1985): ขุดค้น. ดักลาส แอนเดอร์สัน สำรวจและขุดค้นแหล่ง
- พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990): ตีพิมพ์รายงาน. หนังสือรายงานการขุดค้นออกโดยพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย
- พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005): ทบทวนการใช้ถ้ำในภาคใต้. แอนเดอร์สันเปรียบเทียบหลังโรงเรียนกับถ้ำหมอเขียว
- พ.ศ. 2550 (ค.ศ. 2007): วิเคราะห์กระดูกสัตว์. มูดาร์และแอนเดอร์สันเสนอว่าผู้ใช้เพิงผาเป็นนักหาอาหารที่ย้ายที่ตามฤดูกาล
- มิ.ย.–ก.ค. พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011): ขุดค้นเขาโต๊ะช่อง. ทีมมาร์วิกขุดแหล่งใกล้เคียงเพื่อเปรียบเทียบ
รู้หรือไม่
ชื่อมาจากโรงเรียนจริง ๆ
คำว่าหลังโรงเรียนในชื่อแหล่งหมายถึงตำแหน่งของเพิงผาที่อยู่ด้านหลังโรงเรียนหมู่บ้าน นักโบราณคดีทั่วโลกจึงรู้จักแหล่งนี้ด้วยคำไทยว่า Lang Rongrien
เมนูหลักคือเต่า
กระดูกในชั้นไพลสโตซีนเป็นเต่าและตะพาบจำนวนมาก แต่แทบไม่มีหมูป่า ต่างจากแหล่งร่วมสมัยหลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทะเลเคยอยู่ไกลกว่านี้
เมื่อราว 40,000 ปีก่อน ระดับน้ำทะเลต่ำกว่าปัจจุบัน ชายฝั่งอันดามันจึงอยู่ห่างจากเพิงผามากกว่าทุกวันนี้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- มนุษย์ยุคแรกในดินแดนไทย (ตอน)
- ชาวนาและช่างปั้นยุคหินใหม่ (ตอน)
- บ้านเก่า (สถานที่)
- ควนลูกปัด คลองท่อม (สถานที่)
- ถ้ำลอดและถ้ำผีแมน (สถานที่)
หน้าที่กล่าวถึงเรื่องนี้
ภาพอ้างอิง
ดูภาพจริงจากแหล่งที่เชื่อถือได้: ภาพจาก Wikimedia Commons · Wikipedia
แหล่งข้อมูล
- Lang Rongrien Rock Shelter (Wikipedia)
- Lang Rongrien Rockshelter, Penn Museum Publications
- Mudar & Anderson 2007, Asian Perspectives 46(2)
- Anderson, Asian Perspectives 44(1)
- Bangkok Post: Krabi travel feature
- Conrad et al. 2013, Thai Natural History Museum Journal
- Hoabinhian – Wikipedia
กลับไปที่ ยุครัฐโบราณ · หน้าหลักรอยสยาม
ภาพจากสถานที่จริงและหลักฐาน


























